Skip to main content
Articles
20 นักบุญผู้พิชิตมาร

เมื่อวัฒนธรรมสมัยนิยมพูดถึง "นักปีศาจวิทยา" demonologist เรามักจะนึกถึงภาพนักสืบสวนเรื่องลี้ลับในภาพยนตร์ฮอลลีวูด ฉากทำให้ตกใจ และพิธีกรรมที่ถูกนำเสนอเกินจริง แต่ในธรรมประเพณีอันทรงคุณค่าของพระศาสนจักรคาทอลิก ผู้เชี่ยวชาญด้านสงครามฝ่ายจิตที่แท้จริงนั้นมีภาพลักษณ์ที่แตกต่างออกไปมาก พวกท่านคือนักเทววิทยา นักรหัสยะ และบรรดาพระสงฆ์ทั่วไปที่เข้าใจว่าอำนาจมืดไม่ได้ปรากฏตัวอย่างโจ่งแจ้งเสมอไป ทว่ามักจะทำงานอยู่ในเงามืด คอยหลอกลวงเราให้มืดบอดจากพระหรรษทานของพระเจ้าผ่านคำโกหกอันแยบยล ความสิ้นหวังอย่างสุดซึ้ง และการสร้างความแตกแยกอย่างเงียบเชียบ

ตลอดประวัติศาสตร์ นักปีศาจวิทยาผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระศาสนจักรทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ปกป้องความเชื่อที่แข็งแกร่งและผู้คุ้มครองผู้ที่อ่อนแอด้วยความเมตตา จากถ้ำอันโดดเดี่ยวของนักบวชยุคแรกในทะเลทราย ไปจนถึงโต๊ะทำงานของนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักรผู้ปราดเปรื่อง ผู้ศักดิ์สิทธิ์ชายและหญิงเหล่านี้ไม่ได้ศึกษาศาสน์ของวิญญาณที่ชั่วร้าย เพราะความใคร่รู้ หากแต่พวกเขาศึกษาปีศาจวิทยาเพื่อเฝ้าระวังภัยแห่งวิญญาณ และพวกเขาก็เชื่อมั่นเสมอว่า แม้ผีปีศาจจะมีมีพลังอำนาจแม้ผีปีศาจจะมีพลังอำนาจสักแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะพระบารมีขององค์พระคริสตเจ้าได้เลย 

บทความนี้จึงต้องการเสนอเรื่องราวของ 20 นักบุญที่เป็นทั้งนักปีศาจวิทยาและผู้มีประสบการณ์ตรงในการต่อสู้แห่งจิตวิญญาณนี้ 

ผู้บุกเบิกการต่อสู้:
ยุคโบราณและทะเลทราย
Line deco2

1. อัครเทวดามีคาแอล (St. Michael the Archangel)  

แม้ท่านจะเป็นทูตสวรรค์ ไม่ใช่มนุษย์ แต่ท่านคือรากฐานที่สำคัญที่สุดของปีศาจวิทยาคริสตชน ในสงครามบนสวรรค์ ลูซิเฟอร์ได้ประกาศความเย่อหยิ่งด้วยคำว่า "Non serviam" (ข้าจะไม่รับใช้) แต่อัครเทวดามีคาแอลได้ตอบโต้ด้วยนามของท่านเองซึ่งแปลว่า "ใครเล่าจะเสมอเหมือนพระเจ้า?" (Quis ut Deus?) การตอบโต้นี้คือการบดขยี้ความเย่อหยิ่งของปีศาจด้วยความจริงอันสูงสุด นามของท่านจึงถูกใช้เป็นอาวุธหลักในพิธีไล่ผีทุกครั้ง และบทสวดของท่านก็เปรียบเสมือนโล่ป้องกันทางจิตวิญญาณที่คริสตจักรใช้เพื่อต่อกรกับความชั่วร้ายที่แฝงตัวอยู่ในโลก

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: พระธรรมวิวรณ์ 12:7-9 (บันทึกสงครามในสวรรค์); บทภาวนาต่ออัครเทวดามีคาแอล (กำหนดโดยสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 13 ในปี 1886)

2. นักบุญอันตนองค์อุปถัมภ์ (St. Anthony the Great)

บิดาแห่งวิถีชีวิตนักบวชในทะเลทรายผู้นี้ ได้ปลีกวิเวกไปยังสุสานร้างในอียิปต์และต้องเผชิญกับการโจมตีทางร่างกายอย่างรุนแรงจากปีศาจ พวกมันปรากฏตัวในรูปของสัตว์ร้ายและทุบตีท่านจนปางตายและสลบไป เมื่อท่านฟื้นขึ้นมา ท่านไม่ได้หวาดกลัว แต่กลับท้าทายให้พวกมันกลับมาอีก การกระทำนี้พิสูจน์หลักการสำคัญในทางปีศาจวิทยาว่า ปีศาจอาจทำร้ายร่างกายได้หากพระเจ้าทรงอนุญาต แต่มันไม่มีวันทำลายเจตจำนงหรือจิตวิญญาณของมนุษย์ได้หากเราไม่ยินยอม

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: ประวัตินักบุญอันตน (Vita Antonii) บทที่ 8-10

3. นักบุญอาทานาซีอุส (St. Athanasius)

ในฐานะผู้ประพันธ์ประวัตินักบุญอันตน ท่านไม่ได้เป็นเพียงนักประวัติศาสตร์ แต่เป็นผู้วางกรอบเทววิทยาที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับการต่อสู้กับปีศาจ ท่านสอนให้คริสตจักรยุคแรกเข้าใจว่า ปีศาจไม่ใช่ "เทพเจ้าแห่งความชั่วร้าย" ที่มีพลังทัดเทียมกับพระเจ้า แต่พวกมันเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ตกต่ำและสูญเสียพระหรรษทาน งานเขียนของท่านลบล้างความน่าเกรงขามของปีศาจ และทำให้คริสตชนรู้ว่าพวกมันเป็นเพียงศัตรูที่พ่ายแพ้แล้วต่อกางเขนของพระคริสต์

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: ประวัตินักบุญอันตน (เขียนขึ้นราวปี ค.ศ. 356–362)

4. นักบุญมาคาริอุสองค์อุปถัมภ์ (St. Macarius the Great)

นักบุญมาคาริอุสแสดงให้เห็นถึงอาวุธที่ปีศาจหวาดกลัวที่สุด นั่นคือความถ่อมตน มีบันทึกว่าปีศาจตนหนึ่งได้มาปรากฏต่อหน้าท่านและโอดครวญว่า "สิ่งที่ท่านทำ ข้าก็ทำได้ ท่านอดอาหาร ข้าก็ไม่เคยกินสิ่งใด ท่านอดนอน ข้าก็ไม่เคยหลับตา แต่มีสิ่งเดียวที่ท่านมีแล้วข้าทำไม่ได้ คือความถ่อมตนของท่าน" เนื่องจากปีศาจไม่มีร่างกาย พวกมันจึงเลียนแบบการบำเพ็ญตบะทางกายได้ทั้งหมด แต่เพราะรากฐานของพวกมันคือความเย่อหยิ่ง ความถ่อมตนจึงเป็นสิ่งที่เผาผลาญและขับไล่พวกมันได้อย่างชะงัดที่สุด

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: Palladius of Galatia, ประวัติศาสตร์ Lausiac (บทที่ 17)

5. นักบุญมาร์ตินแห่งทัวร์ (St. Martin of Tours)

ด้วยภูมิหลังของการเป็นทหารโรมัน ท่านได้นำความเด็ดขาดแบบทหารมาใช้ในสงครามฝ่ายจิตวิญญาณ เมื่อคริสต์ศาสนาเริ่มเผยแผ่เข้าสู่ยุโรป ท่านได้เผชิญหน้ากับลัทธิเพเกินและนักบวชดรูอิด ท่านลงมือโค่นทำลายต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์และศาลเจ้าที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นที่สถิตของทวยเทพ ซึ่งคริสตชนยุคแรกมองว่าเป็นที่ซ่อนตัวของปีศาจ ท่านพิสูจน์ให้เห็นว่าอำนาจของพระคริสต์อยู่เหนือวิญญาณประจำถิ่นที่เคยกดขี่ชาวยุโรปมาอย่างยาวนาน

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: Sulpicius Severus, ประวัตินักบุญมาร์ตินแห่งทัวร์ (Vita Sancti Martini)

นักยุทธศาสตร์แห่งการหยั่งรู้:
ยุคกลางและยุคปฏิรูปคาทอลิก
Line deco2

6. นักบุญเบเนดิกต์แห่งเนอร์เซีย (St. Benedict of Nursia)

ผู้ก่อตั้งวิถีชีวิตอารามวาสีตะวันตก ท่านต้องเผชิญกับความพยายามของปีศาจที่ต้องการทำลายอารามของท่านอยู่เสมอ ทั้งการทำให้ก้อนหินหนักจนยกไม่ขึ้น หรือการล่อลวงนักบวชให้หลงผิด ครั้งหนึ่งเมื่อมีผู้พยายามวางยาพิษท่าน แก้วที่บรรจุยาพิษก็แตกละเอียดทันทีที่ท่านทำเครื่องหมายกางเขน เหรียญนักบุญเบเนดิกต์จึงถูกสร้างขึ้นโดยมีอักษรย่อของบทสวดไล่ผี ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่ผู้ไล่ผีใช้ในปัจจุบัน

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 1, บทสนทนา (Dialogues) เล่ม 2: ประวัตินักบุญเบเนดิกต์

7. นักบุญฮิลเดการ์ดแห่งบิงเกน (St. Hildegard of Bingen)

นักรหัสยะและนักปราชญ์หญิงแห่งยุคกลาง ท่านได้รับนิมิตที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับสวรรค์และการร่วงหล่นของลูซิเฟอร์ ท่านอธิบายว่าการกบฏของปีศาจคือการทำลายความกลมกลืนของจักรวาล ท่านมองเห็นว่าแม้ปีศาจจะมีสติปัญญาเฉียบแหลมเพียงใด แต่พวกมันก็ทำงานอยู่ในความว่างเปล่าเพราะขาดแสงสว่างแห่งความจริง ข้อมูลนี้ช่วยให้นักปีศาจวิทยาเข้าใจว่าปัญญาของปีศาจนั้นบิดเบี้ยวและมุ่งเน้นไปที่การทำลายล้างเท่านั้น

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: Scivias (รู้จักหนทาง) เล่ม 1, นิมิตที่ 4

8. นักบุญอิกญาซีโอแห่งโลโยลา (St. Ignatius of Loyola)

ท่านได้มอบสุดยอดคู่มือทางจิตวิทยาและเทววิทยาในการแยกแยะวิญญาณ ท่านเปรียบปีศาจเหมือนแม่ทัพฝ่ายศัตรูที่จะคอยสอดแนมหาจุดอ่อนที่สุดในกำแพงจิตใจของเราเพื่อโจมตี ท่านสอนว่าวิญญาณดีจะนำความสงบสุขมาสู่ผู้ที่ดำเนินชีวิตในความดี แต่วิญญาณชั่วจะนำความกระวนกระวายและข้ออ้างหลอกลวงมาให้ การหยั่งรู้นี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ผู้ไล่ผีใช้เพื่อวินิจฉัยอาการของผู้ป่วย

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: การเข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจ (The Spiritual Exercises) (หัวข้อ กฎแห่งการหยั่งรู้วิญญาณ)

9. นักบุญเทเรซาแห่งอาวีลา (St. Teresa of Avila)

ในระหว่างการเข้าฌานและสวดภาวนาอย่างลึกซึ้ง ท่านมักจะถูกปีศาจมาก่อกวนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของท่านจากพระเจ้า ท่านได้ค้นพบและบันทึกกฎเกณฑ์ทางปฏิบัติที่สำคัญยิ่งว่า แม้การทำเครื่องหมายกางเขนจะทำให้ปีศาจหนีไป แต่พวกมันอาจกลับมาอีก ทว่าเมื่อใช้น้ำเสก (Holy Water) พวกมันจะหนีไปอย่างถาวรและไม่กล้ากลับมา เนื่องจากน้ำเสกเชื่อมโยงกับศีลล้างบาปที่ลบล้างบาปกำเนิด

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: หนังสือประวัติชีวิตของท่าน (The Book of Her Life) บทที่ 31

10. นักบุญยอห์นแห่งไม้กางเขน (St. John of the Cross)

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิญญาณที่ลึกซึ้งที่สุดท่านหนึ่ง ท่านเตือนอย่างแข็งขันถึงอันตรายของการแสวงหานิมิต เสียงกระซิบ หรือประสบการณ์เหนือธรรมชาติ ท่านสอนว่าปีศาจสามารถปลอมแปลงสิ่งเหล่านี้ได้อย่างง่ายดายเพื่อสร้างความเย่อหยิ่งฝ่ายจิตวิญญาณ ท่านเน้นย้ำว่าการเติบโตที่แท้จริงเกิดขึ้นใน "คืนมืดแห่งจิตวิญญาณ" ซึ่งเป็นสภาวะแห่งความเชื่ออันบริสุทธิ์ที่ปีศาจไม่อาจบิดเบือนได้

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: การขึ้นภูเขาคาร์แมล (The Ascent of Mount Carmel) เล่ม 2, บทที่ 11 และ 21

นักรบแนวหน้าและนักเทววิทยา
Line deco2

11. นักบุญกาเตรีนาแห่งซีเอนา (St. Catherine of Siena)

ด้วยพรสวรรค์ทางรหัสยะ ท่านสามารถมองเห็นวิญญาณชั่วร้ายที่เกาะติดอยู่กับผู้คนและสถานที่ได้อย่างชัดเจน บ่อยครั้งที่บาทหลวงผู้ไล่ผีในท้องถิ่นไม่สามารถขับไล่ปีศาจที่ดื้อรั้นได้ พวกเขาจะพกพาผู้ถูกสิงมาหาท่าน นักบุญกาเตรีนาไม่ได้ใช้พิธีกรรมที่ยืดเยื้อ แต่ด้วยความบริสุทธิ์อย่างยิ่งยวดและการพลีชีพอดอาหารอย่างหนักหน่วง เพียงแค่การปรากฏตัวของท่านก็สร้างความทรมานให้กับปีศาจจนพวกมันต้องยอมจำนนและหลบหนีไป

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: Blessed Raymond of Capua, ประวัตินักบุญกาเตรีนาแห่งซีเอนา (Legenda Maior)

12. นักบุญอัลฟอนโซ ลีโกวรี (St. Alphonsus Liguori)

ท่านคือปรมาจารย์ด้านเทววิทยาศีลธรรมที่แยกแยะเส้นแบ่งระหว่างความเจ็บป่วยทางจิต การทำสัญญาปีศาจ และการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับไสยศาสตร์ นอกจากนี้ ท่านได้วางรากฐานสำคัญที่ผู้ไล่ผีทุกคนต้องใช้ นั่นคือการอธิบายอย่างละเอียดว่าทำไมปีศาจจึงหวาดผวาพระแม่มารีย์อย่างที่สุด นั่นเป็นเพราะความถ่อมตนอันบริสุทธิ์ของพระนางได้บดขยี้หัวของซาตานซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเย่อหยิ่งอย่างสมบูรณ์แบบ

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: Theologia Moralis (เล่ม 3); The Glories of Mary (บทที่ 3 ว่าด้วยอำนาจของพระแม่มารีย์เหนือปีศาจ)

13. นักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี (St. Francis of Assisi)

ความยากจนอย่างที่สุดของนักบุญฟรังซิสคืออาวุธที่ทรงพลัง เพราะมันแสดงถึงการพึ่งพาพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง เหตุการณ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือเมื่อท่านเดินทางไปถึงเมืองอาเรสโซ และมองเห็นกลุ่มปีศาจกำลังกระพือปีกอยู่เหนือเมืองเพื่อปลุกปั่นสงครามกลางเมือง ท่านสั่งให้บราเดอร์ซิลเวสเตอร์ไปสั่งปีศาจในนามของพระเจ้าให้ถอยไป ทันใดนั้นความเกลียดชังในเมืองก็มลายหายไป และสันติภาพก็กลับคืนมาทันที

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: Thomas of Celano, ประวัติชีวิตที่สองของนักบุญฟรังซิส (เล่ม 2, บทที่ 76)

14. นักบุญยอห์น เวียนเนย์ (St. John Vianney - The Curé d'Ars)

ด้วยภารกิจการฟังแก้บาปวันละกว่า 16 ชั่วโมง ท่านจึงเป็นศัตรูตัวฉกาจของนรก ปีศาจที่ท่านเรียกว่า "the grappin" พยายามขัดขวางท่านโดยการทำเสียงดังสนั่น จุดไฟเผาเตียง และลากท่านไปตามพื้นห้อง แต่วิธีการโต้ตอบของท่านกลับกลายเป็นการเพิกเฉยและมองว่ามันเป็นแค่ความรำคาญใจ ท่านสังเกตว่าการโจมตีจะหนักหน่วงที่สุดในคืนก่อนที่คนบาปหนักจะกลับใจมาสารภาพบาป

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: Abbé Alfred Monnin, The Curé of Ars (ภาค 3, บทที่ 2: การต่อสู้กับปีศาจ)

15. นักบุญปาเดร ปีโอ (St. Padre Pio)

นักบุญผู้มีรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ท่านนี้ต้องต่อสู้ดิ้นรนทางร่างกายกับปีศาจในห้องพักของท่านจนเกิดรอยฟกช้ำดำเขียว ปีศาจพยายามทำลายสมาธิของท่านก่อนพิธีมิสซาและก่อนการฟังแก้บาป พวกมันมักใช้กลอุบายขั้นสูงด้วยการปลอมตัวเป็นหญิงสาวสวยงาม ทูตสวรรค์ หรือแม้กระทั่งปลอมเป็นผู้นำวิญญาณของท่าน ประสบการณ์ของท่านตอกย้ำถึงความจำเป็นของการมีความนอบน้อมเชื่อฟังต่อคริสตจักรอย่างเคร่งครัด

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: Epistolario (จดหมาย เล่ม 1 ที่เขียนถึงผู้อำนวยการทางจิตวิญญาณ)

ปราการด่านสุดท้าย:
นักรหัสยะสมัยใหม่และผู้ปกป้อง
Line deco2

16. นักบุญเจมมา กัลกานี (St. Gemma Galgani)

นักรหัสยะสาวผู้ทนทุกข์ ท่านถูกมารร้ายคุกคามอย่างหนักหน่วงเพื่อขัดขวางการเติบโตทางจิตวิญญาณ ปีศาจจะขโมยหรือฉีกจดหมายที่ท่านเขียนถึงบาทหลวงที่ปรึกษา และปรากฏตัวเป็นทูตสวรรค์แห่งแสงสว่างเพื่อสอนหลักธรรมที่ผิดเพี้ยน นักบุญเจมมาเอาชนะความสับสนเหล่านี้ได้ด้วยการยึดมั่นในความเชื่อฟังต่อบาทหลวงผู้ฟังแก้บาปของท่านอย่างสิ้นสุดจิตใจ

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: ชีวประวัติของนักบุญเจมมา กัลกานี (รวบรวมโดย Venerable Father Germanus Ruoppolo)

17. นักบุญโฟสตินา โควัลสกา (St. Faustina Kowalska)

ในขณะที่ท่านกำลังบันทึกและเผยแพร่ความก้าวหน้าแห่งพระเมตตาของพระเจ้า ปีศาจมักจะมาดักรอและข่มขู่ท่าน นิมิตของท่านเปิดเผยความลับทางปีศาจวิทยาที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง นั่นคือปีศาจหวาดกลัวพระเมตตาของพระเจ้าอย่างที่สุด ข่าวสารเรื่องพระเมตตาอันหาที่สุดมิได้จึงเป็นสิ่งที่ทำลายกับดักแห่งความสิ้นหวังของนรกอย่างราบคราบ

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: Diary: Divine Mercy in My Soul (บันทึกข้อที่ 412, 540 และ 713)

18. นักบุญดิมฟนา (St. Dymphna)

องค์อุปถัมภ์ของผู้ที่ทนทุกข์จากความเจ็บป่วยทางจิต ท่านพลีชีพเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ ในสงครามฝ่ายจิตวิญญาณยุคใหม่ ปีศาจมักจะซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังหรือฉวยโอกาสจากบาดแผลทางจิตใจ ผู้ไล่ผีจึงมักวิงวอนขอให้นักบุญดิมฟนาช่วยเหลือ เพื่อแยกแยะระหว่างอาการป่วยทางประสาทที่ต้องรักษาด้วยการแพทย์ และการกดขี่ทางวิญญาณที่ต้องการการปลดปล่อย

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: ชีวประวัตินักบุญตามประเพณี และคู่มือการไล่ผีสมัยใหม่ (เช่น Deliverance Prayers ของคุณพ่อ Chad Ripperger)

19. สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 (Pope St. John Paul II)

พระองค์ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำพระศาสนจักรระดับโลก แต่ยังเป็นผู้ต่อกรกับปีศาจโดยตรง มีบันทึกว่าพระองค์ทรงประกอบพิธีไล่ผีให้กับหญิงสาวที่ถูกสิงภายในนครรัฐวาติกัน เมื่อปีศาจอาละวาด พระองค์ทรงทำเพียงกล่าวด้วยความสงบว่า "พรุ่งนี้พ่อจะถวายมิสซาให้ลูกนะ" และปีศาจก็สงบลงทันที พระองค์ทรงเตือนเสมอว่าปีศาจเป็นบุคคลที่มีอยู่จริง ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: General Audience Catechesis on Angels and Demons (กรกฎาคม–สิงหาคม 1986)

20. นักบุญโยเซฟ (St. Joseph)

ท่านได้รับการยกย่องภายใต้สมญานามอันทรงพลังว่า "ความหวาดผวาของปีศาจ" (Terror of Demons) ความเกรงกลัวที่ปีศาจมีต่อท่านมาจากข้อเท็จจริงที่ว่าพลังอำนาจของท่านล้วนมาจากการกระทำที่ชอบธรรม ความเงียบสงบ ความบริสุทธิ์ และความเชื่อฟังต่อพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับการกบฏของซาตาน

  • ข้อมูลอ้างอิงหลัก: The Litany of St. Joseph (รับรองโดยสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 10 ในปี 1909)

 

ส่งท้าย 

อย่ากลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กาย แต่ไม่อาจฆ่าวิญญาณได้ จงกลัวผู้ที่ทำลายทั้งกายและวิญญาณให้พินาศไปในนรก (มธ 10:28)

อาณาจักรของปีศาจอาจดูน่าเกรงขามและเต็มไปด้วยเล่ห์กลในสายตาของโลก แต่มันกลับเปราะบางและไร้พลังอย่างสิ้นเชิงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับฤทธานุภาพของพระเจ้า บรรดานักบุญทั้ง 20 ท่านได้พิสูจน์ด้วยชีวิตของพวกท่านแล้วว่า อาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดในสงครามฝ่ายจิตวิญญาณ ไม่ใช่ความรู้ที่ซับซ้อนหรือพิธีกรรมที่ลึกลับ แต่คือ "ความถ่อมตนอย่างแท้จริง" "ความนอบน้อมเชื่อฟัง" และ "ความไว้วางใจอย่างสิ้นสุดจิตใจในพระเมตตาของพระผู้สร้าง"

กางเขนของพระคริสต์คือเครื่องหมายแห่งชัยชนะที่เด็ดขาดและเป็นนิรันดร์เหนือความชั่วร้ายทั้งปวง เมื่อเรามอบตัวให้อยู่ภายใต้ความคุ้มครองและพระหรรษทานของพระองค์ เราก็ไม่ได้ต่อสู้ในสงครามนี้เพียงลำพังอีกต่อไป ขอให้เรื่องราวของเหล่านักบุญเป็นดั่งประทีปนำทาง ให้เราก้าวเดินในทุกๆ วันด้วยความศรัทธาอันเปี่ยมล้น และจดจำไว้เสมอว่า ไม่มีอำนาจใดในจักรวาล ไม่ว่าจะเป็นความมืดมิดหรือวิญญาณชั่วร้ายใดๆ ที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าความรักและฤทธิ์อำนาจของพระผู้เป็นเจ้า ขอเพียงเรายืนหยัดในความเชื่อ เราย่อมเป็นผู้มีชัยในสงครามแห่งจิตวิญญาณนี้ร่วมกับพระองค์ตลอดกาล

20 นักบุญผู้พิชิตมาร

Fr M

บทความโดย
บาทหลวง วรวุฒิ สารพันธุ์ C.Ss.R. JCL


Catholic Priest & Canonist
Author & Administrator 

Faith4Thai.com

*juris canonici licentiatus 
หรือ JCL เป็นปริญญาทางกฏหมายพระศาสนจักร

Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
FaceBook: Worawut Saraphan
Iine ID: mcssrsp