Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 2 ประชากรของพระเจ้า

หมวด 4 สภาพระสังฆราช

มาตรา 447 สภาพระสังฆราชซึ่งเป็นสถาบันถาวร เป็นการรวมกลุ่มของบรรดาพระสังฆราชของประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือของอาณาเขตใดอาณาเขตหนึ่งตามกฎเกณฑ์ของกฎหมาย บรรดาพระสังฆราชเหล่านี้รวมตัวกันปฏิบัติหน้าที่อภิบาลเพื่อคริสตชน ในอาณาเขตของตน โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมความดียิ่งขึ้น ซึ่งพระศาสนจักรมอบให้แก่มนุษยชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โดยรูปแบบและวิธีการ การแพร่ธรรมซึ่งปรับให้เหมาะตามสภาพของกาลเวลาและสถานที่

มาตรา 448 วรรค 1 โดยกฎเกณฑ์ทั่วไปสภาพระสังฆราชประกอบด้วยผู้ที่เป็นประมุขทั้งหมดของพระศาสนจักรเฉพาะถิ่นของประเทศเดียวกันตามมาตรา 450

วรรค 2 อย่างไรก็ตาม หากในการวินิจฉัยของสันตะสำนักเมื่อได้ปรึกษาหารือกับบรรดาพระสังฆราชสังฆมณฑลที่เกี่ยวข้องก่อนสภาพแวดล้อมของบุคคลหรือสิ่งต่างๆเรียกร้องสภาพระสังฆราชอาจจะตั้งขึ้นในอาณาเขตที่ใหญ่หรือเล็กกว่าก็ได้ในลักษณะที่ว่าสภาพระสังฆราชที่ตั้งขึ้นนี้ประกอบด้วยพระสังฆราชของพระศาสนจักรเฉพาะถิ่นที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตใดอาณาเขตหนึ่งเท่านั้น หรือประกอบด้วยประมุขของพระศาสนจักรเฉพาะถิ่นที่ตั้งอยู่ในประเทศที่แตกต่างกัน เป็นหน้าที่ของสันตะสำนักเดียวกัน ที่จะกำหนดกฎเกณฑ์เฉพาะสำหรับสภาแต่ละแห่งเหล่านี้

มาตรา 449 วรรค 1 เป็นอำนาจของผู้ใหญ่สูงสุดของพระศาสนจักรเท่านั้นเมื่อได้ฟังความเห็นของบรรดาพระสังฆราชที่เกี่ยวข้องแล้ว ที่จะตั้งยุบหรือเปลี่ยนแปลงสภาพระสังฆราช

วรรค 2 สภาพระสังฆราช เมื่อได้ตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ก็เป็นนิติบุคคลโดยกฎหมายเอง

มาตรา 450 วรรค 1 โดยกฎหมายเอง สมาชิกของสภาพระสังฆราชได้แก่บรรดาพระสังฆราชสังฆมณฑลทั้งหมดที่อยู่ในอาณาเขตและผู้ที่มีตำแหน่งเทียบเท่าตามกฎหมายรวมทั้งพระสังฆราชรอง พระสังฆราชผู้ช่วยและพระสังฆราชกิรติศักดิ์อื่นๆ ซึ่งปฏิบัติงานเฉพาะอยู่ในอาณาเขตเดียวกันโดยได้รับมอบหมายจากสันตะสำนักหรือจากสภาพระสังฆราช ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจในจารีตอื่นๆ ก็อาจได้รับเชิญอย่างไรก็ตาม พวกท่านมีเพียงคะแนนเสียงให้คำปรึกษาเท่านั้นเว้นไว้แต่ว่ากฎระเบียบของสภาพระสังฆราชกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

วรรค 2 โดยกฎหมายพระสังฆราชกิรติศักดิ์อื่นๆ และสมณทูตของพระสันตะปาปามิได้เป็นสมาชิกของสภาพระสังฆราช

มาตรา 451 สภาพระสังฆราชแต่ละแห่งต้องจัดทำกฎระเบียบของตนเองซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบจากสันตะสำนัก นอกเหนือจากกฎระเบียบอื่นๆต้องมีกฎระเบียบเกี่ยวกับการประชุมใหญ่ของสภาพระสังฆราชและกฎระเบียบสำหรับคณะกรรมการสภาถาวรของบรรดาพระสังฆราชและเลขาธิการของสภาพระสังฆราชและหน่วยงานและคณะกรรมการอื่นๆซึ่งในการวินิจฉัยของสภาพระสังฆราชเห็นว่าจะช่วยให้สภาพระสังฆราชบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

มาตรา 452 วรรค 1 ตามกฎเกณฑ์ของธรรมนูญสภาพระสังฆราชแต่ละแห่งต้องเลือกประธานของตนเองกำหนดบุคคลที่จะทำหน้าที่รองประธานในกรณีที่ประธานมีอุปสรรคอันชอบด้วยกฎหมาย และกำหนดเลขาธิการด้วย

วรรค 2 ประธานการประชุมสภา และหากประธานมีอุปสรรคอันชอบด้วยกฎหมายรองประธานเป็นประธานไม่เพียงแต่ในการประชุมทั่วไปของสภาพระสังฆราชเท่านั้นแต่ยังเป็นประธานของคณะกรรมการบริหารถาวรด้วย

มาตรา 453 ตามข้อกำหนดของธรรมนูญต้องมีการประชุมใหญ่ของสภาพระสังฆราชอย่างน้อยปีละครั้ง และนอกนั้นให้จัดประชุมเท่าที่กรณีพิเศษเรียกร้อง

มาตรา 454 วรรค 1 ในการประชุมใหญ่ของสภาพระสังฆราชผู้ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงตัดสินตามกฎหมายคือ บรรดาพระสังฆราชสังฆมณฑลบุคคลที่มีตำแหน่งเทียบเท่าตามกฎหมาย และบรรดาพระ-สังฆราชรองด้วย

วรรค 2 บรรดาพระสังฆราชผู้ช่วย และพระสังฆราชกิรติศักดิ์อื่นๆซึ่งเป็นสมาชิกของสภาพระสังฆราชมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงตัดสินหรือให้คำปรึกษาตามข้อกำหนดของธรรมนูญแห่งสภาอย่างไรก็ตามถ้าเกี่ยวกับการร่างหรือการเปลี่ยนแปลงธรรมนูญให้เป็นบุคคลที่กล่าวไว้ในวรรค 1 เท่านั้น มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงตัดสิน

มาตรา 455 วรรค 1 สภาพระสังฆราชสามารถออกกฤษฎีกาทั่วไปได้เฉพาะในเรื่องที่กฎหมายสากลได้กำหนดไว้เท่านั้นหรือเมื่อสันตะสำนักมีคำสั่งพิเศษ ไม่ว่าจะมาจากอัตตาณัติ (motu proprio) หรือจากคำร้องขอของสภาฯ

วรรค 2 กฤษฎีกาทั่วไปที่กล่าวถึงในวรรค 1 สามารถออกได้อย่างถูกต้องเมื่อมีคะแนนเสียงสองในสามของสมาชิกสภาฯ ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงตัดสินของที่ประชุมใหญ่ให้การรับรองกฤษฎีกาดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้ เว้นไว้แต่ว่าได้รับการประกาศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากสันตะสำนักได้ตรวจสอบแล้ว

วรรค 3 สภาพระสังฆราชเองต้องกำหนดรูปแบบและเวลาการประกาศใช้ เพื่อให้กฤษฎีกามีผลบังคับ

วรรค 4 ในกรณีที่ไม่มีทั้งกฎหมายสากลและคำสั่งพิเศษจากสันตะ-สำนักให้อำนาจสภาพระสังฆราชที่กล่าวถึงในวรรค 1 อำนาจของพระสังฆราชสังฆมณฑลแต่ละองค์ยังคงเดิมอยู่สภาหรือประธานสภาไม่สามารถกระทำการใดๆ อย่างถูกต้องในนามของพระสังฆราชทั้งหมด เว้นไว้แต่ว่าพระสังฆราชทั้งหมด และแต่ละองค์ได้ให้ความยินยอม

มาตรา 456 เมื่อการประชุมใหญ่สภาพระสังฆราชสิ้นสุดลงประธานสภาต้องส่งรายงานการประชุมและกฤษฎีกาไปยังสันตะสำนักเพื่อสันตะสำนักจะได้รับรู้และสามารถตรวจสอบกฤษฎีกา ถ้าหากมี

มาตรา 457 คณะกรรมการบริหารวารของบรรดาพระสังฆราชต้องเตรียมวาระการประชุมสำหรับการประชุมใหญ่ของสภาฯ และต้องติดตามมติของที่ประชุมใหญ่ว่าได้รับการปฏิบัติตามที่ควรต้องเป็นคณะกรรมการบริหารยังต้องติดตามเรื่องอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายตามกฎเกณฑ์ของกฎระเบียบด้วย

มาตรา 458 หน้าที่ของเลขาธิการสภาคือ

   1. เตรียมรายงานการประชุมและกฤษฎีกาของการประชุมใหญ่ของสภาและเรื่องต่างๆ ของคณะกรรมการบริหารถาวรของบรรดาพระสังฆราชและส่งรายงานไปยังสมาชิกทั้งหมดของสภา ยังต้องบันทึกเรื่องอื่นๆที่ได้รับมอบหมายจากประธานสภาหรือจากคณะกรรมการบริหารถาวร

   2. ส่งรายงานการประชุม และเอกสารไปยังสภาพระสังฆราชที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งที่ประชุมใหญ่หรือคณะกรรมการบริหารมีมติให้ส่ง

มาตรา 459 วรรค 1 ต้องส่งเสริมความสัมพันธ์ต่อกันระหว่างสภาพระสังฆราชในเขตต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพระสังฆราชที่อยู่ใกล้กันเพื่อสนับสนุนและปกป้องให้เกิดความดียิ่งขึ้น

วรรค 2 เมื่อไรก็ตาม ที่การประชุมสภาได้นำเรื่องหรือโครงการที่มีลักษณะเป็นนานาชาติเข้าที่ประชุม จำเป็นต้องมีการปรึกษาสันตะสำนัก

book

"สภาพระสังฆราช" (มาตรา 447-459)

"สมัชชาสังฆมณฑล" (มาตรา 460-468) >>