Skip to main content
การมอบตนเองไว้ในพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้า โดย ฌอง-ปิแอร์ เดอ คอสซาด

 (Jean-Pierre de Caussade: Abandonment to Divine Providence)

แรกเริ่มเดิมที ผลงานชิ้นเอกนี้เป็นการรวบรวมจดหมายและบันทึกที่เขียนถึงบรรดาแม่ชีแห่งการเสด็จเยี่ยม โดยคุณพ่อ ฌอง-ปิแอร์ เดอ คอสซาด สงฆ์คณะเยซูอิต (ในช่วงปี 1729 ถึง 1739) ภายหลังในอีกร้อยปีต่อมา ได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่จนนับได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกอีกชิ้นหนึ่ง ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนนับพัน

"มอบตัวเราเองอย่างสิ้นเชิง" (Self-surrender, Abandonment) มีแก่นสาระตรงตามชื่อเรื่อง คือให้เรามอบตัวตนของเราไว้กับน้ำพระทัยของพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่ออย่างร้อนรน ท่านนิยามความศักดิ์สิทธิ์นี้ว่าเป็น "ความจงรักภักดีอย่างสมบูรณ์ต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า" ซึ่งไม่ใช่การเชื่อฟังแบบทาส แต่เป็น "การเชื่อฟังแบบลูกที่รักพ่อ"

การละทิ้งตนเอง (Abandonment) คือ "การผสมผสานระหว่างความเชื่อ ความหวัง และความรัก เป็นการกระทำเดียวที่หลอมรวมเราเข้ากับพระเจ้า... โดยปล่อยให้พระเจ้าทรงกระทำตามที่พระองค์มีพระประสงค์" ก้าวแรกคือการรู้จักตนเองอย่างถูกต้อง จิตวิญญาณต้องตระหนักถึงความไม่มีอะไรเลยของตนเอง และวางใจในพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง

ศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งทุกขณะปัจจุบัน

Ornament line 000

จุดศูนย์กลางของการมอบตนเองนี้ คือสิ่งที่คุณพ่อฌอง-ปิแอร์เรียกว่า "ศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งทุกขณะปัจจุบัน" "ทุก ๆ วินาทีที่เรามีชีวิตอยู่ เปรียบเสมือนราชทูตที่มาประกาศน้ำพระทัยของพระเจ้า" การใส่ใจในปัจจุบันขณะช่วยให้เราเห็นว่า "ทุกสิ่งมีบางอย่างที่เป็นของพระเจ้า ซึ่งสามารถนำเราไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์ได้" สิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้เราเผชิญในแต่ละวินาที คือสิ่งที่ดีที่สุดและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่อาจเกิดขึ้นกับเราได้ ดังนั้น หน้าที่ของเราคือต้องทำสิ่งที่พระเจ้าต้องการในวินาทีนั้น ๆ อย่างซื่อสัตย์ และเพิกเฉยต่อสิ่งอื่น ๆ

การดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ

Ornament line 000

การละทิ้งตนเองไว้กับพระญาณเอื้ออาทรในขณะปัจจุบัน จะช่วยกระตุ้นชีวิตแห่งความเชื่อในตัวเรา ความเชื่อจะช่วยเปิดเผยว่า "พระเจ้าทรงซ่อนรูปของพระองค์ไว้ เพื่อให้เราสามารถเข้าถึงความเชื่ออันบริสุทธิ์ ที่จะทำให้เราจดจำพระองค์ได้ในทุกรูปลักษณ์" ความเชื่อจะเปลี่ยนแปลงโลกให้กลายเป็นสวรรค์ และทำให้พระเจ้าปรากฏชัดเจนในทุกหนทุกแห่ง โดยเฉพาะเมื่อเราเผชิญกับความทุกข์ทรมานหรือการทดลอง เราจะตระหนักด้วยความเชื่อว่า บททดสอบถูกส่งมา "เพื่อให้ชีวิตของเรางดงามยิ่งขึ้นด้วยการเอาชนะมัน" ความศักดิ์สิทธิ์หมายถึงการน้อมรับทุกการทดสอบจากพระเจ้าอย่างกระตือรือร้น เพราะเบื้องหลังการทดสอบเหล่านั้น "พระเจ้ากำลังทำงานและประทานความสว่างแห่งดวงอาทิตย์ของพระองค์ให้กับเรา"

ท้ายที่สุดแล้ว การมอบตนเองไว้ในพระญาณเอื้ออาทรสอนเราว่า "ไม่มีสิ่งใดในตัวเราที่จะยิ่งใหญ่ได้ ยกเว้นเพียงสิ่งเดียว คือการเปิดรับน้ำพระทัยของพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง" การเปิดรับนี้เองที่ทำให้เราเป็นนักบุญ และ "ชีวิตของนักบุญแต่ละคนก็คือชีวิตของพระเยซูคริสต์... นั่นคือเหตุผลที่ชีวิตของเราที่นี่ เป็นภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจที่ทำให้สวรรค์ชื่นชมยินดี"

 

บทภาวนา

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ลูกขอเข้ามาเฝ้าพระองค์ด้วยความถ่อมตนและตระหนักถึงความไม่มีอะไรเลยของตนเอง ขอพระองค์โปรดประทานพระหรรษทานให้ลูกสามารถละทิ้งความปรารถนาส่วนตัว และมอบตนเองไว้กับพระญาณเอื้ออาทรของพระองค์อย่างสิ้นเชิง ขอโปรดเปิดดวงตาแห่งความเชื่อของลูกให้มองเห็น "ศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งปัจจุบันขณะ" เพื่อให้ลูกซาบซึ้งว่า ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือราชทูตที่นำพาน้ำพระทัยของพระองค์มาสู่ชีวิต โปรดสอนให้ลูกน้อมรับทุกสถานการณ์ที่ทรงจัดเตรียมไว้ด้วยความจงรักภักดีดั่งลูกที่รักบิดา และเพิกเฉยต่อความว้าวุ่นใจทั้งปวง เพื่อมุ่งทำตามสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ในวินาทีนั้นอย่างซื่อสัตย์ที่สุด

ในยามที่ลูกต้องเผชิญกับความทุกข์ยากหรือบททดสอบอันหนักหน่วง ขอโปรดอย่าให้ลูกหวั่นไหว แต่ขอให้ความเชื่อช่วยเปิดเผยให้ลูกเห็นถึงการทอดพระเนตรอันเปี่ยมด้วยความรักของพระองค์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความเจ็บปวดนั้น โปรดประทานพละกำลังให้ลูกน้อมรับทุกการทดสอบอย่างกระตือรือร้น ด้วยความหวังว่าพระองค์กำลังทำงานเพื่อขัดเกลาชีวิตของลูกให้งดงามยิ่งขึ้น ขอให้หัวใจของลูกเปิดรับน้ำพระทัยของพระองค์อย่างสมบูรณ์ เพื่อที่ชีวิตของลูกจะได้เป็นภาพสะท้อนแห่งความรักของพระคริสตเจ้า และเป็นเหตุให้สวรรค์ได้ชื่นชมยินดี โดยกระทำตามแบบอย่าง และคำสอนของคุณพ่อฌอง-ปิแอร์ เดอ คอสซาด อาแมน

การมอบตนเองไว้ในพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้า โดย ฌอง-ปิแอร์ เดอ คอสซาด