Skip to main content

“ พ่อเจ้าอาวาส แห่งอาร์ส “

บทที่ 19 คำสอนว่าด้วยความหวัง

 

ลูกเอ๋ย เรากำลังจะพูดถึงเรื่องความหวัง นั่นคือสิ่งที่สร้างความสุขให้กับมนุษย์บนโลก บางคนในโลกนี้ก็หวังมากเกินไป และบางคนก็หวังไม่เพียงพอ บางคนบอกว่า “ฉันจะทำบาปนี้อีก มันก็ไม่ได้ทำให้ฉันต้องลำบากมากขึ้นหรอกถ้าจะสารภาพสี่ครั้งแทนที่จะเป็นสามครั้ง” มันเหมือนกับเด็กที่พูดกับพ่อของเขาว่า “ผมจะตีพ่อสี่ที มันก็ไม่ได้ทำให้ผมต้องลำบากมากไปกว่าการตีพ่อทีเดียวหรอก ผมก็แค่ต้องขอโทษพ่อเท่านั้นเอง”

นั่นคือวิธีที่มนุษย์ปฏิบัติต่อพระเจ้าผู้ประเสริฐ พวกเขาพูดว่า “ปีนี้ฉันจะไปหาความสนุกอีก ฉันจะไปงานเต้นรำและไปร้านเหล้า แล้วปีหน้าฉันค่อยกลับใจ พระเจ้าผู้ประเสริฐจะทรงรับฉันอย่างแน่นอน เมื่อฉันเลือกที่จะกลับไปหาพระองค์ พระองค์ไม่ได้โหดร้ายเหมือนที่พวกพระสงฆ์บอกเราหรอก” ไม่เลย พระเจ้าผู้ประเสริฐไม่ได้โหดร้าย แต่พระองค์ทรงยุติธรรม ลูกคิดว่าพระองค์จะทรงปรับเปลี่ยนพระองค์เองในทุกสิ่งให้เข้ากับความต้องการของลูกหรือ? ลูกคิดว่าพระองค์จะทรงโอบกอดลูก หลังจากที่ลูกดูหมิ่นพระองค์มาตลอดชีวิตหรือ? โอ้ ไม่เลยจริงๆ! มีระดับของพระหรรษทานและของบาปอยู่ระดับหนึ่ง ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้นแล้ว พระเจ้าจะทรงถอนพระองค์เองออกไป ลูกจะว่าอย่างไรกับพ่อที่ปฏิบัติต่อลูกที่ดี และลูกที่ไม่ค่อยดีเหมือนๆ กัน? ลูกคงจะบอกว่าพ่อคนนั้นไม่มีความยุติธรรม เอาล่ะ! พระเจ้าก็คงจะไม่ยุติธรรมเช่นกัน หากพระองค์ไม่ทรงสร้างความแตกต่างระหว่างผู้ที่รับใช้พระองค์กับผู้ที่ทำให้พระองค์ขุ่นเคืองพระทัย ลูกเอ๋ย ตอนนี้ในโลกมีความเชื่อน้อยมาก จนผู้คนไม่หวังมากเกินไปก็สิ้นหวังไปเลย บางคนบอกว่า “ฉันทำความชั่วมามากเกินไป พระเจ้าผู้ประเสริฐไม่สามารถอภัยให้ฉันได้หรอก” ลูกเอ๋ย นี่เป็นการดูหมิ่นพระเจ้าอย่างรุนแรง มันคือการตีกรอบขีดจำกัดให้กับความเมตตาของพระเจ้า ซึ่งไม่มีขีดจำกัด—มันไร้ที่สิ้นสุด ลูกอาจจะทำความชั่วร้ายมากพอที่จะทำให้วิญญาณของคนทั้งเขตวัดต้องพินาศ แต่หากลูกสารภาพบาป หากลูกเสียใจที่ได้ทำความชั่วนั้น และตั้งใจมั่นว่าจะไม่ทำมันอีก พระเจ้าผู้ประเสริฐก็จะทรงอภัยให้ลูก

เคยมีพระสงฆ์รูปหนึ่งกำลังเทศน์เรื่องความหวัง และเรื่องความเมตตาของพระเจ้าผู้ประเสริฐ ท่านทำให้คนอื่นอุ่นใจ แต่ตัวท่านเองกลับรู้สึกสิ้นหวัง หลังจากเทศน์เสร็จ มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาและพูดว่า “คุณพ่อครับ ผมมาขอแก้บาปกับคุณพ่อครับ” พระสงฆ์ตอบว่า “พ่อยินดีที่จะฟังลูกแก้บาปนะ” ชายหนุ่มคนนั้นเล่าบาปของเขาให้ฟัง หลังจากนั้นเขาก็พูดเสริมว่า “คุณพ่อครับ ผมทำความชั่วมาเยอะมาก ผมพินาศแล้วครับ!” “ลูกพูดอะไรอย่างนั้นเพื่อนเอ๋ย! เราต้องไม่สิ้นหวังนะ” ชายหนุ่มลุกขึ้นและพูดว่า “คุณพ่อครับ คุณพ่ออยากให้ผมไม่สิ้นหวัง แล้วตัวคุณพ่อล่ะทำอะไรอยู่?” นี่คือลำแสงแห่งความสว่าง พระสงฆ์รูปนั้นประหลาดใจอย่างยิ่ง ท่านได้ขับไล่ความคิดแห่งความสิ้นหวังนั้นออกไป กลายเป็นนักบวชและนักบุญผู้ยิ่งใหญ่... พระเจ้าผู้ประเสริฐทรงส่งทูตสวรรค์มาในร่างของชายหนุ่ม เพื่อแสดงให้ท่านเห็นว่าเราต้องไม่สิ้นหวัง พระเจ้าผู้ประเสริฐทรงพร้อมเสมอที่จะประทานการอภัยให้เราเมื่อเราทูลขอจากพระองค์ รวดเร็วเหมือนแม่ที่รีบฉวยลูกของตนออกมาจากกองไฟ

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

ท่านกำลังอ่าน

“ บทที่ 19 คำสอนว่าด้วยความหวัง ”