Skip to main content
เล่มที่ 2 - “พิธีมิสซา ศีลศักดิ์สิทธิ์ และการสวดภาวนา“
บทที่ 7 ตอนที่ 1 “ การอบรมมโนธรรม”

เขียนโดย
- พระสังฆราช รัฟฟาเอลโล มาร์ติเนลลี -
แปลและเรียบเรียงโดย
Faith4Thai.com

การเตรียมจิตใจให้บริสุทธิ์เพื่อรับพระเมตตาจากพระเจ้าในศีลอภัยบาปนั้น เริ่มต้นจากการตั้งคำถามอย่างซื่อสัตย์และการพิจารณามโนธรรมอย่างลึกซึ้ง เนื้อหาในส่วน "การอบรมมโนธรรม" (Forming Conscience) ต่อไปนี้ จึงเป็นเสมือนกระจกเงาที่ช่วยสะท้อนให้เราได้ทบทวนชีวิตคริสตชนของตนเอง ทั้งในด้านความสัมพันธ์กับพระเจ้า การรับศีลศักดิ์สิทธิ์อย่างสมศักดิ์ศรี และการปฏิบัติตามข้อกำหนดของพระศาสนจักรด้วยความรัก โดยเริ่มต้นจาก "คำถามเบื้องต้น" ที่จะช่วยนำทางความคิดและจิตใจของเราให้เปิดรับแสงสว่างแห่งพระวาจา และเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับไปสู่อ้อมกอดแห่งการให้อภัยของพระบิดาอย่างแท้จริง

เราตั้งคำถามในใจ (ในส่วนมโนธรรมของเรา) ว่า... 

  • นานแค่ไหนแล้วที่คุณได้แก้บาปอย่างดีครั้งล่าสุด?
  •  ในการแก้บาปครั้งล่าสุด คุณได้สารภาพบาปหนักทั้งหมดที่คุณได้ทำไปหรือไม่?
  •  ในการแก้บาปที่ผ่านๆ มา คุณเคยจงใจปกปิด (ไม่สารภาพ) บาปหนักใดๆ หรือไม่?
  •  นานแค่ไหนแล้วที่คุณรับศีลมหาสนิทครั้งล่าสุด?
  •  คุณได้รับศีลมหาสนิทในสถานะที่เหมาะสม (อยู่ในสถานะพระหรรษทานและปราศจากบาปหนัก) เสมอมาหรือไม่?
  •  คุณเคยไปรับศีลมหาสนิททั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามีบาปหนัก โดยไม่ได้ไปแก้บาปก่อนหรือไม่?
  •  คุณเคยลบหลู่ศีลมหาสนิทด้วยการทำบาปทุรจาร (เช่น การนำไปทำมิดีมิร้าย หรือรับศีลอย่างไม่สมควรอย่างยิ่ง) หรือไม่?
  •  คุณเคยละเลยความเคารพต่อศีลมหาสนิท ด้วยการไปรับศีลโดยไม่อดอาหารตามที่กำหนด เอาแต่พูดคุย หัวเราะ ไม่เตรียมตัวเตรียมใจ และไม่รำพึงถึงผู้ที่คุณกำลังจะรับเข้ามาในชีวิตหรือไม่?
  •  คุณได้ทำพลีกรรม (กิจใช้โทษบาป) ในวันศุกร์หรือไม่?
  •  คุณรู้จักการดำเนินชีวิตที่รู้จักการละเว้นความสุขสบาย โดยเฉพาะในวันต่างๆ ที่พระศาสนจักรกำหนดไว้หรือไม่?
  •  คุณเคยกินเนื้อสัตว์ในวันศุกร์ตลอดเทศกาลมหาพรตหรือไม่?
  •  คุณได้อดอาหารในวันพุธรับเถ้าและวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์หรือไม่?
  •  คุณได้ช่วยเหลือพระศาสนจักรด้วยการบริจาคสนับสนุนกิจการต่างๆ (เช่น งานแพร่ธรรม บ้านเณร การสนับสนุนพระสงฆ์ ฯลฯ) หรือไม่?

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 2 - “พิธีมิสซา ศีลศักดิ์สิทธิ์ และการสวดภาวนา“

บทที่ 7 ตอนที่ 1 “ การอบรมมโนธรรม”