Skip to main content
เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน
บทที่ 49 ความปรารถนาถึงชีวิตนิรันดร์ แลพระพรยิ่งใหญ่เพียงใดที่ถูกสัญญาวางไว้สำหรับบรรดาผู้ที่ดิ้นรนต่อสู้

แปลและเรียบเรียงโดย
Faith4Thai.com

“บุตรของเราเอ๋ย เมื่อเจ้ารู้สึกว่าความปรารถนาถึงความสุขนิรันดร์ได้ถูกหลั่งไหลลงมาสู่เจ้าจากเบื้องบน แลเจ้าโหยหาที่จะจากไปจากพลับพลาแห่งร่างกายนี้ เพื่อเจ้าจักได้เพ่งพินิจสิริรุ่งโรจน์ของเราโดยปราศจากเงาแห่งความแปรปรวน จงขยายดวงใจของเจ้าให้กว้างออก แลน้อมรับแรงดลใจอันศักดิ์สิทธิ์นี้ด้วยความปรารถนาทั้งสิ้นของเจ้าเถิด จงถวายคำขอบพระคุณอย่างสุดซึ้งแด่องค์ความดีงามสูงสุด ผู้ทรงปฏิบัติต่อเจ้าอย่างเปี่ยมด้วยพระหรรษทาน ทรงเยี่ยมเยียนเจ้าอย่างเปี่ยมด้วยความรัก ทรงปลุกเร้าเจ้าอย่างร้อนรน ทรงยกชูเจ้าขึ้นอย่างทรงพลานุภาพ เกรงว่าเจ้าจะจมดิ่งลงสู่สิ่งของทางโลกด้วยน้ำหนักของตัวเจ้าเอง เพราะมิใช่ด้วยการรำพึงหรือการดิ้นรนของเจ้าเองดอกที่ทำให้เจ้าได้รับของประทานนี้ ทว่าโดยการถ่อมพระองค์ลงมาอย่างเปี่ยมด้วยความกรุณาของพระหรรษทานสูงสุดแลการทอดพระเนตรจากสรวงสวรรค์แต่เพียงเท่านั้น เพื่อจุดมุ่งหมายที่เจ้าจักได้เจริญก้าวหน้าในฤทธิ์กุศลแลในความถ่อมตนที่มากยิ่งขึ้น แลเตรียมพร้อมตนเองสำหรับการศึกสงครามในภายภาคหน้า แลเกาะติดเราด้วยความเสน่หาทั้งสิ้นของดวงใจเจ้า แลบากบั่นที่จะรับใช้เราด้วยเจตจำนงอันร้อนรน”

2. “บุตรของเราเอ๋ย บ่อยครั้งที่ไฟลุกโชน ทว่าเปลวไฟมิอาจลอยสูงขึ้นโดยปราศจากควัน ความปรารถนาของมนุษย์บางคนก็เช่นกัน ที่ลุกโชนมุ่งสู่สิ่งที่เป็นของสรวงสวรรค์ ทว่าพวกเขาก็ยังมิมลทินจากการผจญล่อลวงของความเสน่หาฝ่ายเนื้อหนัง เหตุฉะนี้ พวกเขาจึงมิได้กระทำการด้วยความปรารถนาอันบริสุทธิ์เรียบง่ายเพื่อสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง ในยามที่พวกเขาสวดภาวนาต่อพระองค์อย่างจริงจัง บ่อยครั้งความปรารถนาของเจ้าก็เป็นเช่นนั้นด้วย ในยามที่เจ้าจินตนาการว่ามันจริงจังถึงเพียงนั้น เพราะสิ่งใดก็ตามที่แปดเปื้อนไปด้วยการแสวงหาตนเอง สิ่งนั้นย่อมหาใช่ความบริสุทธิ์แลสมบูรณ์ไม่”

3. “จงอย่าแสวงหาสิ่งที่น่ารื่นรมย์แลเป็นผลประโยชน์ต่อตัวเจ้าเอง ทว่าจงแสวงหาสิ่งที่เป็นที่ยอมรับแลเป็นการถวายเกียรติแด่เรา เพราะหากเจ้าตัดสินอย่างถูกต้อง เจ้าต้องเลือกแลติดตามการจัดเตรียมของเรา ยิ่งกว่าความปรารถนาของเจ้าเอง ใช่แล้ว ยิ่งกว่าสิ่งใดก็ตามที่เจ้าพึงปรารถนาได้ เรารู้ถึงความปรารถนาของเจ้า แลเราได้ยินเสียงคร่ำครวญมากมายของเจ้า เจ้าได้โหยหาที่จะอยู่ในเสรีภาพอันรุ่งโรจน์ของบุตรแห่งพระเจ้าแล้ว บ้านนิรันดร์แลประเทศสวรรค์อันเปี่ยมด้วยความชื่นชมยินดีได้ดึงดูดใจเจ้าแล้ว ทว่าโมงยามนั้นยังมาไม่ถึง ยังมีอีกฤดูกาลหนึ่งที่หลงเหลืออยู่ นั่นคือฤดูกาลแห่งการศึกสงคราม ฤดูกาลแห่งความตรากตรำแลการทดสอบ เจ้าปรารถนาที่จะถูกเติมเต็มด้วยองค์ความดีงามสูงสุด ทว่าเจ้ามิอาจบรรลุถึงได้ในทันที เราคือความดีงามนั้น จงรอคอยเราเถิด จนกว่าอาณาจักรของพระเจ้าจะมาถึง”

4. “เจ้ายังคงต้องถูกทดลองบนแผ่นดินโลก แลถูกฝึกฝนในหลายสิ่ง ความปลอบประโลมจักถูกประทานให้แก่เจ้าเป็นครั้งคราว ทว่าการเติมเต็มอย่างอุดมสมบูรณ์จักมิถูกประทานให้ เหตุฉะนี้ จงเข้มแข็งเถิด แลจงกล้าหาญทั้งในการกระทำการแลในการทนรับสิ่งที่ขัดต่อธรรมชาติของเจ้า เจ้าจำต้องสวมสภาพมนุษย์ใหม่ แลแปรเปลี่ยนเป็นมนุษย์อีกคนหนึ่ง บ่อยครั้งเจ้าจำต้องกระทำในสิ่งที่เจ้ามิปรารถนา แลเจ้าจำต้องละทิ้งสิ่งที่เจ้าปรารถนาจะกระทำมิให้สำเร็จ สิ่งที่ผู้อื่นพอใจจักประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สิ่งที่เจ้าพอใจจักปราศจากความเจริญรุ่งเรือง สิ่งที่ผู้อื่นกล่าวจักมีคนรับฟัง สิ่งที่เจ้ากล่าวจักมิได้รับความใส่ใจ ผู้อื่นจักร้องขอแลได้รับ เจ้าจักร้องขอแลมิได้รับ ผู้อื่นจักเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในคำกล่าวขานของมนุษย์ ทว่าสำหรับเจ้านั้น จักหามีผู้ใดกล่าวถึงเลย ผู้อื่นจักได้รับมอบหมายให้ดูแลสิ่งนี้หรือสิ่งนั้น ทว่าเจ้าจักถูกประเมินว่าไร้ประโยชน์สำหรับสิ่งใดๆ”

5. “ด้วยเหตุนี้ ธรรมชาติจึงมักเต็มไปด้วยความเศร้าหมองในบางคราว แลนับเป็นความยิ่งใหญ่ทีเดียวหากเจ้าจะแบกรับมันไว้อย่างเงียบๆ ในเรื่องนี้แลในอีกหลายสิ่งที่คล้ายคลึงกัน ผู้รับใช้ที่สัตย์ซื่อขององค์พระผู้เป็นเจ้ามักจะถูกทดสอบ ว่าเขาสามารถที่จะปฏิเสธตนเองแลนำตนเองเข้าสู่การอยู่ใต้บังคับในสรรพสิ่งได้มากเพียงใด แทบจะมิมีสิ่งใดเลยที่เจ้าจำต้องทำลายกิเลสของตนเองมากเท่ากับการได้เห็นสิ่งที่ขัดต่อเจตจำนงของเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสิ่งต่างๆ ที่ถูกสั่งให้เจ้ากระทำนั้น ดูเหมือนจะไม่เหมาะสมหรือแทบจะมิเป็นประโยชน์ต่อเจ้าเลย แลด้วยเหตุที่เจ้ามิกล้าต่อต้านอำนาจที่สูงกว่า เนื่องจากเจ้าอยู่ภายใต้สิทธิอำนาจ เหตุฉะนี้ จึงดูเหมือนเป็นเรื่องยากสำหรับเจ้าที่จะปรับเส้นทางของเจ้าตามการพยักหน้าของผู้อื่น แลละทิ้งความคิดเห็นของเจ้าเอง”

6. “ทว่าจงพิจารณาเถิด บุตรของเราเอ๋ย ถึงผลแห่งความตรากตรำเหล่านี้ ถึงจุดจบอันรวดเร็ว แลถึงรางวัลที่ยิ่งใหญ่อย่างล้นเหลือ แลเมื่อนั้นเจ้าจักพบว่ามันมิใช่ความเจ็บปวดเลยที่จะแบกรับสิ่งเหล่านั้น ทว่ากลับเป็นความปลอบประโลมอันแข็งแกร่งที่สุดแห่งความพากเพียรของเจ้า เพราะแม้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับความปรารถนาอันเล็กน้อยนี้ที่เจ้าเต็มใจสละทิ้ง เจ้าจักได้รับตามเจตจำนงของเจ้าเสมอในสรวงสวรรค์ ที่นั่น เจ้าจักพานพบสรรพสิ่งที่เจ้าปรารถนาอย่างแท้จริง สรรพสิ่งที่เจ้าสามารถโหยหาได้ ที่นั่น เจ้าจักมีความดีงามทั้งปวงอยู่ในอำนาจของเจ้าโดยปราศจากความหวาดกลัวที่จะสูญเสียมันไป ที่นั่น เจตจำนงของเจ้า ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกับเราเสมอ จักมิปรารถนาสิ่งภายนอกใดๆ จักมิปรารถนาสิ่งใดเพื่อตนเอง ที่นั่น จักหามีผู้ใดต่อต้านเจ้า หามีผู้ใดพร่ำบ่นถึงเจ้า หามีผู้ใดขัดขวาง หามีสิ่งใดขวางทางของเจ้า ทว่าสรรพสิ่งที่เจ้าปรารถนาจักอยู่พร้อมหน้ากัน แลจักฟื้นฟูความเสน่หาทั้งสิ้นของเจ้า แลเติมเต็มมันจนปริ่มขอบ ที่นั่น เราจักมอบสิริรุ่งโรจน์ให้เป็นการตอบแทนสำหรับความดูแคลนที่ทนรับในที่นี้ มอบอาภรณ์แห่งคำสรรเสริญแทนความโศกเศร้า แลสำหรับสถานที่อันต่ำต้อยที่สุดนั้น คือบัลลังก์ในอาณาจักร ตลอดกาลเป็นนิตย์ ที่นั่น ผลแห่งความนอบน้อมเชื่อฟังจักปรากฏ ความตรากตรำแห่งการสำนึกผิดจักชื่นชมยินดี แลการอยู่ใต้บังคับอย่างถ่อมตนจักได้รับการสวมมงกุฎอย่างรุ่งโรจน์”

7. “บัดนี้ เหตุฉะนี้ จงค้อมตัวลงอย่างถ่อมตนภายใต้เงื้อมมือของมนุษย์ทั้งปวงเถิด แลอย่าให้มันวุ่นวายใจเจ้าว่าผู้ใดกล่าวสิ่งนี้หรือผู้ใดสั่งสิ่งนั้น ทว่าจงใส่ใจเป็นพิเศษว่า ไม่ว่าผู้ที่สูงกว่าเจ้า ผู้ที่ต่ำกว่าเจ้า หรือผู้ที่เสมอกับเจ้า จะเรียกร้องสิ่งใดจากเจ้า หรือแม้แต่แสดงความปรารถนาในสิ่งนั้น จงรับมันไว้ด้วยดี แลศึกษาด้วยความปรารถนาดีที่จะเติมเต็มความปรารถนานั้น จงให้คนหนึ่งแสวงหาสิ่งนี้ อีกคนหนึ่งแสวงหาสิ่งนั้น จงให้มนุษย์ผู้นี้โอ้อวดในสิ่งนี้ แลมนุษย์ผู้นั้นในสิ่งนั้น แลได้รับการสรรเสริญนับหมื่นนับแสนครา ทว่าสำหรับเจ้า จงชื่นชมยินดีเพียงในการชิงชังตนเอง แลในความพอพระทัยแลสิริรุ่งโรจน์ของเราเท่านั้น นี่คือสิ่งที่เจ้าสมควรโหยหา กล่าวคือ ไม่ว่าจะโดยการมีชีวิตอยู่หรือโดยความตาย ขอให้พระเจ้าได้รับการยกย่องให้ยิ่งใหญ่ในตัวเจ้าเสมอ”(1)

(1) ฟีลิปปี 1:20

 

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต

1. ข้าพเจ้าอดทนยอมรับ "ฤดูกาลแห่งการศึกสงครามและการทดสอบ" ด้วยความเชื่อฟัง หรือพยายามจะเรียกร้องความสุขสงบในทันทีทันใดตามใจตนเอง?

2. เมื่อเจตจำนงของข้าพเจ้าถูกขัดขวาง หรือต้องจำยอมทำตามสิ่งที่ผู้อื่นปรารถนา ข้าพเจ้าถือว่านี่คือโอกาสอันดีที่จะทำลายความรักในตนเอง เพื่อบำเหน็จที่ยิ่งใหญ่ในสวรรค์หรือไม่?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 49

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์แหล่งความสุขนิรันดร์และบำเหน็จรางวัลอันอุดมสมบูรณ์ ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงประทานความกล้าหาญให้ข้าพระองค์ยืนหยัดต่อสู้ในฤดูกาลแห่งการทดสอบนี้

ขอทรงลบล้างเจตจำนงส่วนตนของข้าพระองค์ เพื่อให้ข้าพระองค์สามารถนอบน้อมเชื่อฟังพระประสงค์ของพระองค์ได้อย่างสิ้นเชิง ขออย่าให้ข้าพระองค์ย่อท้อเมื่อถูกโลกดูแคลนหรือถูกมองข้าม ทว่าจงชื่นชมยินดีที่ได้ถูกขัดเกลาเพื่อตระเตรียมดวงใจให้คู่ควรกับมงกุฎแห่งสิริรุ่งโรจน์

ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน

บทที่ 49 ความปรารถนาถึงชีวิตนิรันดร์ แลพระพรยิ่งใหญ่เพียงใดที่ถูกสัญญาวางไว้สำหรับบรรดาผู้ที่ดิ้นรนต่อสู้