หมวด 2 นิติบุคคล
มาตรา 113 วรรค 1 พระศาสนจักรคาทอลิก และสันตะสำนักมีธรรมชาติเป็นนิติบุคคลโดยกฎพระเจ้าเอง
วรรค 2 ในพระศาสนจักร นอกจากมีบุคคลธรรมดาแล้วยังมีนิติบุคคลด้วยซึ่งต้องอยู่ภายใต้กฎหมายพระศาสนจักรในเรื่องหน้าที่ และสิทธิอันสอดคล้องตามธรรมชาติของบุคคลนั้น
มาตรา 114 วรรค 1 นิติบุคคลถูกตั้งขึ้นโดยข้อกำหนดของกฎหมายหรือโดยการอนุญาตให้แบบพิเศษโดยผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจที่ด้วยการออกกฤษฎีกานิติบุคคลเหล่านั้นเกิดจากการรวมตัวของบุคคลหรือสิ่งของโดยมีจุดมุ่งหมายที่สอดคล้องกับพันธะกิจของพระศาสนจักร และจุดประสงค์อยู่เหนือจุดประสงค์ของปัจเจกบุคคลซึ่งรวมกันเป็นนิติบุคคล
วรรค 2 จุดประสงค์ของการรวมตัวกันตามวรรค 1 ให้เข้าใจว่าเป็นจุดประสงค์เกี่ยวกับงานด้านกิจเมตตา ด้านการแพร่ธรรมหรือด้านการกุศลไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝ่ายวิญญาณหรือฝ่ายกายก็ตาม
วรรค 3 ผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจฝ่ายพระศาสนจักรต้องไม่อนุญาตให้ความเป็นนิติบุคคลแก่ใครเว้นแต่จะให้แก่การรวมตัวของบุคคลหรือของทรัพย์สินซึ่งสามารถทำให้บรรลุเป้าหมายที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง และโดยที่ พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่ามีปัจจัยเพียงพอที่คาดได้ว่าจะบรรลุเป้าหมาย ตามที่กำหนดไว้
มาตรา 115 วรรค 1 นิติบุคคลในพระศาสนจักรหมายถึงการรวมตัวกันของกลุ่มบุคคลหรือทรัพย์สิน
วรรค 2 การรวมตัวกันของกลุ่มบุคคลไม่สามารถก่อตั้งขึ้นได้หากมิได้ประกอบด้วยบุคคลอย่างน้อย 3 คน การรวมตัวกันนี้ถือเป็นคณะบุคคลต่อเมื่อสมาชิกของคณะบุคคลกำหนดกิจกรรมของคณะโดยมีส่วนในการตัดสินใจร่วมกัน ไม่ว่าจะมีสิทธิในการตัดสินใจเท่าเทียมกันหรือไม่ก็ตามทั้งนี้ให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายและบทบัญญัติของคณะบุคคลนั้นเองมิฉะนั้นจะไม่ถือว่าเป็นคณะบุคคล
วรรค 3 การรวมตัวของทรัพย์สินหรือมูลนิธิอิสระประกอบด้วยทรัพย์สิ่งของไม่ว่าจะเป็นฝ่ายจิตหรือฝ่ายวัตถุโดยมีบุคคลธรรมดาคนหนึ่งหรือหลายคนตามกฎเกณฑ์ของกฎหมาย และตามบทบัญญัติของคณะบุคคลนั้น
มาตรา 116 วรรค 1 นิติบุคคลสาธารณะคือ การรวมตัวของกลุ่มบุคคลหรือทรัพย์สินซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจฝ่ายพระศาสนจักรภายในขอบเขตที่กำหนดไว้สำหรับนิติบุคคลสาธารณะนี้ในนามของพระศาสนจักร เพื่อทำหน้าที่เฉพาะที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จไปโดยมุ่งความดีส่วนรวม ตามข้อกำหนดของกฎหมาย นิติบุคคลอื่นถือเป็นส่วนบุคคล
วรรค 2 นิติบุคคลสาธารณะมีสถานภาพเป็นบุคคลโดยกฎหมายเองหรือโดยกฤษฎีกาพิเศษที่ออกให้อย่างชัดแจ้งโดยผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจนิติบุคคลส่วนบุคคลมีสถานภาพเป็นบุคคลเพียงแต่การออกกฤษฎีกาพิเศษเท่านั้นที่ออกให้อย่างชัดแจ้งโดยผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจ
มาตรา 117 ไม่มีการรวมตัวของบุคคลหรือสิ่งของใดๆ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อได้รับความเป็นนิติบุคคลสามารถได้รับความเป็นนิติบุคคลได้เว้นไว้แต่ว่าผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจได้ให้การรับรองบทบัญญัติของนิติบุคคลนั้นแล้ว
มาตรา 118 บุคคลที่ได้รับการรับรู้ว่ามีอำนาจนี้โดยกฎหมายสากลหรือกฎหมายเฉพาะหรือบทบัญญัติของนิติบุคคลเท่านั้นเป็นตัวแทนนิติบุคคลสาธารณะ และสามารถดำเนินการในนามของนิติบุคคลสาธารณะนั้นได้บุคคลที่ได้รับอำนาจนี้โดยบทบัญญัติ เป็นตัวแทนนิติบุคคลส่วนบุคคล
มาตรา 119 เกี่ยวกับการกระทำที่เป็นหมู่คณะ เว้นไว้แต่ว่า กฎหมายหรือบทบัญญัติได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
1. หากเป็นเรื่องการเลือกตั้งการดำเนินการนั้นมีผลตามกฎหมายเมื่อผู้ที่ต้องถูกเรียกเข้าประชุมส่วนใหญ่อยู่ในที่ประชุมนั้นการเลือกตั้งจะมีผลตามกฎหมายต้องได้รับการรับรองโดยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วมประชุม หลังจากการลงคะแนนผ่านไป 2 ครั้งแล้วยังไม่ได้ผล ให้เลือกระหว่างผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 2 คนถ้าหากว่าผู้ได้รับคะแนนสูงสุด (คะแนนเท่ากัน) มีเกินกว่า 2 คนให้เลือกระหว่างผู้ที่มีอาวุโสกว่า 2 คน หลังจากการลงคะแนนผ่านไป 3 ครั้งถ้าคะแนนยังคงเท่ากันให้ถือว่า ผู้มีอาวุโสกว่าได้รับเลือก
2. หากเป็นเรื่องอื่นๆการดำเนินการมีผลตามกฎหมายเมื่อผู้ที่ต้องถูกเรียกเข้าประชุมส่วนใหญ่อยู่ในที่ประชุมนั้นการลงคะแนนเสียงจะมีผลตามกฎหมายต้องได้รับการรับรองโดยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วมประชุม หลังจากการลงคะแนนผ่านไป 2 ครั้งแล้วยังคงได้รับคะแนนเท่ากัน ผู้เป็นประธานสามารถใช้สิทธิ์ออกเสียงตัดสินได้
3. หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกแต่ละคน ต้องได้รับการรับรอง
มาตรา 120 วรรค 1 นิติบุคคลโดยธรรมชาติของมันแล้วเป็นสิ่งถาวร กระนั้นก็ดีนิติบุคคลจะสิ้นสุดลง หากผู้มีอำนาจเป็นผู้ยกเลิกตามกฎหมายหรือหยุดดำเนินการเป็นเวลา 100 ปี ยิ่งกว่านั้น นิติบุคคลส่วนบุคคลสิ้นสุดลงหากการรวมตัวนั้นสลายลงตามกฎเกณฑ์ของบทบัญญัติหรือผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจวินิจฉัยว่า ตัวมูลนิธิเอง สิ้นสุดลงตามกฎเกณฑ์ของบทบัญญัติของมูลนิธินั้น
วรรค 2 หากแม้เหลือสมาชิกของคณะนิติบุคคลเพียงคนเดียว และการรวมตัวของกลุ่มบุคคล ยังไม่สิ้นสุดลงตามบทบัญญัติของนิติบุคคลนั้นการบริหารสิทธิทั้งหมดของกลุ่มบุคคลตกเป็นของสมาชิกผู้นั้น
มาตรา 121 หากการรวมตัวกัน ไม่ว่าของกลุ่มบุคคลหรือของทรัพย์สินซึ่งเป็นนิติบุคคลสาธารณะการรวมตัวกันดังกล่าวนั้นก่อให้เกิดการรวมตัวอีกอันหนึ่งซึ่งในตัวของมันเองมีความเป็นนิติบุคคลด้วยนิติบุคคลใหม่นี้ได้รับทรัพย์สิ่งของ และสิทธิตกทอดมาซึ่งเป็นของนิติบุคคลที่มีอยู่ก่อน และต้องรับข้อผูกมัดซึ่งนิติบุคคลเหล่านั้นรับภาระอยู่ด้วยอย่างไรก็ตามต้องเคารพต่อจุดมุ่งหมายของผู้ตั้งและผู้บริจาค และสิทธิที่ได้รับมาแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องการแบ่งปันทรัพย์สิ่งของ และการปฏิบัติตามข้อผูกมัดต่างๆ
มาตรา 122 หากการรวมตัวกัน ซึ่งมีความเป็นนิติบุคคลสาธารณะจำเป็นต้องแบ่งออกเพื่อให้ส่วนหนึ่งไปรวมกับนิติบุคคลอีกนิติบุคคลหนึ่งหรือเมื่อส่วนที่แยกออกมาได้ถูกตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคลสาธารณะต่างหากเป็นหน้าที่ของผู้มีอำนาจฝ่ายพระศาสนจักรซึ่งมีอำนาจแบ่งแยกก่อนอื่นหมดต้องรักษาจุดมุ่งหมายของผู้ตั้ง และผู้บริจาคสิทธิที่ได้รับมา และบทบัญญัติที่ได้รับการรับรองแล้วหลังจากนั้นต้องเอาใจใส่เป็นการส่วนตัวหรือโดยผ่านผู้บริหารในเรื่องต่อไปนี้
1. ทรัพย์สิ่งของที่เป็นของส่วนรวม ซึ่งสามารถแบ่งแยกได้ทั้งทรัพย์สินหรือสิทธิตกทอดมาตลอดจนหนี้สินและข้อผูกมัดอื่นๆ ต้องถูกแบ่งระหว่างนิติบุคคลทั้งหลายที่เกี่ยวข้องในสัดส่วนที่เหมาะสมอย่างเสมอภาคและยุติธรรมโดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมและความต้องการของแต่ละนิติบุคคลบุคคล
2. การใช้ประโยชน์และสิทธิ เอาผลประโยชน์ของทรัพย์สินส่วนรวม ซึ่งแบ่งแยกไม่ได้ ก็เป็นผลประโยชน์แต่ละนิติบุคคล และพันธะที่ติดตามกับผลประโยชน์นั้น ก็ตกแก่แต่ละนิติบุคคลด้วย ต้องกำหนดในลักษณะเดียวกันโดยยึดถือสัดส่วนที่เหมาะสมอย่างเสมอภาคและยุติธรรม
มาตรา 123 เมื่อนิติบุคคลสาธารณะสิ้นสภาพลงต้องแบ่งปันทรัพย์สิ่งของสิทธิตกทอดมา และพันธะทั้งหลายตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและตามบทบัญญัติ ถ้าไม่มีกฎหมายหรือธรรมนูญบ่งชี้ไว้สิ่งเหล่านี้ก็ตกทอดแก่นิติบุคคลที่เหนือกว่าอันดับต่อไปโดยยังต้องยึดถือตามเจตนารมณ์ของผู้ตั้ง ผู้บริจาคและตามสิทธิที่ได้รับมาแล้ว เมื่อนิติบุคคลส่วนบุคคลสิ้นสภาพลงต้องแบ่งปันทรัพย์สินและพันธะตามบทบัญญัติของนิติบุคคลนั้นเอง
