Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 2 ประชากรของพระเจ้า

หมวด 2 พระสังฆราช

ส่วน 1 พระสังฆราชโดยทั่วไป

มาตรา 375 วรรค 1 พระสังฆราชโดยการสถาปนาของพระเจ้าเป็นผู้สืบตำแหน่งของอัครสาวกโดยอาศัยพระจิตเจ้าที่ท่านได้รับท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายชุมพาบาลในพระศาสนจักรเพื่อเป็นผู้สอนข้อความเชื่อ เป็นสงฆ์ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ และเป็นศาสนบริกรทำหน้าที่ปกครอง

วรรค 2 บรรดาพระสังฆราชโดยการอภิเษกเป็นพระสังฆราชเองได้รับหน้าที่ทำให้ศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับรับหน้าที่สอน และหน้าที่ปกครองอย่างไรก็ตามโดยธรรมชาติของการเป็นพระสังฆราชเองท่านสามารถปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวทางฐานานุกรมกับประมุขและสมาชิกของคณะพระสังฆราช

มาตรา 376 พระสังฆราชที่ได้รับมอบหมายให้ปกครองสังฆมณฑลเรียกว่าพระสังฆราชสังฆมณฑล ส่วนพระสังฆราชอื่นๆ เรียกว่า พระสังฆราชกิรติศักดิ์ (titular)

มาตรา 377 วรรค 1 สันตะปาปาแต่งตั้งพระสังฆราชอย่างอิสระ หรือรับรองผู้ที่ได้รับเลือกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

วรรค 2 อย่างน้อยทุกๆ 3 ปี พระสังฆราชของเขตปกครองฝ่ายพระศาสนจักรหรือที่ใดที่สภาพการณ์เรียกร้องให้พระสังฆราชของสภาพระสังฆราชโดยความเห็นชอบร่วมกันและแบบลับรวบรวมรายชื่อพระสงฆ์และทั้งของสมาชิกสถาบันชีวิตที่ถวายแล้วที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นพระสังฆราช และส่งรายชื่อนั้นไปยังสันตะสำนักพระสังฆราชแต่ละองค์ยังคงไว้ซึ่งสิทธิในการแจ้งชื่อพระสงฆ์ที่ตนเองเห็นว่าสมควรและเหมาะสมสำหรับหน้าที่พระสังฆราชไปยังสันตะสำนักเป็นการส่วนตัว

วรรค 3 เว้นไว้แต่ว่า มีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นอย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อใดก็ตามที่ต้องมีการแต่งตั้งพระสังฆราชสังฆมณฑลหรือพระสังฆราชรองในเรื่องที่เกี่ยวกับไตรนามที่ต้องส่งให้กับสันตะสำนักเป็นความรับผิดชอบของสมณทูตที่จะสอบถามข้อเสนอของพระสังฆราชสังฆมณฑลนคร และพระสังฆราชสังฆมณฑลรองของเขตที่สังฆมณฑลที่ต้องมีพระสังฆราชองค์ใหม่สังกัดอยู่หรือร่วมสังกัด รวมทั้งข้อเสนอของประธานสภาพระสังฆราชโดยให้สอบถามเป็นรายบุคคลและให้แจ้งข้อเสนอเหล่านั้นแก่สันตะสำนักพร้อมกับความเห็นของตนยิ่งกว่านั้นให้สมณทูต รับฟังความเห็นจากคณะที่ปรึกษาพระสังฆราชบางคน และจากคณะสงฆ์ประจำอาสนวิหารแต่ถ้าเห็นว่าเหมาะสมก็ให้สอบถามความเห็นของพระสงฆ์บางองค์จากคณะสงฆ์สังฆมณฑล และนักบวชสมณะพร้อมทั้งความเห็นของฆราวาสที่มีความเฉลียวฉลาดโดดเด่น โดยถามเป็นส่วนตัวและอย่างลับ

วรรค 4 เว้นไว้แต่ว่า มีการจัดการในลักษณะอื่นที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้วพระสังฆราชสังฆมณฑลที่พิจารณาเห็นว่าควรมีพระสังฆราชผู้ช่วยในสังฆมณฑลของตนก็ให้พระสังฆราชผู้นั้นเสนอรายชื่อพระสงฆ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่งนั้นกว่าหมดอย่างน้อย 3 ชื่อไปยังสันตะสำนัก

วรรค 5 ตั้งแต่นี้ไป สิทธิ์และอภิสิทธิ์ในการเลือกตั้ง แต่งตั้ง เสนอหรือกำหนดชื่อพระสังฆราช ไม่ให้แก่ผู้ทรงอำนาจฝ่ายบ้านเมือง

มาตรา 378 วรรค 1 บุคคลที่เหมาะสมที่จะรับเลือกเป็นพระสังฆราช ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

    1. ต้องโดดเด่นในด้านความเชื่อที่มั่นคง จริยธรรมอันดีงาม ความศรัทธาความร้อนรนต่อวิญญาณ ความเฉลียวฉลาด ความสุขุมรอบคอบ และคุณธรรมมนุษย์พร้อมทั้งมีความสามารถด้านอื่นๆ ที่ทำให้ผู้นั้นเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว

    2. มีชื่อเสียงดี

    3. มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี

    4. บวชเป็นพระสงฆ์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี

    5. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรืออย่างน้อยปริญญาโททางด้านพระคัมภีร์เทวศาสตร์หรือกฎหมายพระศาสนจักรจากสถาบันการศึกษาชั้นสูงที่ได้รับการรับรองจากสันตะสำนักหรืออย่างน้อยเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ในวิชาเหล่านี้

วรรค 2 สันตะสำนักเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดผู้ที่เหมาะสมจะได้รับตำแหน่ง

มาตรา 379 เว้นไว้แต่ว่า มีอุปสรรคอันชอบด้วยกฎหมายผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระสังฆราชต้องรับการอภิเษกเป็นสังฆราชภายใน 3 เดือน นับจากการรับหนังสือแต่งตั้งจากพระสันตะปาปา และอันที่จริงให้กระทำก่อนเข้ารับตำแหน่งด้วย

มาตรา 380 ก่อนเข้าครอบครองตำแหน่งอย่างถูกต้องตามกฎหมายพระศาสนจักรผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจะต้องประกาศยืนยันความเชื่อ และสาบานตนว่าจะซื่อสัตย์ต่อสันตะสำนัก ตามแบบที่ได้รับการรับรองจากสันตะสำนัก

book

"พระสังฆราชโดยทั่วไป" (มาตรา 375-380)

"พระสังฆราชสังฆมณฑล" (มาตรา 381-402) >>