Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 2 ประชากรของพระเจ้า

ส่วน 3 พระสังฆราชรอง และพระสังฆราชผู้ช่วย

มาตรา 403 วรรค 1 เมื่อความต้องการด้านอภิบาลของสังฆมณฑลเรียกร้องให้มีให้แต่งตั้งพระสังฆราชผู้ช่วย องค์หนึ่ง หรือหลายองค์ตามคำขอร้องของพระสังฆราชสังฆมณฑลพระสังฆราชผู้ช่วยไม่ได้รับสิทธิ์สืบตำแหน่ง

วรรค 2 พระสังฆราชผู้ช่วยที่พร้อมกับมีอำนาจพิเศษสามารถได้รับการแต่งตั้งมาช่วยพระสังฆราชสังฆมณฑล ในกรณีแวดล้อมที่มีความสำคัญค่อนข้างมากหรือแม้เพราะเห็นแก่คุณสมบัติพิเศษ ส่วนตัวของท่านเอง

วรรค 3 โดยหน้าที่แล้วหากสันตะสำนักเห็นว่าเหมาะกว่าก็สามารถแต่งตั้งพระสังฆราชรองพร้อมกับมีอำนาจพิเศษด้วย พระสังฆราชรองมีสิทธิ์สืบตำแหน่ง

มาตรา 404 วรรค 1 พระสังฆราชรองเข้ารับตำแหน่งหน้าที่เมื่อท่านเองหรือโดยตัวแทนยื่นหนังสือแต่งตั้งจากสันตะสำนักต่อพระสังฆราชสังฆมณฑล และคณะที่ปรึกษาต่อหน้าเลขาธิการสำนักสังฆมณฑล ซึ่งเป็นผู้บันทึกเหตุการณ์อย่างเป็นทางการ

วรรค 2 พระสังฆราชผู้ช่วยเข้ารับตำแหน่งหน้าที่เมื่อท่านยื่นหนังสือแต่งตั้งจากสันตะสำนักต่อพระสังฆราชสังฆมณฑลต่อหน้าเลขาธิการสำนักงานสังฆมณฑลซึ่งเป็นผู้บันทึกเหตุการณ์อย่างเป็นทางการ

วรรค 3 อย่างไรก็ตาม ถ้าพระสังฆราชสังฆมณฑลถูกขัดขวางโดยสิ้นเชิงเป็นการเพียงพอที่พระสังฆราชรองและพระสังฆราชผู้ช่วยจะยื่นหนังสือแต่งตั้งจากสันตะสำนักต่อคณะที่ปรึกษาต่อหน้าเลขาธิการสำนักงานสังฆมณฑล

มาตรา 405 วรรค 1 พระสังฆราชรองและพระสังฆราชผู้ช่วยมีหน้าที่ และสิทธิซึ่งบัญญัติไว้ในข้อกำหนดของมาตราต่อไปรวมทั้งที่กำหนดไว้ในหนังสือแต่งตั้งด้วย

วรรค 2 พระสังฆราชรอง และพระ-สังฆราชผู้ช่วยดังที่กล่าวไว้ในมาตรา 403วรรค 2ช่วยพระสังฆราชสังฆมณฑลในการปกครองทั้งหมดของสังฆมณฑลและทำหน้าที่แทนเมื่อท่านไม่อยู่หรือถูกขัดขวาง

มาตรา 406 วรรค 1 พระสังฆราชสังฆมณฑลต้องแต่งตั้งพระสังฆราชรอง และเช่นเดียวกันพระสังฆราชผู้ช่วยที่กล่าวไว้ในมาตรา 403 วรรค 2 เป็นอุปสังฆราชยิ่งไปกว่านั้นพระสังฆราชสังฆมณฑลต้องมอบหมายงานซึ่งตามกฎหมายต้องมีคำสั่งพิเศษให้แก่พระสังฆราชดังกล่าวก่อนผู้อื่น

วรรค 2 เว้นไว้แต่ว่ามีระบุไว้เป็นอย่างอื่นในหนังสือแต่งตั้งจากสันตะสำนักและโดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดของวรรค 1 พระสังฆราชสังฆมณฑลควรแต่งตั้งผู้ช่วยองค์หนึ่งหรือหลายองค์เป็นอุปสังฆราชหรืออย่างน้อยเป็นผู้ช่วยพระสังฆราชโดยขึ้นกับท่านเพียงผู้เดียวหรือขึ้นกับพระสังฆราชรองหรือพระสังฆราชผู้ช่วยที่กล่าวไว้ในมาตรา 403 วรรค2

มาตรา 407 วรรค 1 เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทั้งในปัจจุบัน และอนาคตของสังฆมณฑลเท่าที่สามารถทำได้ พระสังฆราชสังฆมณฑลพระสังฆราชรองและพระสังฆราชผู้ช่วยตามที่มีกล่าวไว้ในมาตรา 403 วรรค 2 ต้องปรึกษาซึ่งกันและกันในเรื่องที่มีความสำคัญมาก

วรรค 2 ในการพิจารณาเรื่องที่มีความสำคัญมากโดยเฉพาะเรื่องที่มีลักษณะเป็นการอภิบาลพระสังฆราชสังฆมณฑลต้องปรึกษากับพระสังฆราชผู้ช่วยก่อนผู้อื่น

วรรค 3 พระสังฆราชรองและพระสังฆราชผู้ช่วยต้องพยายามและตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องกับพระ-สังฆราชสังฆมณฑลเพราะพวกท่านถูกเรียกให้มามีส่วนร่วมในงานของพระสังฆราช

มาตรา 408 วรรค 1 เว้นไว้แต่ว่า พระสังฆราชรองและพระสังฆราชผู้ช่วยมีอุปสรรคขัดขวางอันชอบ พวกท่านต้องประกอบพิธีกรรมอย่างสง่าและหน้าที่อื่นๆ ซึ่งพระสังฆราชสังฆมณฑลต้องปฏิบัติ เมื่อไรก็ตามเมื่อพระสังฆราชขอร้องพวกท่านให้กระทำแทน

วรรค 2 พระสังฆราชสังฆมณฑลต้องไม่มอบสิทธิและหน้าที่ซึ่งพระสังฆราชรอง และพระสังฆราชผู้ช่วยสามารถปฏิบัติได้แก่ผู้อื่นเป็นประจำ

มาตรา 409 วรรค 1 เมื่อตำแหน่งพระสังฆราชว่างลงพระสังฆราชรองขึ้นเป็นพระสังฆราชสังฆมณฑลทันทีซึ่งท่านได้รับการแต่งตั้งมาแล้วขอแต่ว่าท่านได้ทำการครอบครองตำแหน่งอย่างถูกต้องตามกฎหมายเสียก่อน

วรรค 2 เว้นไว้แต่ว่า มีกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจเมื่อตำแหน่งพระสังฆราชว่างลงพระสังฆราชผู้ช่วยยังคงไว้เพียงแต่อำนาจและหน้าที่ทั้งหมดที่ท่านมีในฐานะเป็นอุปสังฆราชหรือผู้ช่วยพระสังฆราชในขณะที่ตำแหน่งพระสังฆราชยังไม่ว่างลง จนกว่าพระสังฆราชองค์ใหม่ขึ้นครองตำแหน่ง อย่างไรก็ตามถ้าท่านมิได้รับแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการสังฆมณฑลท่านก็สามารถใช้อำนาจเดียวกันนี้ที่กฎหมายมอบให้ภายใต้อำนาจของผู้บริหารสังฆมณฑล ผู้ซึ่งทำหน้าที่ปกครองสังฆ-มณฑล

มาตรา 410 พระสังฆราชรองและพระสังฆราชผู้ช่วยต้องพำนักอยู่ในสังฆมณฑลเช่นเดียวกับ พระสังฆราชสังฆมณฑล และต้องไม่ออกนอกสังฆมณฑลเว้นแต่ช่วงเวลาสั้นๆเว้นไว้แต่ว่าพวกท่านต้องไปปฏิบัติหน้าที่อื่นนอกสังฆมณฑลหรืออยู่ระหว่างพักร้อน ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งเดือน

มาตรา 411 ข้อกำหนดของมาตรา 401 และ 402 วรรค 2 ในเรื่องการลาออกจากตำแหน่งหน้าที่ใช้กับพระสังฆราชรองและพระสังฆราชผู้ช่วยด้วย

book

"พระสังฆราชรอง และ พระสังฆราชผู้ช่วย" (มาตรา 403-411)

"ตำแหน่งพระสังฆราชที่ถูกขัดขวาง" (มาตรา 412-415) >>