เราทุกคนล้วนมีแนวโน้มที่จะทำบาป ลูกเอ๋ย เราเกียจคร้าน ตะกละตระกลาม ลุ่มหลงในกามารมณ์ และหมกมุ่นอยู่กับความเพลิดเพลินทางเนื้อหนัง เราต้องการรู้ทุกสิ่ง เรียนรู้ทุกสิ่ง มองเห็นทุกสิ่ง เราต้องเฝ้าระวังความคิดของเรา หัวใจของเรา และประสาทสัมผัสของเรา เพราะสิ่งเหล่านี้คือประตูที่ปีศาจจะแทรกซึมเข้ามา ดูสิ มันคอยด้อมๆ มองๆ อยู่รอบตัวเราอย่างไม่หยุดหย่อน งานเดียวของมันในโลกนี้คือการหาเพื่อนร่วมทางให้กับตัวมันเอง ตลอดชีวิตของเรา มันจะวางกับดักเพื่อดักจับเรา มันจะพยายามทำให้เราพ่ายแพ้ต่อการประจญ ส่วนเราเองก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะและต่อต้านมัน เราทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้เลย ลูกเอ๋ย แต่เราสามารถทำได้ทุกอย่างด้วยความช่วยเหลือของพระเจ้าผู้ประเสริฐ ให้เราสวดภาวนาขอให้พระองค์ทรงช่วยเราให้พ้นจากศัตรูแห่งความรอดพ้นของเรา หรือประทานความเข้มแข็งให้เราต่อสู้กับมัน ด้วยพระนามของพระเยซูเจ้า เราจะโค่นล้มพวกปีศาจ เราจะทำให้พวกมันหนีเตลิดไป ด้วยพระนามนี้ หากบางครั้งพวกมันกล้าที่จะมาโจมตีเรา การต่อสู้ของเราก็จะเป็นชัยชนะ และชัยชนะของเราก็จะเป็นมงกุฎสำหรับสวรรค์ ที่ส่องประกายเจิดจ้าด้วยอัญมณีล้ำค่า
ดูสิ ลูกเอ๋ย พระเจ้าผู้ประเสริฐไม่เคยปฏิเสธสิ่งใดแก่ผู้ที่สวดภาวนาต่อพระองค์จากก้นบึ้งของหัวใจ วันหนึ่ง ขณะที่นักบุญเทเรซากำลังสวดภาวนาและปรารถนาที่จะได้เห็นพระเจ้าผู้ประเสริฐ พระเยซูคริสตเจ้าได้ทรงสำแดงพระหัตถ์ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ให้ดวงตาฝ่ายจิตวิญญาณของเธอได้เห็น จากนั้นในอีกวันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังสวดภาวนาอีกครั้ง พระองค์ทรงสำแดงพระพักตร์ของพระองค์ให้เธอเห็น และในที่สุด หลังจากนั้นไม่กี่วัน พระองค์ก็ทรงสำแดงพระกายอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดของพระองค์ให้เธอเห็น พระเจ้าผู้ประเสริฐผู้ทรงตอบสนองความปรารถนาของนักบุญเทเรซา จะทรงตอบรับคำภาวนาของเราเช่นกัน หากเราทูลขอพระหรรษทานเพื่อต่อต้านการประจญจากพระองค์ พระองค์ก็จะประทานให้เรา เพราะพระองค์ทรงประสงค์จะช่วยเราทุกคนให้รอด พระองค์ทรงหลั่งพระโลหิตเพื่อเราทุกคน พระองค์สิ้นพระชนม์เพื่อเราทุกคน พระองค์กำลังรอคอยเราทุกคนอยู่ในสวรรค์ เราอยู่ที่นี่กันสองสามร้อยคน เราทั้งหมดจะรอดพ้นไหม เราทั้งหมดจะได้ไปสวรรค์ไหม อนิจจา! ลูกเอ๋ย เราไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่พ่อรู้สึกตัวสั่นเมื่อเห็นวิญญาณมากมายต้องพินาศไปในทุกวันนี้
ดูสิ พวกเขาตกลงสู่นรกเหมือนใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นไม้เมื่อฤดูหนาวใกล้เข้ามา เราก็จะร่วงหล่นเหมือนคนอื่นๆ ลูกเอ๋ย หากเราไม่หลีกเลี่ยงการประจญ หากเมื่อเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราไม่ต่อสู้อย่างกล้าหาญด้วยความช่วยเหลือของพระเจ้าผู้ประเสริฐ หากเราไม่ออกพระนามของพระองค์ในระหว่างการต่อสู้ เหมือนอย่างนักบุญอันโทนีในทะเลทราย
เมื่อนักบุญท่านนี้ปลีกตัวไปอยู่ในอุโมงค์ฝังศพเก่า ปีศาจก็เข้ามาโจมตีท่าน ในตอนแรกมันพยายามทำให้ท่านหวาดกลัวด้วยเสียงอันน่าสยดสยอง มันถึงกับทุบตีท่านอย่างโหดร้ายจนท่านบาดเจ็บสาหัสและปางตาย “เอาล่ะ” นักบุญอันโทนีกล่าว “ฉันอยู่ที่นี่ พร้อมที่จะต่อสู้อีกครั้ง ไม่หรอก แกไม่มีทางพรากฉันไปจากพระเยซูคริสตเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระเจ้าของฉันได้” วิญญาณแห่งความมืดมิดเพิ่มความพยายามเป็นสองเท่า และเปล่งเสียงร้องที่น่าสะพรึงกลัว นักบุญอันโทนียังคงไม่หวั่นไหว เพราะท่านมอบความไว้วางใจทั้งหมดไว้ในพระเจ้า ตามแบบอย่างของนักบุญท่านนี้ ลูกเอ๋ย ให้เราเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้อยู่เสมอ ให้เรามอบความไว้วางใจในพระเจ้า ให้เราจำศีลอดอาหารและสวดภาวนา แล้วปีศาจก็จะไม่สามารถพรากเราไปจากพระเยซูคริสตเจ้าได้ ไม่ว่าในโลกนี้หรือโลกหน้า
แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com