Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

 บรรพ 1 กฎเกณฑ์ทั่วไป

มาตรา 76 วรรค 1 สิทธิพิเศษหรือเอกสิทธิ์ที่มอบให้ โดยทางบทบัญญัติพิเศษไม่ว่าแก่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล สิทธิพิเศษสามารถมอบให้โดยผู้ตรากฎหมายรวมทั้งผู้มีอำนาจปฏิบัติการด้วย ซึ่งได้รับมอบอำนาจนี้จากผู้ตรากฎหมาย

วรรค 2 สิทธิพิเศษที่มีการครอบครองนานนับร้อยปี หรือนานจนจำไม่ได้ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าได้มีการมอบสิทธิพิเศษแล้ว

มาตรา 77 ให้ตีความสิทธิพิเศษตามกฎเกณฑ์ของมาตรา 36 วรรค 1 แต่ต้องตีความให้ผู้รับสิทธิพิเศษได้รับเอกสิทธิ์บางอย่างจริง ๆ เสมอ

มาตรา 78 วรรค 1 ให้สันนิษฐานว่า สิทธิพิเศษคงอยู่ตลอดไป เว้นไว้แต่ว่ามีการพิสูจน์เป็นตรงกันข้าม

วรรค 2 สิทธิพิเศษส่วนบุคคล กล่าวคือ สิทธิพิเศษที่ติดตัวบุคคลสิ้นสุดเมื่อผู้นั้นถึงแก่กรรม

วรรค 3 สิทธิพิเศษที่เป็นทรัพย์สิ่งของ สิ้นสุดลงเมื่อสิ่งนั้นหรือสถานที่นั้นถูกทำลายลงโดยสิ้นเชิงแต่สิทธิ์พิเศษที่เป็นสถานที่ยังคงกลับคืนได้อีกหากมีการบูรณะขึ้นมาใหม่ภายใน 50 ปี

มาตรา 79 สิทธิพิเศษสิ้นสุดลงเมื่อผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจเพิกถอน ตามกฎเกณฑ์ของมาตรา 47 โดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดในมาตรา 46

มาตรา 80 วรรค 1 ไม่มีสิทธิพิเศษใดสิ้นสุดลงด้วยการสละสิทธิ เว้นไว้แต่ว่าผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจยอมรับการสละสิทธิ์นั้นแล้ว

วรรค 2 บุคคลธรรมดาใดๆ ก็ตาม สามารถสละสิทธิ์พิเศษที่ตนได้รับมาเพื่อประโยชน์บุคคลผู้นั้นเท่านั้น

วรรค 3 สิทธิพิเศษที่มอบให้แก่นิติบุคคลหรือที่มอบให้เพราะศักด์ศรีของสถานที่หรือของสิ่งของก็ตามปัจเจกบุคคลไม่สามารถสละสิทธิพิเศษนั้นได้ทั้งนิติบุคคลก็ไม่มีอำนาจสละสิทธิพิเศษที่ได้รับนั้นหากการสละสิทธิพิเศษนั้นเกิดผลเสียแก่พระศาสนจักรหรือแก่ผู้อื่น

มาตรา 81 เมื่อผู้ให้สิทธิพิเศษหมดอำนาจลง สิทธิพิเศษนั้นหาสิ้นสุดลงไม่เว้นไว้แต่ว่า สิทธิพิเศษนั้นให้ไว้โดยมีข้อความระบุว่า “ตามความพึงพอใจของเรา” (ad beneplacitum nostrum) หรือข้อความอื่นที่มีใจความคล้ายคลึงกัน

มาตรา 82 การไม่ใช้สิทธิพิเศษหรือการใช้สิทธิพิเศษในทางตรงข้าม ที่ไม่ก่อให้เกิดภาระแก่ผู้อื่น ก็ไม่ทำให้สิทธิพิเศษนั้นสิ้นสุดลง ถ้าก่อให้เกิดภาระแก่ผู้อื่น สิทธิพิเศษนั้นก็สูญไป โดยสิทธิครอบครองที่ชอบด้วยกฎหมาย

มาตรา 83 วรรค 1 สิทธิพิเศษสิ้นสุดลงเมื่อเวลาที่กำหนดผ่านพ้นไปหรือเมื่อครบจำนวนครั้งที่ได้ให้ไว้ โดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดในมาตรา 142 วรรค 2

วรรค 2 สิทธิพิเศษสิ้นสุดลงเช่นกันหากในกาลต่อมาสถานการณ์เปลี่ยนไปจนสิทธิพิเศษนั้นกลับกลายเป็นผลร้ายหรือการใช้สิทธิพิเศษนั้นกลับกลายเป็นไม่ชอบด้วยกฎหมายตามการวินิจฉัยของผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจ

มาตรา 84 ผู้ใดก็ตามที่ใช้อำนาจที่ได้รับจากสิทธิพิเศษในทางที่ผิดก็สมที่จะเสียสิทธิพิเศษนั้นดังนั้นผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจอาจเรียกสิทธิพิเศษที่ตนเองเป็นผู้มอบคืนหากผู้รับมอบนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างร้ายแรงทั้งที่ได้รับการตักเตือนแล้วแต่ไร้ผล อย่างไรก็ตามหากสันตะสำนักเป็นผู้มอบสิทธิพิเศษนั้นผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจต้องแจ้งให้สันตะสำนักทราบด้วย (Apostolic See)

book

"สิทธิพิเศษ" (มาตรา 76-84)

"การยกเว้น" (มาตรา 85-93) >>