ลักษณะ 3 การจัดระเบียบภายในของพระศาสนจักรเฉพาะถิ่น
หมวด 1 สมัชชาสังฆมณฑล
มาตรา 460 สมัชชาสังฆมณฑลคือกลุ่มพระสงฆ์และคริสตชนที่ได้รับเลือกจากพระศาสนจักรเฉพาะถิ่นเพื่อช่วยเหลือพระสังฆราชสังฆมณฑล ยังประโยชน์ของปวงชนทั่วเขตสังฆมณฑลตามกฎเกณฑ์ของมาตราต่อไปนี้
มาตรา 461 วรรค 1 ให้จัดประชุมสมัชชาสังฆมณฑลขึ้นในเขตพระศาสนจักรเฉพาะถิ่นแต่ละแห่ง เมื่อพระสังฆราชสังฆมณฑลวินิจฉัยว่าสถานการณ์เรียกร้อง หลังจากได้ปรึกษากับสภาสงฆ์แล้ว
วรรค 2 หากพระสังฆราชองค์หนึ่งต้องดูแลหลายสังฆมณฑลหรือหากมีสังฆมณฑลของตนเฉพาะและยังเป็นผู้รักษาการสังฆมณฑลอื่นอีกท่านก็สามารถเรียกประชุมสมัชชาเดียวสำหรับทุกสังฆมณฑลที่ท่านดูแล
มาตรา 462 วรรค 1 พระสังฆราชสังฆมณฑลเท่านั้นเป็นผู้เรียกประชุมสมัชชาสังฆมณฑลอย่างไรก็ตามพระสังฆราชนั้นต้องไม่เป็นพระสังฆราชรักษาการสังฆ-มณฑล
วรรค 2 พระสังฆราชสังฆมณฑลเป็นประธานสมัชชาสังฆมณฑลอย่างไรก็ตามท่านสามารถมอบให้อุปสังฆราชหรือผู้ช่วยพระสังฆราชทำหน้าที่เป็นประธานของแต่ละวาระในการประชุมสมัชชาได้
มาตรา 463 วรรค 1 บุคคลต่อไปนี้ต้องได้รับเรียกให้เข้าประชุมสมัชชาสังฆมณฑล ในฐานะเป็นสมาชิกของสมัชชาและมีหน้าที่ต้องเข้าร่วมประชุมด้วย
1. พระสังฆราชรอง และพระ-สังฆราชผู้ช่วย
2. อุปสังฆราช, ผู้ช่วยพระ-สังฆราชและผู้ช่วยฝ่ายอรรถคดี
3. คณะสงฆ์ประจำอาสนวิหาร
4. สมาชิกสภาสงฆ์
5. คริสตชนฆราวาส และสมาชิกสถาบันชีวิตที่ถวายแล้วคัดเลือกโดยสภาอภิบาลตามวิธีการและจำนวนที่พระสังฆราชสังฆมณฑลกำหนดหรือหากไม่มีสภานี้ ก็ให้เป็นไปตามที่พระ-สังฆราชสังฆมณฑลกำหนด
6. อธิการสามเณราลัยใหญ่ของสังฆมณฑล
7. พระสงฆ์หัวหน้าเขต
8. พระสงฆ์อย่างน้อยหนึ่งองค์ ที่คัดเลือกจากเขตปกครองแต่ละแห่งโดยผู้มีหน้าที่ดูแลวิญญาณทั้งหมดที่นั่นและยังต้องเลือกพระสงฆ์อีกองค์หนึ่ง เพื่อทำหน้าที่แทนหากคนแรกมีอุปสรรคไม่สามารถทำหน้าที่ได้
9. อธิการบางองค์ของสถาบันนักพรตและคณะชีวิตแพร่ธรรม ซึ่งมีบ้านอยู่ในสังฆมณฑล คัดเลือกตามวิธีการและจำนวนที่พระสังฆราชสังฆมณฑลกำหนด
วรรค 2 พระสังฆราชสังฆมณฑลยังสามารถเรียกผู้อื่นเข้าร่วมประชุมสมัชชาสังฆมณฑลได้อีก ซึ่งอาจจะเป็นสมณะ, สมาชิกสถาบันชีวิตที่ถวายแล้วหรือคริสตชนฆราวาสก็ได้
วรรค 3 หากพระสังฆราชสังฆมณฑล พิจารณาเห็นว่าเหมาะสมสามารถเชิญศาสนาจารย์หรือสมาชิกบางท่านจากพระศาสนจักรหรือศาสนชุมชนอื่นซึ่งมิได้มีความสัมพันธ์เต็มรูปแบบกับพระศาสนจักรคาทอลิกเป็นผู้สังเกตการณ์ได้
มาตรา 464 สมาชิกสมัชชาที่ไม่มีอุปสรรคอันชอบด้วยกฎหมายไม่สามารถส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมแทนตนได้แต่สมาชิกผู้นั้นต้องแจ้งพระสังฆราชสังฆมณฑลให้ทราบถึงอุปสรรคนี้
มาตรา 465 บรรดาสมาชิกสามารถอภิปรายปัญหาที่เสนอทั้งหมดได้อย่างอิสระ ในการประชุมช่วงต่างๆ ของสมัชชา
มาตรา 466 พระสังฆราชสังฆมณฑลเป็นผู้ตรากฎหมายเพียงผู้เดียวในสมัชชาสังฆมณฑลส่วนสมาชิกอื่นของสมัชชามีเพียงคะแนนเสียงให้คำปรึกษาเท่านั้นท่านเพียงผู้เดียวเป็นผู้ลงนามในแถลงการณ์ และกฤษฎีกาของสมัชชาซึ่งท่านนั้นมีอำนาจประกาศใช้
มาตรา 467 พระสังฆราชสังฆมณฑล ต้องส่งแถลงการณ์ และกฤษฎีกาต้นฉบับต่างๆ ของสมัชชาไปยัง สังฆมณฑลนคร และสภาพระสังฆราช
มาตรา 468 วรรค 1 พระสังฆราชสังฆมณฑลมีอำนาจระงับหรือยุบสมัชชาสังฆมณฑลตามการวินิจฉัยอันรอบคอบของท่านเอง
วรรค 2 หากตำแหน่งพระสังฆราชว่างลง หรือมีอุปสรรคขัดขวางสมัชชาสังฆมณฑลก็หยุดชะงักโดยตัวบทกฎหมายเองจนกระทั่งพระสังฆราชสังฆมณฑลที่สืบต่อจะออกกฤษฎีกาเพื่อดำเนินการต่อหรือปิดสมัชชา
