ส่วน 2 ตำแหน่งพระสังฆราชที่ว่างลง
มาตรา 416 ตำแหน่งพระสังฆราชว่างลง เมื่อพระสังฆราชสังฆมณฑลถึงแก่มรณภาพเมื่อพระสันตะปาปายอมรับการลาออกและ เมื่อมีการโยกย้ายหรือเมื่อพระสังฆราชได้รับแจ้งการถูกถอดถอน
มาตรา 417 ให้ถือว่าทุกสิ่งที่อุปสังฆราชหรือผู้ช่วยพระสังฆราชได้กระทำไปมีผลสมบูรณ์จนกว่าพวกท่านได้รับแจ้งอย่างแน่นอน ถึงการมรณภาพของพระสังฆราชสังฆมณฑลเช่นเดียวกัน ให้ถือว่าทุกสิ่งที่พระสังฆราชสังฆมณฑล หรืออุปสังฆราชหรือผู้ช่วยพระสังฆราชได้กระทำมีผลสมบูรณ์จนกว่าจะได้รับแจ้งอย่างแน่นอนถึงการจัดการของสันตะสำนักดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
มาตรา 418 วรรค 1 เมื่อพระสังฆราชได้รับแจ้งอย่างแน่นอนถึงการโยกย้ายท่านต้องไปยังสังฆมณฑลใหม่ภายในสองเดือนและขึ้นครองตำแหน่งตามกฎหมายพระศาสนจักร และนับจากวันที่ท่านขึ้นครองตำแหน่งในสังฆมณฑลใหม่ให้ถือว่าตำแหน่งพระสังฆราชในสังฆมณฑลเดิมว่างลง
วรรค 2 นับจากวันที่ได้รับการแจ้งที่แน่นอนของการโยกย้ายจนถึงวันที่ขึ้นครองตำแหน่งในสังฆมณฑลใหม่พระสังฆราชที่ถูกโยกย้ายในสังฆมณฑลเดิม
1. ได้รับอำนาจเป็นผู้รักษาการสังฆมณฑล และต้องปฏิบัติหน้าที่เหล่านั้นอำนาจทั้งหมดของ อุปสังฆราช และผู้ช่วยพระสังฆราชสิ้นสุดลง โดยคงไว้ซึ่งมาตรา 409 วรรค 2
2. ยังคงรับเงินตอบแทนทั้งครบต่อไปตามตำแหน่งหน้าที่นี้
มาตรา 419 เมื่อตำแหน่งพระสังฆราชว่างลง จนกว่ามีการตั้งผู้รักษาการสังฆมณฑลการปกครองสังฆมณฑลตกเป็นหน้าที่ของพระสังฆราชผู้ช่วยหรือหากมีหลายองค์ก็ตกเป็นหน้าที่ของพระสังฆราชผู้ช่วยที่ได้รับการแต่งตั้งก่อนหรือหากไม่มีพระสังฆราชผู้ช่วยก็ตกเป็นหน้าที่ของคณะที่ปรึกษาพระสังฆราชเว้นไว้แต่ว่าสันตะสำนักได้จัดการเป็นอย่างอื่นผู้ใดก็ตามที่ขึ้นปกครองสังฆมณฑลตามรูปแบบนี้ต้องเรียกประชุมคณะที่ปรึกษาโดยปราศจากการรีรอซึ่งมีอำนาจแต่งตั้งผู้รักษาการสังฆมณฑล
มาตรา 420 เว้นไว้แต่ว่า สันตะสำนักได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นเมื่อตำแหน่งในเขตปกครองโดยผู้ปกครองในนามสันตะสำนักหรือโดยสังฆรักษ์ว่างลงให้รองผู้ปกครองในนามสันตะสำนักหรือรองสังฆรักษ์รับหน้าที่ปกครองซึ่งผู้ปกครองในนามสันตะสำนักหรือสังฆรักษ์ได้เลือกเพื่อมีผลเช่นนี้เท่านั้น ทันทีที่ท่านได้ขึ้นครองตำแหน่ง
มาตรา 421 วรรค 1 ภายใน 8 วัน เมื่อได้รับทราบถึงตำแหน่งพระสังฆราชว่างลงผู้รักษาการสังฆมณฑล กล่าวคือ ผู้ปกครองสังฆมณฑลในระหว่างนั้นต้องได้รับเลือกจากคณะที่ปรึกษาพระสังฆราช โดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดของมาตรา 502 วรรค 3
วรรค 2 ด้วยเหตุผลใดก็ตาม หากภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ยังไม่สามารถเลือกผู้รักษาการสังฆมณฑลอย่างถูกต้องตามกฎหมายการเลือกตำแหน่งดังกล่าว ตกเป็นหน้าที่ของสังฆมณฑลนคร และถ้าหากตำแหน่งพระสังฆราชที่ว่างลงเป็นสังฆมณฑลนครเองหรือสังฆมณฑลนครว่างลงพร้อมกับสังฆมณฑลรองการเลือกตกเป็นหน้าที่ของพระสังฆราชสังฆมณฑลรองที่ได้รับแต่งตั้งก่อน
มาตรา 422 ให้พระสังฆราชผู้ช่วยหรือถ้าไม่มีก็ให้คณะที่ปรึกษาพระสังฆราชเป็นผู้แจ้งให้สันตะสำนักทราบทันทีถึงการมรณภาพของพระสังฆราชผู้รักษาการสังฆมณฑลที่ได้รับเลือกตั้งต้องปฏิบัติเช่นเดียวกันเกี่ยวกับการรับเลือกของตน
มาตรา 423 วรรค 1 ต้องเลือกทั้งบุคคลผู้หนึ่งเป็นผู้รักษาการสังฆมณฑล และยกเลิกประเพณีทุกอย่างที่ขัดต่อการเลือกตั้งนี้มิฉะนั้นให้ถือว่าการเลือกตั้งนี้เป็นโมฆะ
วรรค 2 ผู้รักษาการสังฆมณฑลต้องไม่เป็นผู้บริหารการเงินในเวลาเดียวกันเพราะเหตุนี้หากผู้บริหารการเงินของสังฆมณฑลได้รับเลือกเป็นผู้บริหารสังฆมณฑล คณะกรรมการการเงินต้องเลือกผู้บริหารการเงินคนอื่นแทนชั่วคราว
มาตรา 424 ต้องเลือกผู้รักษาการสังฆมณฑล ตามกฎเกณฑ์ของมาตรา 165–178
มาตรา 425 วรรค 1 เพื่อให้ผู้ที่ได้รับการเลือกทำหน้าที่เป็นผู้รักษาการสังฆมณฑลมีผลผู้นั้นต้องเป็นพระสงฆ์ที่มีอายุอย่างน้อย 35 ปีบริบูรณ์ และต้องไม่เป็นบุคคลที่ได้รับการเลือกหรือแต่งตั้งหรือรับการเสนอชื่อให้รับตำแหน่งพระสังฆราชที่ว่างลงก่อนแล้ว
วรรค 2 ต้องเลือกพระสงฆ์ที่เด่นด้านคำสอนและสุขุมรอบคอบเป็นผู้รักษาการสังฆมณฑล
วรรค 3 หากเงื่อนไขที่กล่าวแล้วในวรรค 1 ถูกละเลย สังฆมณฑลนครหรือถ้าเป็นสังฆมณฑลนครเองที่ว่างลงพระสังฆราชสังฆมณฑลรองที่ได้รับการแต่งตั้งก่อนต้องแต่งตั้งผู้รักษาการสังฆมณฑลแทนหลังจากได้ตรวจสอบความจริงของเรื่องราวแล้วการกระทำของผู้ที่ได้รับเลือกที่ขัดต่อข้อกำหนดของวรรค 1 เป็นโมฆะโดยกฎหมาย
มาตรา 426 ผู้ใดก็ตามที่ปกครองสังฆมณฑล ขณะที่ตำแหน่งพระสังฆราชว่างลง และก่อนการแต่งตั้งผู้รักษาการสังฆมณฑล มีอำนาจที่กฎหมายให้แก่อุปสังฆราช
มาตรา 427 วรรค 1 ผู้รักษาการสังฆมณฑลมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ และมีอำนาจเช่นพระสังฆราชสังฆมณฑลไม่รวมสิ่งซึ่งยกเว้นโดยธรรมชาติของเรื่องหรือโดยกฎหมายเอง
วรรค 2 เมื่อผู้รักษาการสังฆมณฑลยอมรับการเลือกตั้ง ก็ได้รับอำนาจโดยไม่จำเป็นต้องมีการรับรองอีก แต่ให้คงไว้ซึ่งข้อบังคับของมาตรา 833 ข้อ 4
มาตรา 428 วรรค 1 เมื่อตำแหน่งพระสังฆราชว่างลง ต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
วรรค 2 ห้ามมิให้ผู้ที่ปกครองสังฆมณฑลเป็นการชั่วคราว กระทำการใดๆซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่สังฆมณฑล หรือต่อสิทธิต่างๆ ของพระสังฆราชโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้ามมิให้ตนเองหรือบุคคลอื่น เคลื่อนย้าย ทำลายเปลี่ยนแปลงเอกสารใดๆ ของสำนักพระสังฆราช ไม่ว่าด้วยตนเองหรือโดยผู้อื่น
มาตรา 429 ผู้รักษาการสังฆมณฑลต้องพำนักอยู่ในสังฆมณฑล และถวายมิสซาให้สัตบุรุษตามกฎเกณฑ์ของมาตรา 388
มาตรา 430 วรรค 1 ความรับผิดชอบของผู้รักษาการสังฆมณฑลสิ้นสุดลง เมื่อพระสังฆราชองค์ใหม่เข้าครอบครองสังฆมณฑล
วรรค 2 การถอดถอนผู้รักษาการสังฆมณฑล สงวนไว้แก่สันตะสำนัก การลาออกใดๆ ต้องใช้แบบฟอร์มที่ถูกต้องตามกฎหมาย ยื่นต่อคณะที่ปรึกษาที่มีอำนาจเลือกตั้งแต่ไม่ต้องรับการยินยอมจากคณะดังกล่าวถ้าผู้รักษาการสังฆมณฑลถูกถอดถอนหรือลาออก หรือเสีย ชีวิตก็ให้เลือกผู้รักษาการสังฆมณฑลตามกฎเกณฑ์ของมาตรา 421
