Skip to main content

เล่มที่ 1 - พระเยซูคริสต์ และ พระศาสนจักร

เล่มที่ 2 - พิธีมิสซา ศีลศักดิ์สิทธิ์ และการสวดภาวนา

เล่ม 3 - ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพศวิถี การสมรสและครอบครัว

คำนำผู้เขียน

THE CATHOLIC FAITH SERIES

Book 1 "Jesus and the Church"

Book 2 "Mass Sacraments and Prayer"

Book 3 "Human Dignity, Sexuality, and Marriage & Family"

Libreria Editrice Vaticana
United States Conference of Catholic Bishops, Washington, D.C.


หนังสือเล่มนี้มีจุดเริ่มต้นอย่างไร?

เป็นเวลาประมาณสามปีแล้ว ที่ข้าพเจ้าได้นำแผ่นพับคำสอนในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ไปวางไว้ที่มหาวิหารซานการ์โล อัล กอร์โซ (San Carlo al Corso) ในกรุงโรม ซึ่งข้าพเจ้ารับหน้าที่เป็นอธิการ เพื่อให้ใครก็ตามที่เข้ามาในมหาวิหารสามารถหยิบไปอ่านได้

สิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าประหลาดใจก็คือ มีผู้คนหยิบแผ่นพับเหล่านี้ไปอ่านแล้วมากกว่า 2.5 ล้านฉบับ! ดังนั้น เพื่อตอบสนองต่อความเรียกร้องต้องการของผู้คนมากมาย ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจรวบรวมแผ่นพับเหล่านี้มาจัดทำใหม่ให้อยู่ในรูปแบบที่กะทัดรัดและพกพาสะดวก

ใช้เกณฑ์อะไรในการคัดเลือกหัวข้อ?

เกณฑ์เรื่องความเข้ากับยุคสมัย (Relevance) ข้าพเจ้าตัดสินใจนำเสนอบทสรุปสั้นๆ เกี่ยวกับสิ่งที่พระศาสนจักรคาทอลิกสอน ในหัวข้อที่กำลังเป็นที่สนใจของผู้คนในปัจจุบันด้วยเหตุผลต่างๆ นอกจากนี้ ในบางกรณี ข้าพเจ้ายังพยายามเลือกหัวข้อที่คริสตชนหลายคนในปัจจุบันอาจหลงลืมไปบ้าง หรือแม้แต่หัวข้อที่ยังเป็นประเด็นถกเถียงกันในหมู่คริสตชนเองด้วย

ใช้เอกสารใดอ้างอิงสำหรับหัวข้อเหล่านี้บ้าง?

อ้างอิงจาก เอกสารของสันตะสำนัก (Holy See) เป็นหลัก ด้วยเหตุผลสองประการ

  1. เพื่อเผยแพร่ความงดงามให้เป็นที่รู้จัก: คนทั่วไปมักมองข้ามเอกสารเหล่านี้ ทั้งที่เอกสารเหล่านี้มีความสมบูรณ์ ความครอบคลุม และมีความงดงามที่สมควรได้รับการเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากขึ้น
  2. เพื่อยืนยันความเชื่อที่แท้จริง: เอกสารเหล่านี้ได้ถ่ายทอดความเชื่อที่สำคัญและเป็นพื้นฐาน ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงความคิดของคริสตชนคาทอลิกคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความเชื่อของพระศาสนจักรคาทอลิกโดยรวม ซึ่งได้รับการถ่ายทอดผ่านอำนาจสั่งสอน (Magisterium) ของสมเด็จพระสันตะปาปาและบรรดาบิชอป อำนาจสั่งสอนนี้ได้รับการสถาปนาขึ้นโดยพระคริสตเจ้าเอง เพื่อยืนยันความเชื่อของคริสตชนแต่ละคน เพื่อให้ทุกคนสามารถประกาศยืนยันความเชื่อคาทอลิกเดียวกันนี้สืบต่อไปในทุกยุคทุกสมัยและในทุกมุมโลก

ทำไมจึงนำเสนอหัวข้อต่างๆ ในรูปแบบบทสนทนา (ถาม-ตอบ)?

  • เพื่อความน่าอ่าน: ในมุมมองของการทำหนังสือ การนำเสนอในรูปแบบคำถามที่ตามด้วยคำตอบสรุปสั้นๆ จะช่วยดึงดูดผู้อ่านได้ดีกว่า
  • เพื่อสืบสานธรรมประเพณี: รูปแบบนี้เป็นการสานต่อธรรมประเพณีการสอนคำสอนที่มีมาอย่างยาวนานของพระศาสนจักร หนังสือคำสอนหลายเล่มที่หล่อหลอมคริสตชนมาหลายชั่วอายุคน ก็ใช้ระบบการสอนแบบถาม-ตอบนี้อย่างเกิดผลมาแล้ว นอกจากนี้ ต้องไม่ลืมว่าความเชื่อคริสตชนซึ่งเป็นของประทานพิเศษจากพระเจ้านั้น โดยเนื้อแท้แล้วก็คือ "การเสวนาอย่างต่อเนื่องระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ และมนุษย์กับพระเจ้า"
  • เพื่อตอบโจทย์คนยุคปัจจุบัน: ผมคิดว่ารูปแบบนี้ตรงกับความต้องการของคนยุคนี้ ที่มักชอบการสัมภาษณ์สไตล์ข่าวและการสรุปใจความสำคัญ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้คนมากมาย (แม้แต่ผู้ที่เรียกตัวเองว่าคาทอลิก) มีเวลาเพียงน้อยนิดที่จะแบ่งมาศึกษาคำสอนเรื่องความเชื่อของตน
  • เพื่อแก้ปัญหาความไม่รู้: น่าเสียดายที่การไม่มีเวลานี้นำไปสู่ความไม่รู้ทางศาสนา ซึ่งส่งผลให้เกิดลัทธิสัมพัทธนิยม (Relativism) ที่แพร่หลาย การยึดถือความคิดตนเองเป็นใหญ่ (Subjectivism) และท้ายที่สุดคือนำไปสู่ความว่างเปล่าอันน่าสลดใจในเรื่องความรู้ทางความเชื่อ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับเด็กและเยาวชนที่กำลังเรียนคำสอนเท่านั้น แต่ยังพบในผู้ใหญ่ที่มีภาระหน้าที่การงานรัดตัวอีกด้วย

หนังสือเล่มนี้มีจุดประสงค์อะไร?

หนังสือเล่มนี้อาจช่วยให้ผู้คน เข้าใจได้ดียิ่งขึ้นถึงความงดงามและความสำคัญของคำตอบ ที่ความเชื่อคริสตชนมอบให้กับทุกคน ในประเด็นต่างๆ ที่ยังคงฝังรากอยู่ในสังคมของเราจนถึงทุกวันนี้

หนังสือเล่มนี้รวบรวมเพียงส่วนหนึ่งขององค์ประกอบต่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นภาพรวมอันงดงามและล้ำลึกของความเชื่อคาทอลิก และนำเสนอปัญหาเพียงบางส่วนที่กำลังกัดกินโลกในปัจจุบัน ในขณะเดียวกัน ผมอยากเน้นย้ำว่าในการนำเสนอแต่ละหัวข้อ ผมไม่ได้ตั้งใจจะนำเสนอทุกแง่มุมและทุกองค์ประกอบ ดังนั้นจึงไม่ได้ตั้งใจจะอธิบายอย่างละเอียดครบถ้วนทุกประการ แต่เป็นเพียงการนำเสนอข้อคิดและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเพื่อการสะท้อนไตร่ตรองเท่านั้น

หนังสือเล่มนี้จึงมุ่งเป้าไปที่:

  • คริสตชน: เพื่อเป็นโอกาสให้พวกเขาได้เข้าใจองค์ประกอบแห่งความเชื่อของตนได้ดียิ่งขึ้นและลึกซึ้งยิ่งขึ้น
  • ทุกคนที่สนใจ: สำหรับใครก็ตามที่ปรารถนาจะรู้ว่า พระศาสนจักรคาทอลิกเชื่อและดำเนินชีวิตอย่างไร (ผ่านเอกสารทางการของพระศาสนจักร) ด้วยความช่วยเหลือจากพระเจ้า

พระสังฆราช รัฟฟาเอลโล มาร์ติเนลลี
บิชอปแห่งฟรัสกาติ
ณ ฟรัสกาติ
12 กันยายน 2010

(วันครบรอบปีแรกของการรับศีลบวชเป็นบิชอปของข้าพเจ้า)

คำนำผู้แปล

การเดินทางเพื่อแสวงหาความหมายของชีวิตและความจริงทางจิตวิญญาณ เป็นก้าวแรกที่งดงามเสมอสำหรับผู้ที่เปิดใจรับฟังเสียงเรียกของพระเจ้า สำหรับผู้ที่เริ่มให้ความสนใจในคริสตศาสนา การก้าวเข้ามาทำความรู้จักกับพระเป็นเจ้า พระเยซูคริสต์ และพระศาสนจักรคาทอลิก อาจเต็มไปด้วยคำถามและความสงสัยใคร่รู้มากมาย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแห่งความเชื่อ

อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งที่เอกสารคำสอนหรือหนังสืออธิบายข้อความเชื่อทางเทววิทยา มักเต็มไปด้วยคำศัพท์เฉพาะทางที่อาจกลายเป็นกำแพงทำให้ผู้เริ่มต้นทำความเข้าใจได้ยาก ด้วยเหตุนี้ เอกสารชุดนี้จึงถูกแปลและเรียบเรียงขึ้นด้วยความตั้งใจหลักเพียงประการเดียว นั่นคือ การถ่ายทอดความล้ำลึกแห่งความเชื่อคาทอลิก ให้ออกมาเป็นภาษาที่อ่านง่าย เป็นธรรมชาติ และเข้าถึงใจผู้คนได้มากที่สุด โดยยังคงรักษาความถูกต้องและซื่อตรงต่อหลักคำสอนของพระศาสนจักรไว้อย่างครบถ้วน

ผู้แปลมุ่งหวังให้เอกสารชุดนี้เป็นเสมือน "เพื่อนร่วมทาง" สำหรับผู้ที่กำลังเรียนคำสอน ผู้สนใจ และผู้ที่กำลังแสวงหาพระเจ้าทุกท่าน ไม่ว่าท่านจะมีพื้นฐานความเชื่อใดมาก่อน หวังว่าการปรับภาษาให้เข้าใจง่ายในเอกสารชุดนี้ จะช่วยลดช่องว่างทางภาษา และเปิดโอกาสให้ท่านได้สัมผัสถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงมีต่อมนุษย์ทุกคนได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ขอขอบพระคุณพระเป็นเจ้าที่ทรงนำทางในการแปลและเรียบเรียงเอกสารชุดนี้ ผู้แปลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ตัวอักษรทุกตัวที่ถูกถ่ายทอดออกมา จะเป็นเสมือนแสงสว่างเล็กๆ ที่ช่วยตอบคำถามในใจ เป็นจุดเริ่มต้นของการภาวนา และช่วยนำพาทุกท่านให้ก้าวเดินไปบนหนทางแห่งการรู้จักพระคริสตเจ้า ผู้ทรงเป็น "หนทาง ความจริง และชีวิต" ได้อย่างมั่นคงและเปี่ยมด้วยสันติสุข

ด้วยความวางใจในพระทัยเมตตาของพระเจ้า

Faith4thai.com
ผู้แปลและเรียบเรียง

แปลและเรียบเรียงจากหนังสือชุด
THE CATHOLIC FAITH SERIES

Book 1 "Jesus and the Church"
Book 2 "Mass Sacraments and Prayer"
Book 3 "Human Dignity, Sexuality, and Marriage & Family"

Libreria Editrice Vaticana
United States Conference of Catholic Bishops, Washington, D.C.