เสียงแห่งองค์ผู้เป็นที่รัก
เราคือผู้รักความบริสุทธิ์ แลเป็นผู้ประทานความศักดิ์สิทธิ์ เราแสวงหาดวงใจที่บริสุทธิ์ แลที่นั่นแหละคือสถานที่พักพิงของเรา จงตระเตรียมห้องชั้นบนอันกว้างขวางแลตกแต่งไว้พร้อมสรรพสำหรับเราเถิด แลเราจักกินปัสกาที่บ้านของเจ้าพร้อมกับเหล่าศิษย์ของเรา(1) ผิว์เจ้าปรารถนาจะให้เราเข้าไปหาเจ้าแลพำนักอยู่กับเจ้าไซร้ จงชำระล้างเชื้อแป้งเก่าเสีย(2) แลทำความสะอาดเคหสถานแห่งดวงใจของเจ้า จงปิดกั้นโลกทั้งใบ แลฝูงชนแห่งบาปทั้งมวล จงนั่งดุจนกกระจอกที่โดดเดี่ยวอยู่บนหลังคาบ้าน(3) แลรำพึงถึงการล่วงละเมิดของเจ้าด้วยความขมขื่นแห่งวิญญาณจิตของเจ้า ด้วยว่าทุกคนที่มีความรักย่อมตระเตรียมสถานที่อันประเสริฐสุดแต่งดงามที่สุดไว้สำหรับผู้เป็นที่รักของตน เพราะด้วยประการนี้เอง ความเสน่หาของผู้ที่ต้อนรับผู้เป็นที่รักย่อมเป็นที่ประจักษ์
2. ถึงกระนั้น จงรู้ไว้เถิดว่า เจ้าหาอาจตระเตรียมได้อย่างเพียงพอด้วยคุณงามความดีจากกิจการใดๆ ของเจ้าเองไม่ แม้ว่าเจ้าจักตระเตรียมตนเองตลอดทั้งปี แลหามีสิ่งอื่นใดในจิตใจของเจ้าเลยก็ตาม ทว่าด้วยความอ่อนโยนแลพระหรรษทานของเราแต่เพียงเท่านั้น เจ้าจึงได้รับอนุญาตให้เข้ามาใกล้โต๊ะอาหารของเรา ประหนึ่งคนขอทานที่ถูกเรียกตัวไปร่วมงานเลี้ยงของเศรษฐี แลหามีสิ่งใดตอบแทนสำหรับความกรุณาที่ได้รับ นอกเสียจากการถ่อมตนลงแลถวายคำขอบพระคุณ เหตุฉะนี้ จงกระทำสิ่งต่างๆ เท่าที่อยู่ในกำลังของเจ้า แลจงกระทำอย่างอุตสาหะ มิใช่ด้วยความเคยชิน หรือด้วยความจำใจ ทว่าด้วยความยำเกรง ความเคารพ แลความเสน่หา จงรับพระกายขององค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นที่รักของเจ้า ผู้ทรงกรุณาเสด็จมาหาเจ้า เราคือผู้ที่เรียกขานเจ้า เราได้บัญชาให้กระทำสิ่งนี้ เราจักเพิ่มเติมสิ่งที่เจ้ายังขาดพร่องอยู่ จงมาเถิดแลรับเราไป
3. เมื่อเราประทานพระหรรษทานแห่งกิจศรัทธา จงถวายคำขอบพระคุณแด่พระเจ้าของเจ้าเถิด มิใช่เพราะเจ้าคู่ควร ทว่าเพราะเรามีเมตตาต่อเจ้า ผิว์เจ้าหาได้มีกิจศรัทธาไม่ ทว่ากลับรู้สึกว่าตนเองแห้งแล้ง จงสวดภาวนาอย่างต่อเนื่อง อย่าได้หยุดคร่ำครวญแลเคาะประตู อย่าได้หยุดจนกว่าเจ้าจะมีชัยชนะได้รับเศษเสี้ยวหรือหยดแห่งพระหรรษทานอันนำความรอดพ้น เจ้ามีความจำเป็นต้องพึ่งพาเรา เราหาได้มีความจำเป็นต้องพึ่งพาเจ้าไม่ แลเจ้าก็มิได้มาเพื่อกระทำให้เราศักดิ์สิทธิ์ ทว่าเรามาเพื่อกระทำให้เจ้าศักดิ์สิทธิ์แลดีงามยิ่งขึ้น เจ้ามาเพื่อที่เจ้าจักได้รับการกระทำให้ศักดิ์สิทธิ์โดยเรา แลหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเรา เพื่อที่เจ้าจักได้รับพระหรรษทานอันสดใหม่ แลถูกจุดให้ลุกโชนขึ้นใหม่เพื่อการแก้ไขชีวิต จงระวังอย่าได้ละเลยพระหรรษทานนี้ ทว่าจงตระเตรียมดวงใจของเจ้าด้วยความอุตสาหะทั้งสิ้น แลรับองค์ผู้เป็นที่รักของเจ้าเข้ามาในตัวเจ้าเถิด
4. ทว่าเจ้ามิเพียงสมควรตระเตรียมตนเองสำหรับกิจศรัทธาก่อนรับศีลมหาสนิทเท่านั้น เจ้ายังจำต้องรักษาตนเองไว้อย่างอุตสาหะภายหลังจากรับศีลศักดิ์สิทธิ์แล้วด้วย แลการเฝ้าระวังในภายหลังก็มิได้มีความจำเป็นน้อยไปกว่าการตระเตรียมอย่างเปี่ยมด้วยกิจศรัทธาก่อนหน้าเลย: เพราะการเฝ้าระวังอันดีงามในภายหลังย่อมกลายเป็นกาลตระเตรียมอันประเสริฐสุดเพื่อให้ได้รับพระหรรษทานมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุว่ามนุษย์ย่อมถูกกระทำให้ไร้ความโน้มเอียงต่อความดีงามอย่างสิ้นเชิง หากเขารีบรุดกลับจากการรับศีลมหาสนิทเพื่อไปมอบตนเองให้แก่ความปลอบประโลมภายนอกในทันที จงระวังการเจรจาพาทีอันมากมาย จงพำนักอยู่ในที่เร้นลับ แลสนทนาธรรมกับพระเจ้าของเจ้าเถิด เพราะเจ้าได้ครอบครองพระองค์ผู้ซึ่งโลกทั้งใบมิอาจแย่งชิงไปจากเจ้าได้ เราคือผู้ที่เจ้าสมควรมอบถวายตนเองให้อย่างสิ้นเชิง เพื่อที่บัดนี้เจ้าจักมิดำรงชีวิตอยู่ในตนเองอย่างสิ้นเชิงอีกต่อไป ทว่าดำรงอยู่ในเรา โดยปราศจากความกระวนกระวายทั้งปวง
(1) มาระโก 14:14, 15 (2) 1 โครินธ์ 5:7 (3) สดุดี 102:7
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ข้าพเจ้าได้ตระเตรียม "เคหสถานแห่งดวงใจ" ให้บริสุทธิ์ปราศจากกิเลสและตัณหาทางโลก ก่อนที่จะอัญเชิญองค์พระคริสต์เข้ามาประทับหรือไม่?
2. ภายหลังการรับศีลมหาสนิท ข้าพเจ้าได้รักษาสันติสุขและสงวนวาจาเพื่อสนทนากับพระเจ้า หรือข้าพเจ้ารีบกลับไปหมกมุ่นกับความว้าวุ่นทางโลกในทันที?
บทภาวนาประจำบทที่ 12
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ผู้ทรงรักความบริสุทธิ์ ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงประทานพระหรรษทานให้ข้าพระองค์สามารถชำระล้างดวงใจเพื่อเป็นที่ประทับอันคู่ควรแด่พระองค์
ขอให้ข้าพระองค์ละทิ้งการแสวงหาความปลอบประโลมจอมปลอมจากภายนอก ทว่ามุ่งรักษาความสงบสงัดภายใน เพื่อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน
ท่านกำลังอ่าน
บทที่ 12 ว่าด้วย ผู้ที่มาตรหมายจะรับศีลมหาสนิทกับองค์พระคริสต์ สมควรตระเตรียมตนเองด้วยความอุตสาหะอันยิ่งใหญ่