Skip to main content
เล่มที่ 1 - พระเยซูคริสต์ และ พระศาสนจักร
บทที่ 2 การประกาศข่าวดี คืออะไร?

เขียนโดย
- พระสังฆราช รัฟฟาเอลโล มาร์ติเนลลี -
แปลและเรียบเรียงโดย
Faith4Thai.com

การประกาศข่าวดีคืออะไร?

Line deco2

การประกาศข่าวดี หมายถึง การประกาศถึงพระเยซูเจ้าทั้งด้วยคำพูดและการกระทำ โดยการยอมตนเป็นเครื่องมือให้พระองค์ประทับอยู่และทำงานในโลกนี้ผ่านทางตัวเรา

ดังนั้น เป้าหมายหลักของการประกาศข่าวดีคือการช่วยให้ทุกคนได้มาพบกับพระคริสตเจ้าในความเชื่อ สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 เคยตรัสไว้ว่า "ปัญหาสังคมและพระวรสารเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ หากเรามอบให้ผู้คนเพียงแค่ความรู้ ความสามารถ ทักษะทางวิชาชีพ และเครื่องมือต่างๆ ก็เท่ากับว่าเรามอบให้พวกเขาน้อยเกินไป"

การได้พบกับพระคริสตเจ้านี้ เกี่ยวข้องกับมนุษย์ครบทุกมิติ (ทั้งสติปัญญา เจตจำนง อารมณ์ความรู้สึก กิจการ และแผนการ) และเกี่ยวข้องกับทุกคน ดังนั้น เป้าหมายของการประกาศข่าวดีจึงครอบคลุมถึงมวลมนุษยชาติ

ทำไมเราจึงต้องประกาศข่าวดี?

Line deco2

มีเหตุผลหลายประการที่สอดคล้องและส่งเสริมกัน ดังนี้:

  • เพื่อเชื่อฟังพระบัญชาของพระคริสตเจ้า: พระองค์ตรัสว่า “จงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวดีให้มนุษย์ทั้งปวง ผู้ที่เชื่อและรับศีลล้างบาปก็จะรอดพ้น ผู้ที่ไม่เชื่อจะถูกตัดสินลงโทษ” (มก 16:15-16) พระบัญชานี้มีรากฐานมาจากความรักอันไม่มีที่สิ้นสุดของพระองค์ ที่ทรงปรารถนาให้มนุษย์รอดพ้นนิรันดร
  • เพื่อเจริญรอยตามอัครสาวก: ผู้ซึ่งได้รับการดลใจจากพระจิตเจ้า ให้ออกไปเชิญชวนทุกคนให้กลับใจ เปลี่ยนแปลงชีวิต และรับศีลล้างบาป
  • เพื่อแสดงความรักสามประการให้เป็นจริง: คือความรักต่อพระวาจาของพระเจ้า ความรักต่อพระศาสนจักร และความรักต่อโลก
  • เพื่อตอบสนองสิทธิของมนุษย์ทุกคน: มนุษย์ทุกคนมีสิทธิที่จะได้ยิน "ข่าวดี" ของพระเจ้า เพื่อให้แต่ละคนสามารถดำเนินชีวิตตามกระแสเรียกของตนได้อย่างสมบูรณ์ หัวใจของมนุษย์ทุกคนล้วนโหยหาและรอคอยที่จะได้พบกับพระคริสตเจ้า เมื่อมีสิทธินี้ หน้าที่ในการประกาศข่าวดีจึงตามมา ดังที่นักบุญเปาโลกล่าวว่า “ความรักของพระคริสตเจ้าผลักดันเรา” (2 คร 5:14) ให้ไปประกาศพระวรสารแก่ทุกคน
  • เพื่อแบ่งปันพระพรที่เราได้รับให้แก่ผู้อื่น: ด้วยความเคารพและการเสวนา ความจริงที่ช่วยชีวิตเราไว้ จะจุดไฟในใจของเราให้เกิดความรักต่อเพื่อนมนุษย์ และเป็นแรงผลักดันให้เราอยากส่งมอบสิ่งที่เราได้รับมาเปล่าๆ นี้ให้ผู้อื่นต่อไปด้วยความมีอิสระ
  • เพื่อมอบการรับใช้ที่สำคัญยิ่งต่อเพื่อนมนุษย์: การประกาศและเป็นพยานถึงพระวรสาร ถือเป็นการรับใช้ประการแรกสุดที่คริสตชนสามารถมอบให้แก่เพื่อนมนุษย์ทุกคน
  • เพื่อช่วยผู้คนให้หลุดพ้นจาก "ทะเลทราย" รูปแบบต่างๆ ในชีวิต: พระศาสนจักรและผู้อภิบาลทุกคนต้องทำหน้าที่เหมือนพระคริสตเจ้า ในการนำพาผู้คนออกจากทะเลทรายแห่งความมืดมิดทางจิตวิญญาณ ไปสู่สถานที่แห่งชีวิตและมิตรภาพกับพระบุตรของพระเจ้า

การประกาศข่าวดีไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ แต่เป็น สิทธิที่ขาดไม่ได้ เป็นการแสดงออกถึงเสรีภาพทางศาสนา และสิทธิในการแสวงหาความสุขที่แท้จริง ดังที่บุญราศีสมเด็จพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6 มักกล่าวว่า "การเป็นคริสตชนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันคือความสุข"

ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการประกาศข่าวดี

Line deco2

1. การประกาศข่าวดีเป็นการละเมิดเสรีภาพทางศาสนาหรือไม่?

สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ เสรีภาพของบุคคลมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับความจริง เสรีภาพไม่ใช่การทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่คือการมุ่งไปสู่ความจริงและความดี การปฏิเสธว่าความจริงไม่มีอยู่ หรือบอกว่าความจริงมีอยู่ในทุกความเชื่อเท่าๆ กันแม้จะขัดแย้งกันเอง จะเป็นการพรากเอาสิ่งที่ดึงดูดสติปัญญาและหัวใจของมนุษย์ไป

ในการแสวงหาความจริง มนุษย์ต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่น ไม่มีใครค้นพบความจริงทั้งหมดได้ด้วยตัวคนเดียว เราต้องอาศัยการถ่ายทอดและการเสวนา ดังนั้น การนำพาสติปัญญาและเสรีภาพของบุคคลด้วยความจริงใจ ไปสู่การพบกับพระคริสตเจ้า จึงไม่ใช่การก้าวก่ายที่ไม่เหมาะสม แต่เป็นการรับใช้ที่ชอบธรรม การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพระคริสตเจ้าไม่ได้ลดทอนเสรีภาพของมนุษย์ แต่กลับช่วยยกระดับและนำทางเสรีภาพนั้นไปสู่ความสมบูรณ์

2. ในเมื่อคนที่ไม่ใช่คริสตชนก็สามารถรอดพ้นได้ การประกาศข่าวดีก็ไร้ประโยชน์ใช่หรือไม่?

แม้ว่าผู้ที่ไม่ใช่คริสตชนจะสามารถรอดพ้นได้ด้วยพระหรรษทานที่พระเจ้าประทานให้ใน "หนทางที่พระองค์ทรงทราบ" แต่พระศาสนจักรก็ตระหนักดีว่า บุคคลเหล่านั้นกำลังพลาดพระพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนี้ไป นั่นคือ การได้รู้จักพระพักตร์ที่แท้จริงของพระเจ้าและมิตรภาพของพระเยซูคริสต์ การต้องใช้ชีวิตอยู่ในความมืดมิดโดยปราศจากความจริงเกี่ยวกับเป้าหมายสูงสุดของชีวิตถือเป็นความเลวร้าย และมักเป็นรากฐานของความทุกข์ นี่คือเหตุผลที่นักบุญเปาโลอธิบายว่าการกลับใจมาสู่ความเชื่อคริสตชน คือการได้รับการปลดปล่อย "จากอำนาจแห่งความมืด"

3. การประกาศข่าวดีแสดงถึงความใจแคบ หรือเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพหรือไม่?

ผู้ที่กล่าวอ้างเช่นนั้นกำลังมองข้ามความจริงที่ว่า การมอบความจริงที่ครบครันของพระเจ้านั้น ทรงกระทำด้วย การเคารพในเสรีภาพ ที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมาพร้อมกับธรรมชาติของมนุษย์ ความเคารพนี้คือข้อเรียกร้องพื้นฐานของความเชื่อคาทอลิกและความรักของพระคริสตเจ้า ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของการประกาศข่าวดี

การประกาศข่าวดีเกิดขึ้นได้อย่างไร?

Line deco2

การประกาศข่าวดีกระทำผ่านวิธีการต่างๆ ดังนี้:

  • ด้วยความเคารพในเสรีภาพของบุคคล: พระศาสนจักรห้ามอย่างเด็ดขาดในการบังคับ ล่อลวง หรือใช้กลวิธีที่ไม่เหมาะสมเพื่อดึงดูดผู้คนให้มาเชื่อ และในขณะเดียวกันก็ยืนยันในสิทธิของบุคคล ที่จะไม่ถูกผู้อื่นขัดขวางหรือกลั่นแกล้งอย่างไม่เป็นธรรมในการเข้าถึงความเชื่อ
  • ผ่านการเทศน์สอน ทั้งแบบส่วนตัวและในที่สาธารณะ รวมถึงการสร้างผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
  • ผ่านคำพูดและการเป็นพยานด้วยชีวิต: ทั้งสองสิ่งนี้ต้องดำเนินควบคู่กันไป คริสตชนทุกคนถูกเรียกมาให้เป็นพยานในชีวิตประจำวัน แม้แต่การเป็นพยานที่ดีที่สุดก็อาจไร้ผลหากไม่ได้รับการอธิบายหรือให้เหตุผลอย่างชัดเจน
  • ด้วยความไว้วางใจ ในฤทธานุภาพของพระจิตเจ้าและในตัวความจริงเองเมื่อถูกประกาศออกไป
  • ผ่านการอุทิศตนจนถึงขั้นยอมพลีชีพเป็นมรณสักขี (Martyrdom): การยอมสละชีวิตเพื่อพระคริสตเจ้าโดยไม่แสวงหาอำนาจหรือผลประโยชน์ใดๆ คือสิ่งที่มอบความน่าเชื่อถือสูงสุดให้กับพยานแห่งความเชื่อ

ใครคือผู้มีหน้าที่ประกาศข่าวดี?

Line deco2

คริสตชนทุกคน พระดำรัสของพระเยซูเจ้าที่ว่า "จงไปสั่งสอนนานาชาติ...สอนพวกเขาให้ปฏิบัติตามทุกเรารับสั่งไว้" มุ่งตรงไปยังทุกคนในพระศาสนจักร ตามกระแสเรียกของแต่ละคน การมุ่งมั่นทำงานแพร่ธรรมนี้เป็นทั้งสิทธิและหน้าที่ที่ไม่อาจเพิกถอนได้ ผู้ที่ประกาศพระวรสารคือผู้ที่มีส่วนร่วมในความรักของพระคริสตเจ้า ทำหน้าที่เป็นทูตของพระองค์ และเป็นความรักที่หลั่งไหลมาจากความกตัญญูเมื่อหัวใจได้เปิดรับความรักของพระเยซู

การประกาศข่าวดีช่วยเพิ่มพูนความบริบูรณ์ให้พระศาสนจักรได้อย่างไร?

Line deco2

ในการประกาศพระเยซูคริสต์แก่ทุกคนในบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของพวกเขา พระศาสนจักรจะ:

  • ได้รวบรวมพระพรนับไม่ถ้วนของผู้คนจากทุกยุคทุกสมัยในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
  • ได้รับความบริบูรณ์ยิ่งขึ้นผ่านรูปแบบการแสดงออกและคุณค่าต่างๆ ของวิถีชีวิตคริสตชน
  • ได้รู้จักและสามารถถ่ายทอดธรรมล้ำลึกของพระคริสตเจ้าได้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับได้รับการกระตุ้นให้ฟื้นฟูตนเองอยู่เสมอ
  • ได้ค้นพบและอธิบายศักยภาพของพระวรสารที่ก่อนหน้านี้อาจยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก และทำให้ธรรมประเพณีที่สืบทอดจากอัครสาวกได้รับการพัฒนาต่อไปด้วยความช่วยเหลือจากพระจิตเจ้า

การรับสมาชิกใหม่เข้าสู่พระศาสนจักร ไม่ใช่การขยายขั้วอำนาจ แต่เป็นการก้าวเข้าสู่เครือข่ายแห่งมิตรภาพกับพระคริสตเจ้า ซึ่งเชื่อมโยงสวรรค์และโลก ทวีปต่างๆ และยุคสมัยเข้าไว้ด้วยกัน

ควรประกาศข่าวดีกับคริสตชนนิกายอื่น (ที่ไม่ใช่คาทอลิก) ด้วยหรือไม่?

Line deco2

การประกาศข่าวดีในลักษณะนี้ เราเรียกว่า "คริสตศาสนสัมพันธ์" (Ecumenism) ซึ่งคริสตชนคาทอลิกทุกคนควรปฏิบัติดังนี้:

  • ให้ความเคารพอย่างแท้จริงต่อพี่น้องที่แยกตัวออกไป โดยเฉพาะต่อเสรีภาพ ธรรมประเพณี และความร่ำรวยทางจิตวิญญาณของพวกเขา
  • อธิษฐานภาวนา ทำพลีกรรม และศึกษาค้นคว้า
  • เป็นพยานและประกาศความเชื่อของตนเองอย่างครบถ้วนสมบูรณ์
  • มีจิตตารมณ์แห่งการร่วมมือกันอย่างจริงใจในทุกด้าน ทั้งในเชิงปฏิบัติ สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม
  • เสวนาด้วยความเคารพในความรักและความจริง ซึ่งไม่ใช่แค่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่รวมถึงการแลกเปลี่ยนของประทานต่างๆ เพื่อมอบความรอดพ้นที่สมบูรณ์ให้แก่เพื่อนผู้ร่วมเสวนา
  •  

หมายเหตุสำคัญ:

หากคริสตชนนิกายอื่น เกิดความเชื่อมั่นในความจริงของคาทอลิกด้วยมโนธรรมของตนเอง และขอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในความสนิทสนมกลมเกลียวอย่างสมบูรณ์กับพระศาสนจักรคาทอลิก สิ่งนี้ต้องได้รับการเคารพในฐานะผลงานของพระจิตเจ้า และถือเป็นการแสดงออกถึงเสรีภาพทางมโนธรรมและศาสนา ในกรณีนี้ จะไม่ถือว่าเป็นการบีบบังคับเปลี่ยนศาสนา (Proselytism) ในแง่ลบแต่อย่างใด

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 1 - พระเยซูคริสต์ และ พระศาสนจักร

บทที่ 2 การประกาศข่าวดี คืออะไร?