Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 2 ประชากรของพระเจ้า

ส่วน 2 นวกภาพ และการฝึกอบรมนวกะ

มาตรา 646 นวกภาพ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นชีวิตในสถาบันมีเพื่อจุดประสงค์นี้คือนวกะจะได้เรียนรู้ถึงกระแสเรียกที่ตนได้รับจากพระเป็นเจ้าดียิ่งขึ้น และยิ่งกว่านั้น เรียนรู้กระแสเรียกเฉพาะของสถาบันเพื่อจะได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตในสถาบันเพื่อจะได้รับการอบรมให้มีจิตตารมณ์ของสถาบัน ทั้งในความคิดและในจิตใจและเพื่อจะได้ทดสอบความตั้งใจ และความเหมาะสมของตน

มาตรา 647 วรรค 1 การก่อตั้ง การย้าย และการยุบนวกสถานต้องกระทำโดยมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรจากอธิการสูงสุดของสถาบันพร้อมด้วยความเห็นชอบของคณะที่ปรึกษา

วรรค 2 เพื่อให้การฝึกอบรม นวกภาพมีผลตามกฎหมายจะต้องทำในบ้านที่กำหนดเพื่อการนี้โดยเฉพาะในกรณีพิเศษและถือเป็นกรณียกเว้น โดยการอนุญาตของอธิการสูงสุดพร้อมด้วยความเห็นชอบของคณะที่ปรึกษาผู้สมัครสามารถฝึกอบรมนวกภาพในบ้านแห่งอื่นของสถาบันภายใต้การนำของนักพรตที่ได้รับการรับรอง ซึ่งทำหน้าที่เป็นนวกาจารย์

วรรค 3 อธิการชั้นผู้ใหญ่สามารถอนุญาตให้นวกะกลุ่มหนึ่งใช้ชีวิตในช่วงเวลาหนึ่งที่กำหนดในบ้านแห่งอื่นของสถาบันที่อธิการคนเดียวกันนั้นเป็นผู้กำหนด

มาตรา 648 วรรค 1 เพื่อให้นวกภาพมีผลตามกฎหมายการฝึกอบรมในหมู่คณะของนวกสถานเองรวมแล้วต้องรวมได้ 12 เดือนโดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดแห่งมาตรา 647 วรรค

วรรค 2 เพื่อให้การฝึกอบรมนวกะเป็นไปอย่างสมบูรณ์นอกเหนือจากช่วงเวลาที่กำหนดไว้ในวรรค 1 แล้วธรรมนูญสามารถกำหนดช่วงเวลาหนึ่งหรือหลายช่วงในการฝึกปฏิบัติงานแพร่ธรรมนอกหมู่คณะนวกะได้

วรรค 3 ช่วงเวลาของการฝึกอบรมนวกภาพต้องไม่เกิน 2 ปี

มาตรา 649 วรรค 1 โดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดแห่งมาตรา 647 วรรค 3 และ 648 วรรค 2 การอยู่นอกนวกสถานเป็นเวลาเกิน 3 เดือน ไม่ว่าอย่างต่อเนื่อง หรือเป็นช่วงๆก็ทำให้นวกภาพนั้นเป็นโมฆะ การอยู่นอกนวกสถานเกินกว่า 15 วันต้องมีการชดเชย

วรรค 2 โดยการอนุญาตของอธิการชั้นผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจ การปฏิญาณตนครั้งแรกสามารถทำก่อนเวลากำหนดได้ แต่จะต้องไม่เกิน 15 วัน

มาตรา 650 วรรค 1 เป้าหมายของนวกภาพเรียกร้องให้นวกะได้รับการฝึกอบรมภายใต้การนำของนวกาจารย์ตามแผนการฝึกอบรมที่กำหนดไว้โดยกฎหมายเฉพาะของสถาบัน

วรรค 2 การปกครองนวกะสงวนไว้สำหรับนวกาจารย์แต่ผู้เดียว ภายใต้อำนาจของอธิการชั้นผู้ใหญ่

มาตรา 651 วรรค 1 นวกาจารย์ต้องเป็นสมาชิกของสถาบัน เป็นบุคคลที่ได้ปฏิญาณตลอดชีพแล้ว และได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

วรรค 2 หากจำเป็น นวกาจารย์อาจมีผู้ช่วยได้ ซึ่งต้องขึ้นต่อนวกาจารย์ ในส่วนที่เกี่ยวกับการปกครองนวกสถานและแผนการฝึกอบรม

วรรค 3 ผู้ที่จะทำหน้าที่อบรมนวกะควรเป็นสมาชิกที่ได้เตรียมตัวมาอย่างดีและสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างมีประสิทธิผลและอย่างมั่นคงสม่ำเสมอโดยไม่มีงานอื่นมาเป็นอุปสรรค

มาตรา 652 วรรค 1 เป็นหน้าที่ของนวกจารย์ และบรรดาผู้ช่วยที่จะแยกแยะและทดสอบกระแสเรียกของนวกะ และฝึกอบรมเขาเป็นขั้นตอนให้ดำเนินชีวิตสู่ความครบครันอย่างถูกต้อง ตามแนวทางเฉพาะของสถาบัน

วรรค 2 ให้นวกะได้รับการสอนให้ปลูกฝังคุณธรรมมนุษย์และคุณธรรมคริสตชนให้พวกเขารับการแนะนำสู่วิถีชีวิตที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นโดยการภาวนาและการปฏิเสธตนเองให้พวกเขารับการสอนให้เพ่งภาวนารหัสธรรมแห่งการไถ่กู้และให้รู้จักอ่าน และรำพึงพระคัมภีร์ให้พวกเขาได้รับการเตรียมตัวฝึกฝนการนมัสการพระเป็นเจ้าในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ให้พวกเขาได้รับการฝึกอบรมในวิถีชีวิตที่ถวายแล้วแด่พระเป็นเจ้าและมนุษยชาติใน พระคริสตเจ้า โดยถือตามคำแนะนำแห่งพระวรสารให้พวกเขาได้รับการอบรมเกี่ยวกับลักษณะและจิตตารมณ์จุดประสงค์และระเบียบวินัย ประวัติ และชีวิตของสถาบันและให้พวกเขาซึมซาบในความรักต่อพระศาสนจักรและต่อบรรดานายชุมพาบาลศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักร

วรรค 3 โดยจิตสำนึกในความรับผิดชอบของตนนวกะต้องให้ความร่วมมืออย่างแข็งขันกับนวกาจารย์ของตนเพื่อว่าตนจะได้ตอบสนองพระคุณแห่งกระแสเรียกของพระเป็นเจ้าได้อย่างสัตย์ซื่อ

วรรค 4 บรรดาสมาชิกของสถาบันต้องเอาใจใส่ให้ความร่วมมือในส่วนของตน ในการฝึกอบรมนวกะ ด้วยตัวอย่างชีวิตและการภาวนา

วรรค 5 ช่วงเวลาของนวกภาพ ดังที่ระบุไว้ในมาตรา 648 วรรค 1 ต้องอุทิศให้แก่การอบรมโดยเฉพาะและดังนั้นนวกะต้องไม่หมกมุ่นอยู่กับการศึกษาหรือกับหน้าที่ซึ่งไม่เอื้อประโยชน์โดยตรงต่อการฝึกอบรมนี้

มาตรา 653 วรรค 1 นวกะสามารถลาออกจากสถาบันอย่างอิสระ ยิ่งกว่านั้นผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจของสถาบันสามารถให้นวกะออกได้

วรรค 2 เมื่อนวกภาพสิ้นสุดลงหากนวกะได้รับการพิจารณาตัดสินว่าเป็นผู้เหมาะสมก็ให้รับเขาปฏิญาณตนชั่วคราว มิฉะนั้นต้องให้นวกะออกจากสถาบันถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเหมาะสมอธิการชั้นผู้ใหญ่สามารถยืดช่วงเวลาของการทดลอง ตามกฎเกณฑ์แห่งกฎหมายเฉพาะแต่ต้องไม่เกิน เดือน

book

"นวกภาพ และการฝึกอบรมนวกะ" (มาตรา 646-653)

"การปฏิญาณตนของนักพรต" (มาตรา 654-658) >>