

บาทหลวงผู้เติบโตจากจุดเริ่มต้นอันเรียบง่ายในฟาร์มตอนกลางของรัฐอิลลินอยส์ สู่การเป็นผู้จัดรายการวิทยุระดับชาติและรายการโทรทัศน์ช่วงไพรม์ไทม์ที่ดึงดูดผู้ชมหลายล้านคน ซึ่งรวมถึงเด็กชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งในรัฐเดียวกันที่ต่อมาจะได้เป็นสมเด็จพระสันตะปาปา
รายการ ชีวิตนั้นมีค่าที่จะดำเนินต่อไป “Life Is Worth Living” ของพระอัครสังฆราชคาทอลิก ฟุลตัน เจ. ชีน ซึ่งได้รับรางวัลเอ็มมี (Emmy Award) ในทศวรรษ 1950 ได้นำเสนอการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ระหว่างพระคัมภีร์ คำสอนของพระศาสนจักร และอารมณ์ขัน บนเครือข่ายโทรทัศน์ทั่วไป ซึ่งดึงดูดผู้ชมจากทุกศาสนาและทุกภูมิหลัง
บาทหลวงชาวอเมริกันท่านนี้สวมกางเขนประดับอก (Pectoral cross) และเสื้อคลุมเฟอร์ไรโอโล (Ferraiolo) อันเป็นเอกลักษณ์ ท่านบรรยายหน้ากระดานดำธรรมดา ๆ โดยมักหยิบยกความท้าทายทั่วไปในชีวิตประจำวันขึ้นมาสอน เช่น ความวิตกกังวล ความรัก ความเมตตากรุณา ความทุกข์ทรมาน ความสูญเสีย และความโศกเศร้า
การบุกเบิกการประกาศข่าวดีผ่านโทรทัศน์ของท่านยังคงดึงดูดผู้ชมจำนวนมหาศาลในทศวรรษ 1960 ด้วยรายการที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันอย่าง “The Fulton Sheen Program” ท่านประพันธ์หนังสือกว่า 60 เล่ม รวมถึง “Peace of Soul” ซึ่งติดอันดับ 6 บนรายชื่อหนังสือขายดีของ New York Times
ในช่วงปลายเดือนนี้ พระอัครสังฆราชชีนจะสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะชาวอิลลินอยส์คนแรกที่ได้รับการสถาปนาเป็นบุญราศี ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญขั้นตอนสุดท้ายก่อนการแต่งตั้งเป็นนักบุญในพระศาสนจักรคาทอลิก
คาดว่าจะมีสัตบุรุษหลายหมื่นคนมารวมตัวกันในพิธีบูชาขอบพระคุณ (มิสซา) สถาปนาบุญราศีของท่านในวันที่ 24 กันยายน ณ เมืองเซนต์หลุยส์ ที่ The Dome at America’s Center ซึ่งนักประกาศข่าวดีผู้เลื่องชื่อท่านนี้จะได้รับการยกย่องเป็น “บุญราศี ฟุลตัน ชีน”
สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 ซึ่งประสูติที่ชิคาโก ทรงระบุระหว่างการปราศรัยเมื่อเดือนมิถุนายนว่า พระองค์ทรงซาบซึ้งกับถ้อยคำของชีนตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ โดยทรงเรียกนักจัดรายการชื่อดังท่านนี้ว่า “แสงสว่างแห่งความเชื่อ ความหวัง และความรัก ที่ส่องประกายผ่านสื่อวิทยุและโทรทัศน์มาเป็นเวลานานหลายทศวรรษ”
“พ่อเองก็เป็นประจักษ์พยานถึงการประกาศข่าวดีของท่านในตอนที่พ่อกำลังเติบโต” องค์สมเด็จพระสันตะปาปาตรัสระหว่างการให้สมณองค์กรสนับสนุนงานแพร่ธรรม (Pontifical Mission Societies) เข้าเฝ้าที่นครรัฐวาติกัน “รายการของท่านได้สัมผัสใจผู้คนนับล้านด้วยความหวังแห่งพระวรสาร”
วาติกันได้อนุมัติให้ดำเนินการสถาปนาชีนเป็นบุญราศีในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากล่าช้ามาหลายปีระหว่างกระบวนการพิจารณาแต่งตั้งเป็นนักบุญที่มักเผชิญกับอุปสรรค
เดิมทีพิธีสถาปนาบุญราศีมีกำหนดจัดขึ้นในปี 2019 แต่ในเหตุการณ์ที่ไม่ปกตินัก วาติกันได้เลื่อนพิธีออกไปท่ามกลางการสืบสวนทางกฎหมายต่อบรรดาพระสงฆ์ที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศทั่วทั้งรัฐนิวยอร์ก แม้ว่าจะไม่มีการกล่าวหาชีนในเรื่องการล่วงละเมิดเป็นการส่วนตัว แต่พระสังฆราชองค์หนึ่งในเมืองโรเชสเตอร์ รัฐนิวยอร์ก ได้แสดงความกังวลว่าจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อดูว่าชีนได้จัดการกับข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดหรือการประพฤติมิชอบอย่างไม่เหมาะสมหรือไม่ ในระหว่างที่ท่านดำรงตำแหน่งพระสังฆราชที่นั่นในช่วงปลายทศวรรษ 1960
ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพระศาสนจักรได้ตัดสินว่าประวัติการทำงานของชีนไม่ใช่สาเหตุที่ต้องเลื่อนการประกาศออกไปอีก และเมื่อต้นปีนี้วาติกันได้อนุมัติให้เดินหน้าแผนการจัดพิธีสถาปนาบุญราศีต่อ
คริสตชนคาทอลิกทั่วโลกยังคงได้รับอิทธิพลจากคำสอนของชีนอย่างต่อเนื่องหลายปีหลังจากที่ท่านมรณภาพในปี 1979 ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการเรียกร้องให้มีการแต่งตั้งท่านเป็นนักบุญ
จากนั้นก็เกิดอัศจรรย์ขึ้น นั่นคือการรักษาทารกในพื้นที่เมืองพีโอเรียที่เกิดมาโดยไม่ตอบสนองและไม่มีชีพจรเป็นเวลา 61 นาที ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลจากการเสนอวิงวอนของชีน และได้รับการรับรองโดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสในปี 2019 ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามเงื่อนไขสำคัญสำหรับหนทางสู่การเป็นนักบุญ
บอนนี เอ็งสตรอม มารดาของทารกจากเมืองวอชิงตัน รัฐอิลลินอยส์ กล่าวว่าเธอได้สวดขอให้ชีนช่วยวิงวอนในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนั้น เธอและครอบครัววางแผนที่จะเข้าร่วมพิธีสถาปนาบุญราศีที่กำลังจะจัดขึ้นในเซนต์หลุยส์
ทารกคนดังกล่าว ซึ่งก็คือ เจมส์ ฟุลตัน เอ็งสตรอม ที่ตอนนี้เติบโตเป็นวัยรุ่นแล้ว จะเป็นผู้เชิญพระธาตุ (อัฐิธาตุ) ของชีนในระหว่างพิธี

“ชาวอิลลินอยส์ทุกคนสามารถภาคภูมิใจได้ว่าคนของพวกเรากำลังจะได้รับการยกขึ้นสู่ขั้นบุญราศี” บอนนี เอ็งสตรอม กล่าวระหว่างการสัมภาษณ์ล่าสุดกับหนังสือพิมพ์ Tribune
พิธีกรรมและงานต่าง ๆ มากมายก่อนพิธีมิสซาสถาปนาบุญราศีจะจัดขึ้นในเมืองพีโอเรีย ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชีนรับศีลบวชเป็นพระสงฆ์เมื่อวันที่ 20 กันยายน 1919 ณ อาสนวิหารแม่พระปฏิสนธินิรมล (Cathedral of St. Mary of the Immaculate Conception) โดยจะมีพิธีมิสซาพิเศษที่นั่นเพื่อรำลึกถึงวันครบรอบการบวชในวันอาทิตย์นี้
“นี่จะเป็นช่วงเวลาที่พระหรรษทานอันยิ่งใหญ่จะหลั่งไหลลงมาสู่พระศาสนจักร” พระสังฆราชหลุยส์ ทิลกา แห่งสังฆมณฑลพีโอเรียกล่าวระหว่างงานเฉลิมฉลองเปิดตัวก่อนการสถาปนาบุญราศีทางออนไลน์เมื่อปลายเดือนสิงหาคม “เมื่อเห็นผู้คนมากมายตื่นเต้น... ความหวังของผมคือขอให้มันเป็นช่วงเวลาแห่งแรงบันดาลใจ”
ในขณะที่การสถาปนาบุญราศีครั้งประวัติศาสตร์ของชีนกำลังใกล้เข้ามา ต่อไปนี้คือ 10 ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับชีวิต ภารกิจการรับใช้ และมรดกที่ท่านทิ้งไว้:
-
รายการโทรทัศน์ทางศาสนาของท่านสามารถแข่งขันและเอาชนะดาวเด่นแห่งยุคได้: รายการ “Life Is Worth Living” รายสัปดาห์ที่ออกอากาศในระบบขาวดำ ได้แข่งขันแย่งชิงยอดผู้ชมกับรายการ “The Frank Sinatra Show” และนักแสดงตลก มิลตัน เบอร์ล ซึ่งได้รับฉายาว่า “Mr. Television” ผู้เคยกล่าวติดตลกว่า “อย่างน้อยผมก็เสียเรตติ้งให้กับพระเจ้าล่ะนะ” ชีนคว้ารางวัลเอ็มมีปี 1953 สาขาบุคลิกภาพทางโทรทัศน์ยอดเยี่ยม โดยเอาชนะนักแสดงอย่างลูซิลล์ บอลล์, นักจัดรายการเอ็ดเวิร์ด อาร์. เมอร์โรว์, นักแสดงตลกจิมมี ดูรันเต และอดีตผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ แอดลีย์ สตีเวนสัน ซึ่งเพิ่งพ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีให้กับดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ พระสงฆ์ท่านนี้ได้ยกเครดิตความสำเร็จดังกล่าวให้กับนักเขียนทั้งสี่คนของรายการโทรทัศน์ของท่าน ซึ่งก็คือผู้เขียนพระวรสารทั้งสี่ ได้แก่ มัทธิว มาระโก ลูกา และยอห์น “(ชีน) เป็นบุคคลสำคัญอย่างแท้จริงในวงการสื่ออเมริกันในศตวรรษที่ 20 เริ่มจากวิทยุและต่อมาคือโทรทัศน์” แคทลีน สโปรว์ส คัมมิงส์ ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอเทรอดามและผู้เขียนหนังสือ “A Saint of Our Own” กล่าว “ท่านช่วยให้คาทอลิกเป็นที่เข้าใจและยอมรับมากขึ้นผ่านการเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในรายการโทรทัศน์ของท่าน”
-
ท่านเกิดในฟาร์มที่เมืองเล็ก ๆ อย่างเอลปาโซ รัฐอิลลินอยส์ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 1895: แต่ชีนไม่เคยเก่งเรื่องงานฟาร์มเลย ท่านชอบอ่านหนังสือมากกว่าการปอกเปลือกข้าวโพด ทำความสะอาดคอกม้า และมัดฟาง ท่านเล่าว่าเพื่อนบ้านเคยบอกพ่อของท่านว่า ท่านคงจะไม่ได้เป็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรอกเพราะ “เขามัวแต่เอาหน้ามุดอยู่กับหนังสือ” ตามที่ระบุไว้ในอัตชีวประวัติ “Treasure in Clay: The Autobiography of Fulton J. Sheen”
-
ชื่อเดิมของท่านคือ ปีเตอร์ จอห์น ชีน (Peter John Sheen): และบางครั้งก็ถูกเรียกว่า P.J. ในตอนเด็ก แต่เมื่อโตขึ้นท่านกลับชอบนามสกุลเดิมของมารดาคือ “ฟุลตัน” มากกว่า “และใช้มันจนติดปาก” ตามบทความในนิตยสาร Time ปี 1952 ที่มีภาพของชีนขึ้นปก
-
ความซุ่มซ่ามในวัยเด็กกลายมาเป็นคำทำนายแห่งอนาคต: ขณะเป็นเด็กช่วยมิสซาที่อาสนวิหารในเมืองพีโอเรีย ชีนในวัยเด็กบังเอิญทำเหยือกใส่เหล้าองุ่นตกแตกในบริเวณพระแท่นศักดิ์สิทธิ์ (Sanctuary) ท่านกลัวมากว่าพระสังฆราช จอห์น แอล. สปอลดิง ซึ่งเป็นประธานในพิธีจะตำหนิ “ไม่มีการระเบิดของปรมาณูใดที่จะมีระดับเสียงและแรงระเบิดเทียบเท่ากับเสียงเหยือกเหล้าองุ่นที่ตกลงบนพื้นหินอ่อนของอาสนวิหารต่อหน้าพระสังฆราชได้” ชีนเล่าไว้ใน “Treasure in Clay” แต่ตรงกันข้าม พระสังฆราชกลับปลอบโยนเด็กน้อยและมอบคำทำนายสองประการ คือ สักวันหนึ่งชีนจะได้ไปศึกษาที่มหาวิทยาลัย Louvain ในเบลเยียม และท่านจะได้เป็นพระสังฆราช โดยกล่าวว่า “สักวันหนึ่งลูกจะเป็นเหมือนอย่างที่พ่อเป็น” ตามที่ระบุในหนังสืออัตชีวประวัติ ซึ่งคำทำนายทั้งสองข้อนี้ก็เป็นจริง
-
ท่านเป็นผู้ต่อต้านคอมมิวนิสต์ตัวยง: ชีนแสดงความใกล้ชิดทางจิตวิญญาณเป็นพิเศษกับคริสตชนที่ถูกเบียดเบียนในประเทศกลุ่มตะวันออกในช่วงที่สงครามเย็นถึงขีดสุด ท่านได้รับสิทธิอำนาจพิเศษจากพระสันตะปาปาให้สามารถประกอบพิธีกรรมในจารีตไบแซนไทน์ (Byzantine Rite) เพื่อแสดงความสมัครสมานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับชาวคาทอลิกจารีตไบแซนไทน์จำนวนมากที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ยุโรปตะวันออกภายใต้การปกครองของคอมมิวนิสต์ “ท่านต้องการเชื่อมโยงกับพระศาสนจักรคาทอลิกไบแซนไทน์เพื่อใกล้ชิดกับผู้คนในยุโรปตะวันออกที่กำลังถูกเบียดเบียน” พิพิธภัณฑ์พระอัครสังฆราช ฟุลตัน ชีน ในพีโอเรีย กล่าวบนหน้าเฟซบุ๊ก ในปี 1955 ชีนได้ประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณจารีตไบแซนไทน์กลางแจ้งครั้งใหญ่ในรัฐเพนซิลเวเนีย และจัดการให้มีการออกอากาศไปยังประเทศต่าง ๆ หลังม่านเหล็กผ่าน Voice of America และ Radio Free Europe “เรากำลังสวดภาวนาเพื่ออิสรภาพของพวกท่าน!” ชีนประกาศระหว่างบทเทศน์
-
ท่านมักได้รับการยกย่องว่าทำนายการเสียชีวิตของ โจเซฟ สตาลิน ผู้นำเผด็จการคอมมิวนิสต์ ผ่านทางหน้าจอทีวี: ในตอนหนึ่งของเดือนกุมภาพันธ์ 1953 ที่น่าขนลุกซึ่งมีชื่อตอนว่า “The Death of Stalin” ชีนได้อ่านบทพูดคนเดียวจากฉากฝังศพในเรื่อง “Julius Caesar” ของเชกสเปียร์ แต่แทนที่ตัวละครโรมันด้วยชื่อผู้นำคนสำคัญของโซเวียต โดยบทของซีซาร์ที่ชะตาขาดนั้นถูกกำหนดให้เป็นสตาลิน “สักวันหนึ่งสตาลินจะต้องเผชิญกับการพิพากษา” ชีนประกาศด้วยสายตาที่จ้องเขม็งไปที่กล้อง สตาลินมีอาการเส้นเลือดในสมองแตกในอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ต่อมา และในวันที่ 5 มีนาคม 1953 เขาก็เสียชีวิต
-
ชีนเป็นผู้ดูแลการระดมทุนหลายล้านดอลลาร์เพื่องานแพร่ธรรมระดับโลกของคาทอลิก: ตามข้อมูลของสมณองค์กรสนับสนุนงานแพร่ธรรมแห่งสหรัฐอเมริกา (The Pontifical Mission Societies USA) โจน ชีน คันนิงแฮม หลานสาวผู้ล่วงลับของท่านจากพีโอเรีย เล่าว่าชีนยังบริจาครายได้ที่ได้รับจากรายการโทรทัศน์ของท่านด้วย ตามที่ระบุไว้ในหนังสือ “My Uncle Fulton Sheen” ของเธอ “แม้ว่าท่านจะทำสัญญาที่ 26,000 ดอลลาร์ต่อตอน แต่พระสังฆราชชีนไม่เคยได้เห็นเงินจำนวนนั้นเลย เงินถูกส่งตรงไปยังกรุงโรมเพื่อแจกจ่ายให้กับบรรดามิชชันนารีทั่วโลก” เธอเขียน “พระสังฆราชชีนได้รับความพึงพอใจอย่างมากเมื่อรู้ว่าเงินเดือนของท่านเป็นแหล่งสนับสนุนประจำสำหรับงานแพร่ธรรม และท่านหาเงินมาได้ด้วยวิธีเชิงบวก นั่นคือการจรรโลงใจผู้ชมของท่าน”
-
ท่านอุทิศเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็มเพื่อสวดภาวนาในแต่ละวัน ซึ่งท่านเรียกว่า “ชั่วโมงศักดิ์สิทธิ์” (Holy hour): “เมื่อเวลาผ่านไป ท่านต้องพึ่งพาชั่วโมงศักดิ์สิทธิ์ โหยหาคุณประโยชน์ของมัน และมองว่าเวลาที่ใช้ต่อหน้าศีลมหาสนิทนั้นเปรียบเสมือนการหายใจด้วยความช่วยเหลือของถังออกซิเจน” คันนิงแฮมเล่าไว้ในหนังสือของเธอ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1979 ด้วยวัย 84 ปี ชีนมรณภาพที่วัดน้อยในบ้านของท่านในแมนฮัตตัน นิวยอร์ก ขณะกำลังสวดภาวนาในช่วง “ชั่วโมงศักดิ์สิทธิ์” นี้
-
กระบวนการพิจารณาแต่งตั้งเป็นนักบุญของท่านต้องพบกับอุปสรรคมากมาย: ซึ่งรวมถึงการต่อสู้ในชั้นศาลที่ยืดเยื้อและเป็นข่าวโด่งดังเกี่ยวกับสถานที่ฝังศพของท่าน เรื่องนี้ยุติลงในปี 2019 เมื่อร่างของท่านถูกย้ายจากนิวยอร์กและนำไปฝังในสุสานที่อาสนวิหารในสังฆมณฑลพีโอเรีย ซึ่งเป็นผู้เริ่มกระบวนการขอแต่งตั้งเป็นนักบุญให้กับชีนในปี 2002 “การต่อสู้แย่งชิงร่างของนักบุญพบได้ทั่วไปในพระศาสนจักรคาทอลิก” คัมมิงส์ตั้งข้อสังเกต “แต่เรื่องพวกนี้มักจะไม่ได้ไปปรากฏอยู่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ New York Times หรอก”
-
พระศาสนจักรคาทอลิกจะต้องรับรองอัศจรรย์ครั้งที่สองที่เกิดจากการเสนอวิงวอนของชีนก่อนที่ท่านจะได้รับการประกาศเป็นนักบุญ: เมื่อบุคคลใดได้รับการสถาปนาเป็นบุญราศีแล้ว โดยปกติจำเป็นต้องมีอัศจรรย์อีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะได้รับการประกาศเป็นนักบุญ แม้ว่าบางครั้งสมเด็จพระสันตะปาปาในอดีตจะทรงยกเว้นขั้นตอนนี้ในกรณีพิเศษก็ตาม “พวกเราจะสวดภาวนาขอให้อัศจรรย์อีกครั้งได้รับการรับรองผ่านการเสนอวิงวอนของท่าน และหากเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า ท่านจะได้รับการประกาศเป็นนักบุญ” พระสังฆราชทิลกากล่าวระหว่างงานก่อนการสถาปนาบุญราศีในเดือนสิงหาคม “ผมชอบพูดเสมอว่าท่านเป็นนักบุญอยู่แล้ว เราแค่พยายามตามให้ทันท่านเท่านั้นเอง”
เรื่องที่ 11?
พระคาร์ดินัล ฟูลตันชีน และวัดพระมหาไถ่
วัดพระมหาไถ่ กรุงเทพฯ เริ่มการก่อสร้างโบสถ์ขึ้นตอนต้นปี 1954 ภายใต้การควบคุมของสถาปนิกมือดีชาวอิตาเลี่ยน ชื่อ อาชิเนลลี ท่านตื่นเต้นและดีใจมากที่มีโอกาสออกแบบและสร้างโบสถ์คาทอลิกในแบบสถาปัตยกรรมไทย ซึ่งเป็นดำรัสของพณฯ ฟูลตัน ชีน พระสังฆราชชาวอเมริกันอันเลื่องชื่อเคยให้ไว้ขณะที่ท่านบังเอิญมาเยือนประเทศไทยในเวลาเดียวกันเป็นการมาถึงของพระสงฆ์คณะพระมหาไถ่

https://www.holyredeemerbangkok.org/about
บทภาวนา
ข้าแต่พระบิดานิรันดร พระองค์เพียงผู้เดียวที่ทรงประทานพระพรทุกประการทั้งในสวรรค์และบนแผ่นดินแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย อาศัยพันธกิจแห่งการไถ่กู้ของพระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ และโดยการทรงงานของพระจิตเจ้า
หากเป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์ โปรดเทิดเกียรติ พระอัครสังฆราช ฟุลตัน เจ. ชีน ผู้รับใช้ของพระองค์ โดยโปรดประทานพระคุณที่ข้าพเจ้ากำลังวอนขอ อาศัยคำเสนอวิงวอนของท่าน (ระบุคำวอนขอของท่านที่นี่)
ข้าพเจ้าวอนขอสิ่งเหล่านี้ด้วยความวางใจ อาศัยพระบารมีพระเยซูคริสตเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย อาแมน
อนุมัติให้พิมพ์เผยแพร่ (Imprimatur): +พระสังฆราช แดเนียล อาร์. เจนกี, C.S.C., พระสังฆราชแห่งสังฆมณฑลพีโอเรีย
https://www.celebratesheen.com/prayer-for-favor
แปลจาก
First Illinois native to be beatified: 10 things to know about famed TV host, evangelist Fulton Sheen on his path to sainthood
https://www.chicagotribune.com/2026/09/19/illinois-native-beatification/


บทความโดย
บาทหลวง วรวุฒิ สารพันธุ์ C.Ss.R. JCL
Catholic Priest & Canonist
Author & Administrator
Faith4Thai.com
*juris canonici licentiatus
หรือ JCL เป็นปริญญาทางกฏหมายพระศาสนจักร
Email:
FaceBook: Worawut Saraphan
Iine ID: mcssrsp

