Skip to main content
บทที่ 10 ความรักย่อมทนได้ทุกสิ่ง (2)

3. ความอดทนเมื่อถูกดูหมิ่น

ในประการที่สาม เราต้องปฏิบัติความอดทน และแสดงความรักของเราต่อพระเป็นเจ้า ด้วยการยอมรับการถูกดูหมิ่นอย่างสงบ

ทันทีที่วิญญาณมอบตนเองแด่พระเป็นเจ้า พระองค์จะทรงส่งการสบประมาทและการเบียดเบียนมาให้เธอ ทั้งจากพระองค์เองหรือผ่านทางผู้อื่น วันหนึ่งทูตสวรรค์องค์หนึ่งปรากฏแก่บุญราศีเฮนรี ซูโซ และกล่าวกับท่านว่า เฮนรี ที่ผ่านมาท่านได้พลีกรรมตนเองตามวิธีของท่านเอง แต่นับจากนี้ไปท่านจะต้องถูกพลีกรรมตามความพอใจของผู้อื่น วันรุ่งขึ้น ขณะที่ท่านกำลังมองออกไปนอกหน้าต่างดูถนน ท่านเห็นสุนัขตัวหนึ่งกำลังสะบัดและฉีกเศษผ้าที่มันคาบไว้ในปาก ในขณะเดียวกันก็มีเสียงหนึ่งกล่าวกับท่านว่า ท่านก็จะต้องถูกฉีกทึ้งในปากของมนุษย์เช่นนั้น ทันใดนั้นบุญราศีเฮนรีก็ลงไปที่ถนนและเก็บเศษผ้านั้นมาเก็บไว้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ท่านในการทดลองที่กำลังจะมาถึง [1]

การสบประมาทและการทำร้ายคืออาหารโอชะที่บรรดานักบุญปรารถนาและแสวงหาอย่างจริงจัง นักบุญฟิลิป เนรี ตลอดระยะเวลาสามสิบปี ต้องทนรับการปฏิบัติที่เลวร้ายมากมายในบ้านของนักบุญเจอโรมที่กรุงโรม แต่ด้วยเหตุนี้เองท่านจึงปฏิเสธที่จะจากไป และขัดขืนคำเชิญชวนทั้งหมดของลูกๆ ที่ให้ท่านไปอยู่กับพวกเขาในบ้านศูนย์รวมจิตใจแห่งใหม่ซึ่งท่านเป็นผู้ก่อตั้งเอง จนกระทั่งท่านได้รับคำสั่งอย่างชัดเจนจากสมเด็จพระสันตะปาปาให้ทำเช่นนั้น นักบุญยอห์นแห่งไม้กางเขนได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนอากาศเพื่อรักษาอาการป่วยซึ่งท้ายที่สุดก็นำท่านไปสู่หลุมศพ ในตอนนั้น ท่านสามารถเลือกอารามที่สะดวกสบายกว่า ซึ่งอธิการมีความผูกพันกับท่านเป็นพิเศษ แต่ท่านกลับเลือกอารามที่ยากจน ซึ่งอธิการเป็นศัตรูกับท่าน และแท้จริงแล้ว เป็นเวลานานและเกือบจะถึงวันตายของท่าน อธิการผู้นั้นได้พูดให้ร้ายท่านและล่วงละเมิดท่านในหลายวิธี และถึงกับห้ามนักบวชคนอื่นๆ ไม่ให้ไปเยี่ยมท่าน ที่นี่เราจะเห็นได้ว่าบรรดานักบุญแสวงหาที่จะถูกดูหมิ่นอย่างไร นักบุญเทเรซาเขียนคติพจน์อันน่าชื่นชมนี้ไว้ว่า ผู้ใดที่ปรารถนาความสมบูรณ์แบบ ต้องระวังอย่าพูดเด็ดขาดว่า พวกเขาไม่มีเหตุผลที่จะปฏิบัติต่อฉันเช่นนั้น หากท่านไม่ยอมแบกไม้กางเขนใดๆ เลยเว้นแต่ไม้กางเขนที่มีเหตุผลรองรับ ความสมบูรณ์แบบก็ไม่ใช่สำหรับท่าน ขณะที่นักบุญเปโตรมรณสักขีกำลังบ่นในคุกว่าถูกคุมขังอย่างไม่ยุติธรรม ท่านก็ได้รับคำตอบอันโด่งดังจากไม้กางเขน องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับท่านว่า แล้วเราทำความชั่วร้ายอันใดหรือ เราจึงต้องทนทุกข์และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนี้เพื่อมนุษย์ โอ้ บรรดานักบุญได้รับความบรรเทาใจในความทุกข์ยากลำบากทั้งหมดของพวกท่าน จากความอัปยศอดสูที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงอดทนรับเพียงใด นักบุญเอเลอาซาร์ เมื่อถูกภรรยาถามว่าท่านทำอย่างไรจึงสามารถทนรับการทำร้ายมากมายที่ท่านต้องเผชิญด้วยความอดทนถึงเพียงนี้ และแม้กระทั่งจากคนรับใช้ของท่านเอง ท่านตอบว่า ข้าพเจ้าหันไปมองดูพระเยซูผู้ทรงถูกเหยียดหยาม และข้าพเจ้าก็ค้นพบในทันทีว่าการถูกสบประมาทของข้าพเจ้านั้นไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่พระองค์ทรงทนทุกข์เพื่อข้าพเจ้า และด้วยเหตุนี้พระเป็นเจ้าจึงทรงประทานความเข้มแข็งให้ข้าพเจ้าทนรับทุกสิ่งอย่างอดทน

ท้ายที่สุดแล้ว การสบประมาท ความยากจน ความทรมาน และความทุกข์ยากลำบากทั้งปวง มีแต่จะทำให้วิญญาณที่ไม่รักพระเป็นเจ้าต้องเหินห่างจากพระองค์มากยิ่งขึ้น ในขณะที่เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับวิญญาณที่รักพระเป็นเจ้า มันจะกลายเป็นเครื่องมือแห่งความเป็นหนึ่งเดียวที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นและความรักต่อพระเป็นเจ้าที่เร่าร้อนยิ่งขึ้น น้ำมากมายไม่อาจดับความรักได้ [2] ไม่ว่าความยากลำบากจะยิ่งใหญ่และรุนแรงเพียงใด นอกจากการไม่ดับเปลวไฟแห่งความรักแล้ว มันกลับยิ่งจุดประกายความรักนั้นให้ลุกโชนมากขึ้นในวิญญาณที่ไม่รักสิ่งใดเลยนอกจากพระเป็นเจ้า

แต่เหตุใดพระผู้ทรงสรรพานุภาพจึงทรงให้เราแบกไม้กางเขนมากมาย และทรงพอพระทัยที่เห็นเราทนทุกข์ ถูกด่าทอ ถูกเบียดเบียน และถูกโลกกระทำย่ำยี พระองค์ทรงเป็นทรราชผู้มีนิสัยโหดร้ายที่ทำให้พระองค์ชื่นชมยินดีในความทุกข์ทรมานของเราหรือ ไม่เลย พระเป็นเจ้าไม่ทรงเป็นทรราชหรือโหดร้ายแต่อย่างใด พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตาสงสารและทรงรักเราอย่างเต็มเปี่ยม เพียงแค่พูดว่า พระองค์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเราก็เพียงพอแล้ว แท้จริงแล้วพระองค์ทรงชื่นชมยินดีในความทุกข์ทรมานของเรา แต่เพื่อความดีของเราเอง ในแง่ที่ว่า เมื่อเราทนทุกข์ที่นี่ เราก็จะได้รับการปลดปล่อยในชีวิตหน้าจากหนี้แห่งความทรมานที่เราสมควรได้รับจากความยุติธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ พระองค์ทรงชื่นชมยินดีในสิ่งเหล่านั้น เพราะมันตัดเราออกจากความเพลิดเพลินทางประสาทสัมผัสของโลกนี้ เมื่อแม่ต้องการหย่านมลูก เธอจะทาความขมไว้ที่เต้านม เพื่อสร้างความรู้สึกรังเกียจให้แก่ลูก พระองค์ทรงชื่นชมยินดีในสิ่งเหล่านั้น เพราะด้วยความอดทนและความยินยอมพร้อมใจของเราในการแบกรับสิ่งเหล่านั้น เราได้มอบเครื่องหมายแห่งความรักของเราให้แก่พระองค์ ท้ายที่สุด พระองค์ทรงชื่นชมยินดีในสิ่งเหล่านั้น เพราะมันมีส่วนช่วยเพิ่มพูนสิริมงคลของเราในสวรรค์ นี่คือเหตุผลที่พระผู้ทรงสรรพานุภาพ ด้วยความเมตตาสงสารและความรักที่ทรงมีต่อเรา ทรงพอพระทัยในการทนทุกข์ของเรา

บัดนี้ขอให้เรานำบทนี้ไปสู่บทสรุป เพื่อให้เราสามารถฝึกฝนความอดทนให้เป็นประโยชน์ในทุกความทุกข์ยากของเรา เราต้องเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่าทุกการทดลองมาจากพระหัตถ์ของพระเป็นเจ้า ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมผ่านทางมนุษย์ ดังนั้นเราต้องขอบพระคุณพระเป็นเจ้าเมื่อใดก็ตามที่เราถูกรุมเร้าด้วยความโศกเศร้า และยอมรับด้วยความชื่นชมยินดีในใจ ต่อทุกเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเจริญรุ่งเรืองหรือตกต่ำ ที่มาจากพระองค์ โดยรู้ว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นตามการจัดเตรียมของพระองค์เพื่อสวัสดิภาพของเรา สำหรับผู้ที่รักพระเป็นเจ้า ทุกสิ่งร่วมกันก่อให้เกิดความดี [3] นอกเหนือจากนี้ ในความทุกข์ยากของเรา เป็นการดีที่จะมองดูนรกที่เราเคยสมควรได้รับในอดีตเพียงชั่วครู่ เพราะเป็นที่แน่นอนว่าความเจ็บปวดทั้งหมดในชีวิตนี้เล็กน้อยกว่าความเจ็บปวดอันน่าสะพรึงกลัวของนรกอย่างเทียบกันไม่ได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด การสวดภาวนา ซึ่งทำให้เราได้รับความช่วยเหลือจากเบื้องบน คือเครื่องมืออันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้เราทนรับความทุกข์ยาก การดูหมิ่น และความขัดแย้งทั้งหมดได้อย่างอดทน และเป็นสิ่งที่จะมอบความเข้มแข็งที่เราไม่มีด้วยตัวเราเองให้แก่เรา บรรดานักบุญเชื่อมั่นในสิ่งนี้ พวกท่านได้ฝากฝังตัวพวกท่านเองไว้กับพระเป็นเจ้า และดังนั้นจึงสามารถเอาชนะความทรมานและการเบียดเบียนได้ทุกรูปแบบ

ความรักและบทภาวนา

ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่า หากปราศจากการทนทุกข์ และการทนทุกข์ด้วยความอดทน ข้าพเจ้าก็ไม่สามารถได้รับมงกุฎแห่งสวรรค์ กษัตริย์ดาวิดกล่าวว่า ความอดทนของข้าพเจ้ามาจากพระองค์ [4] และข้าพเจ้าก็กล่าวเช่นเดียวกันว่า ความอดทนในการทนทุกข์ของข้าพเจ้าต้องมาจากพระองค์ ข้าพเจ้ามีความตั้งใจมากมายที่จะยอมรับความทุกข์ยากลำบากทั้งหมดอย่างสงบ แต่ทันทีที่สิ่งเหล่านั้นมาถึง ข้าพเจ้าก็กลับเศร้าหมองและตื่นตระหนก และหากข้าพเจ้าต้องทนทุกข์ ข้าพเจ้าก็ทนทุกข์โดยปราศจากบุญบารมีและปราศจากความรัก เพราะข้าพเจ้าไม่รู้วิธีที่จะทนทุกข์กับสิ่งเหล่านั้นเพื่อให้พระองค์พอพระทัย ข้าแต่พระเยซูของข้าพเจ้า โดยอาศัยความดีความชอบแห่งความอดทนของพระองค์ในการแบกรับความทุกข์ยากมากมายเพื่อความรักต่อข้าพเจ้า ขอพระองค์โปรดประทานพระหรรษทานให้ข้าพเจ้าแบกไม้กางเขนเพื่อความรักของพระองค์ด้วยเถิด ข้าพเจ้ารักพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจ ข้าแต่พระผู้ไถ่ที่รักของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ารักพระองค์ ข้าแต่ความดีสูงสุดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ารักพระองค์ ข้าแต่ความรักของข้าพเจ้า ผู้ทรงคู่ควรกับความรักอันหาที่สุดมิได้ ข้าพเจ้าเป็นทุกข์เสียใจต่อความไม่พอพระทัยใดๆ ที่ข้าพเจ้าเคยทำให้เกิดแก่พระองค์ มากกว่าความชั่วร้ายอื่นใด ข้าพเจ้าขอสัญญาต่อพระองค์ว่าจะยอมรับการทดลองทั้งหมดที่พระองค์อาจส่งมาให้ข้าพเจ้าด้วยความอดทน แต่ข้าพเจ้าหวังความช่วยเหลือจากพระองค์เพื่อที่จะซื่อสัตย์ต่อคำสัญญาของข้าพเจ้า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อให้สามารถทนรับความเจ็บปวดในวาระสุดท้ายและความตายของข้าพเจ้าอย่างสงบได้

ข้าแต่พระนางมารีย์ พระราชินีของข้าพเจ้า โปรดเมตตาวิงวอนขอความยินยอมพร้อมใจอย่างแท้จริงให้แก่ข้าพเจ้า ในความเจ็บปวดและการทดลองทั้งหมดที่รอข้าพเจ้าอยู่ในชีวิตและความตาย


เชิงอรรถอ้างอิง
[1] ประวัติ บทที่ 22
[2] บทเพลงกวีนิพนธ์ 8 ข้อ 7
[3] โรม 8 ข้อ 28
[4] สดุดี 61 ข้อ 6

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com