Skip to main content

วิวัฒนาการของ "การศึกษาคาทอลิก"
ในประวัติศาสตร์โลก
เขียนโดย บาทหลวง วรวุฒิ สารพันธุ์ C.Ss.R. JCL 

บทที่ 03 "ชีวิตในเขตพรตและการฟื้นฟูชีวิตนักบวช"

"นักบุญเบเนดิก สวดภาวนากับสมาชิกคณะนักบวช" Giovanni Antonio Bazzi Sodoma, St. Benedict of Nursia Prays with his Monks

ต่อมานักการศึกษาชาวคริสต์เริ่มเห็นความจำเป็นที่จะต้องแยกแยะระหว่างการศึกษาศาสตร์ทั่วไป (profane sciences) และการอบรมทางศาสนา (religious formation) อย่างชัดเจน เพราะการอบรมทางศาสนามีรากฐานอยู่ที่การศึกษาพระธรรมคัมภีร์และข้อความเชื่อ ประจวบกับราวคริสต์ศตวรรษที่ 6-8 ที่มีการปฏิรูปชีวิตในเขตพรตของบรรดานักบวช ดังเช่น เบเนดิคแห่งเนอร์เชีย (Benedict of Nursia, 480-547) ได้ทำการปฏิรูปชีวิตนักบวชในอาราม ที่เรารู้จักกันในนาม “กฎของนักบุญเบเนดิก” (Rule of St. Benedict) การอบรมทางศาสนาจึงแก่นกลางของการฝึกอบรมในบรรดานักพรตเหล่านั้น เพราะนอกจากที่พวกเขาจะสวดภาวนาและทำงาน พวกเขายังต้องเรียนพระคัมภีร์และคำสอนต่างๆ อาทิเช่น พวกเขาต้องจำบทสดุดีในพระธรรมเก่าให้ได้ พวกเขาต้องอ่านและรำพึงถึงข้อความเชื่อต่างๆ แนวทางการอบรมและศึกษาเช่นนี้การศึกษาของนักบวชในอารามจึงเป็นต้นแบบของการศึกษาคริสตชนโดยทั่วไปที่อยู่นอกรั้วอาราม หากแต่จะมีความแตกต่างในเรื่องของเนื้อหาวิชาและจุดประสงค์ของการเรียนการสอน อาทิเช่น การศึกษาสำหรับฆาราวาส หรือสำหรับพระสงฆ์สังฆมณฑลท้องถิ่นเท่านั้น

          คาซิโดรูสแห่งวิวาริอูม (Cassiodorus of Vivarium, 575) ได้แสดงทัศนคติของท่านต่อการศึกษาในรั้วอารามนี้ในหนังสือ “ข้อแนะนำสำหรับการอ่านข้อเขียนที่ศักดิ์สิทธิ์และบทประพันธ์ของมนุษย์” (Introduction to Divine and Human Reading) ท่านพยายามที่จะบอกพวกเราว่า การศึกษาสิ่งที่เป็นคลาสสิกและศาสนาต้องควบคู่กันไป ท่านอยากจะให้บรรดาศิษย์มีความแตกฉานในศาสตร์ทางโลกทั้งเจ็ดประการ (seven liberal arts) ได้แก่ วิชาไวยกรณ์ วาทศาสตร์ และวิพากษ์วิธี (ทั้งสามประการนี้เรียกว่า  ทริวิอูม – trivium) และวิชาคณิตศาสตร์ เรขาคณิต ดาราศาสตร์ และคีตศิลป์ (สี่ประการหลังนี้มีชื่อว่า ควาดริวิอูม – quadrivium) ซึ่งศาสตร์ทั้งเจ็ดประการนี้ควรมีอยู่ในการอบรมบรรดานักพรตในอาราม

อิสิโดเร พระสังฆราชแห่งเซวิล (Isidore, Bishop of Seville, 570-636) ที่ได้รวบรวมสารานุกรมศาสตร์ต่างๆ ไว้ถึงยี่สิบเล่มเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์ทางโลกทั้งเจ็ด ภาษาศาสตร์ บทประพันธ์กรีกและโรมัน และสารานุกรมของเป็นที่นิยมเพื่อใช้อ้างอิงโดยประดานักวิชาการของยุคกลาง แต่สำหรับอิสิโดเรแล้ว ท่านกลับสอนว่า ศาสตร์ของโลกเป็นเพียงพื้นฐานเพื่อให้เราศึกษาพระธรรมคัมภีร์ ท่านอยากให้บรรดาพระสังฆราชและพระสงฆ์ได้ร่ำเรียนวิชาการต่างๆ ในสถาบันของพระศาสนจักร        เฉกเช่นกับบีด (673-735) ผู้ประพันธ์หนังสือประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักรและคริสตชนชาวอังกฤษ (History of the English Church and People) ท่านยังได้เขียนหนังสืออื่นๆอีกเช่น ไวยกรณ์ วิทยาศาสตร์ และบทกวี เพื่อให้ในการอบรมในอารามที่ประเทศอังกฤษ เพื่อที่บรรดานักพรตสามารอ่านออกเขียนได้ และมีความรวบรู้ในพระธรรมคำสอนและพระธรรมคัมภีร์

สรุป

แม้นักประวัติศาสตร์สมัยใหม่จะวิจารณ์ถึงแนวทางการศึกษาในคริสตศตวรรษที่ 6-8 ว่าจำกัดอยู่เฉพาะในเขตพรตในรั้วอาราม ซึ่งเป็นการยากที่ประชาชนทั่วไปจะเข้าได้ถึง การศึกษาจึงจำกัดเฉพาะนักบวชและชนชั้นสูงในสังคมเท่านั้น หากแต่ปรัชญาแนวคิดการศึกษาระบบตะวันตกถือกำเนิดมาจากรอบรั้วเขตอาราม และบรรดานักการศึกษาและครูบาอาจารย์ก็มีความปรารถณาที่จะให้บรรดาลูกศิษย์มีความรอบรู้ในศาสตร์ต่างๆ แต่ทั้งนี้วิชาการเหล่านั้นเป็นเพียงพื้นฐานที่จะนำพวกเขาสู่การศึกษาพระธรรมคำสอนและพระคัมภีร์ เพื่อที่จะดำเนินชีวิตอย่างศักดิ์สิทธ์และเพื่อความรอดของวิญญาณ

  ปรัชญาการศึกษาแบบคริสต์จึงมีรากฐานอยู่ที่การอบรมทางศาสนาและการดำเนินชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์ การแนวทางศึกษาเช่นนี้ก็ได้เป็นที่แพร่หลายหลายร้อยปีในหมู่อารามเขตพรต โรงเรียน วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในยุโรป จนถึงศตวรรษที่ 15 เลยทีเดียว

 

อ่านและเขียนจาก

John L. Elias, A History of Christian Education: Protestant, Catholic, and Orthodox Perspectives, 1 ed. (United States: Krieger Publishing Company, 2002).

“ บทที่ 03 "ชีวิตในเขตพรตและการฟื้นฟูชีวิตนักบวช" “

วิวัฒนาการของ "การศึกษาคาทอลิก"

ในประวัติศาสตร์โลก

บทนำ

“เป็นที่ประจักษ์ในสังคมไทยว่าโรงเรียนคาทอลิกตัวแทนภาพลักษณ์ของงานอภิบาลและการแพร่ธรรมในประเทศไทย ผู้เขียนมีจุดประสงค์ที่จะนำเสนอมุมมองของงานด้านการศึกษาและอบรมคาทอลิก (Catholic education and formation) ที่ไม่ใช่แค่ในโรงเรียนคาทอลิก การศึกษาคาทอลิกมีจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจจากชีวิตและงานขององค์พระเยซูเจ้าและสืบต่อทางบรรดาอัครสาวกและปิตาจารย์ พันธกิจนี้ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านกระแสธารแห่งกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นยุคแห่งความรุ่งเรือง หรือความท้าทายและความยากลำบาก จวบจนปัจจุบันพระศาสนจักรยังคงเห็นคุณค่าของงานด้านการศึกษาและอบรมคาทอลิก ทั้งนี้เพื่อจะเป็นเครื่องมือที่นำทุกผู้คนสู่หนทางแห่งความรอดพ้นแห่งวิญญาณ”

บทความโดย
บาทหลวง วรวุฒิ สารพันธุ์ C.Ss.R. JCL

Catholic Priest & Canonist
Author & Administrator 
Faith4Thai.com

*juris canonici licentiatus 
หรือ JCL เป็นปริญญาทางกฏหมายพระศาสนจักร

Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
FaceBook: Worawut Saraphan
Iine ID: mcssrsp