ส่วน 3 การขับสมาชิกออกจากสถาบัน
มาตรา 694 วรรค 1 สมาชิกผู้ซึ่งต้องถูกขับออกจากสถาบันโดยพฤติกรรม ได้แก่
1. บุคคลที่ได้ละทิ้งความเชื่อคาทอลิกอย่างโจ่งแจ้งเลื่องลือ
2. บุคคลที่ได้ทำพิธีสมรส หรือได้พยายามทำการสมรสแม้เพียงตามกฎหมายบ้านเมืองเท่านั้นก็ตาม
วรรค 2 ในกรณีเหล่านี้อธิการชั้นผู้ใหญ่ร่วมกับคณะที่ปรึกษาหลังจากได้รวบรวมหลักฐานพิสูจน์แล้วต้องออกประกาศถึงพฤติกรรมนั้นโดยมิชักช้าเพื่อทำให้การขับออกเป็นไปตามกฎหมาย
มาตรา 695 วรรค 1 สมาชิกต้องถูกขับออกเพราะความผิดตามมาตรา 1397, 1398 และ1395 เว้นแต่ว่า เป็นความผิดที่ระบุในมาตรา 1395 วรรค 2 อธิการพิจารณาตัดสินว่า การขับออกยังไม่เป็นสิ่งจำเป็นทีเดียวและอาจจะใช้วิธีอื่นที่เหมาะสมเพียงพอเพื่อสมาชิกผู้นั้นจะได้ปรับปรุงแก้ไข มีการชดเชยตามความยุติธรรมและมีการแก้ไขในเรื่องที่ทำให้เป็นที่สะดุด
วรรค 2 ในกรณีเหล่านี้ อธิการชั้นผู้ใหญ่หลังจากได้รวบรวมหลักฐานพิสูจน์เกี่ยวกับข้อเท็จจริง และข้อกล่าวหาต้องแจ้งการกล่าวโทษและหลักฐานพิสูจน์ให้สมาชิกที่กำลังจะถูกขับออกโดยให้สมาชิกผู้นั้นมีโอกาสป้องกันตัวเองเอกสารทั้งหมดซึ่งลงลายมือชื่อของอธิการชั้นผู้ใหญ่และของนิติกรพร้อมด้วยคำตอบที่เขียนและลงลายมือชื่อของสมาชิกผู้นั้นต้องส่งไปยังอธิการสูงสุด
มาตรา 696 วรรค 1 สมาชิกอาจถูกขับออกเพราะสาเหตุอื่นๆ ด้วยเพียงแต่ว่าสาเหตุนั้นเป็นเรื่องหนัก ภายนอก เอาผิดได้และได้พิสูจน์แล้วทางกฎหมาย เช่น การละเลยหน้าที่ชีวิตที่ถวายแล้วเป็นนิจการละเมิดต่อพันธะอันศักดิ์สิทธิ์ซ้ำซากการไม่นบนอบอย่างดื้อดึงต่อคำสั่งอันชอบของอธิการในเรื่องหนักการเป็นที่สะดุดร้ายแรงที่เกิดขึ้นจากการประพฤติผิดของสมาชิกยึดถือหรือเผยแพร่คำสอนที่ได้ถูกประฌามโดยอำนาจสอนของพระศาสนจักรอย่างดื้อดึง การยึดติดกับอุดมการณ์ที่มีเชื้อวัตถุนิยมหรืออเทวนิยมอย่างเปิดเผยการออกจากบ้านโดยมิชอบด้วยกฎหมายดังที่ระบุไว้ในมาตรา 665 วรรค 2 เป็นเวลา 6เดือน สาเหตุอื่นๆ ที่มีความผิดหนักคล้ายๆ กันซึ่งอาจมีกำหนดไว้ในกฎหมายเฉพาะของสถาบัน
วรรค 2 แม้สาเหตุที่หนักน้อยกว่าที่มีกำหนดไว้ในกฎหมายเฉพาะ ก็เพียงพอที่จะขับสมาชิกซึ่งปฏิญาณตน ชั่วคราวออกจากสถาบันได้
มาตรา 697 ในกรณีที่ระบุไว้ในมาตรา 696 หากอธิการชั้นผู้ใหญ่เมื่อได้ฟังความเห็นของคณะที่ปรึกษาแล้วเห็นว่าต้องเริ่มขบวนการขับออก
1. อธิการชั้นผู้ใหญ่ต้องรวบรวม หรือทำให้หลักฐานพิสูจน์ครบถ้วน
2. อธิการชั้นผู้ใหญ่ต้องเตือนสมาชิกผู้นั้นเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเตือนต่อหน้าพยานสองคน พร้อมกับสำทับอย่างชัดแจ้งถึงการขับออกที่จะตามมา เว้นแต่ว่าสมาชิกผู้นั้นจะปรับปรุงตัวเองสาเหตุของการขับออกต้องระบุอย่างชัดแจ้งและต้องให้สมาชิกมีโอกาสเต็มที่ที่จะป้องกันตัวเอง แต่ถ้าการเตือนไร้ผลอธิการต้องเตือนอีกเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเวลาได้ล่วงไปแล้วอย่างน้อย 15 วัน
3. ถ้าการเตือนครั้งหลังนี้ ยังไร้ผลอีกและอธิการชั้นผู้ใหญ่พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาเห็นว่ามีข้อพิสูจน์เพียงพอถึงการแก้ไขไม่ได้ และการแก้ตัวของสมาชิกไม่มีเหตุผลพอและเมื่อเวลาล่วงไปแล้ว 15 วัน หลังจากการเตือนครั้งสุดท้ายโดยไร้ผลอธิการชั้นผู้ใหญ่ต้องส่งเอกสารทั้งหมดพร้อมลายมือชื่อของอธิการชั้นผู้ใหญ่และของนิติกรณ์ไปยังอธิการสูงสุดพร้อมกับคำตอบของสมาชิกซึ่งมีลายมือชื่อของเขา
มาตรา 698 ในกรณีทั้งหมดที่ระบุไว้ในมาตรา 695 และ 696 สมาชิกยังคงไว้เสมอซึ่งสิทธิที่จะติดต่อ และส่งคำแก้ข้อกล่าวหาไปยังอธิการสูงสุดโดยตรง
มาตรา 699 วรรค 1 อธิการสูงสุดพร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาซึ่งต้องประกอบด้วยสมาชิกอย่างน้อย 4 คน เพื่อให้มีผลบังคับตามกฎหมายต้องดำเนินการเป็นคณะในอันที่จะพิจารณาหลักฐานพิสูจน์ข้อโต้แย้งและคำแก้ข้อกล่าวหาอย่างถี่ถ้วน และหากผลการตัดสินโดยการลงคะแนนลับว่าให้ขับออกอธิการสูงสุดต้องออกคำสั่งการขับออกพร้อมกับแสดงเหตุผลอย่างชัดแจ้งทั้งในด้านนิตินัยและพฤตินัย อย่างน้อยโดยสรุปเพื่อให้มีผลตามกฎหมาย
วรรค 2 ในอารามซึ่งปกครองตนเองดังที่ระบุไว้ในมาตรา 615การตัดสินให้ขับออกเป็นสิทธิ์ของพระสังฆราชสังฆมณฑลผู้ซึ่งอธิการต้องมอบเอกสารที่คณะที่ปรึกษาได้ตรวจสอบแล้วให้
มาตรา 700 คำสั่งขับออกไม่มีผลบังคับ หากไม่ได้รับการรับรองจากสันตะสำนักผู้ซึ่งคำสั่งและเอกสารทั้งหมดต้องถูกส่งไปให้หากเป็นเรื่องของสถาบันสิทธิสังฆมณฑลการรับรองเป็นหน้าที่ของพระ-สังฆราชของสังฆมณฑล ณ ที่ซึ่งบ้านทำงานของนักพรตผู้นั้นตั้งอยู่คำสั่งนั้นเพื่อให้มีผลตามกฎหมาย ต้องแสดงให้เห็นว่านักพรตผู้ถูกขับออกมีสิทธิ์ที่จะร้องเรียนต่อผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจในเรื่องนี้ได้ภายใน 10 วัน นับจากได้รับหนังสือแจ้งให้ทราบการร้องเรียนนี้มีผลยับยั้งการลงโทษ
มาตรา 701 เมื่อมีการขับออกโดยชอบด้วยกฎหมาย คำปฏิญาณสิทธิและหน้าที่อันเนื่องมาจากการปฏิญาณ สิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติอย่างไรก็ตาม หากสมาชิกผู้นั้นเป็นสมณะเขาจะปฏิบัติหน้าที่สงฆ์ไม่ได้จนกว่าเขาจะพบพระสังฆราชผู้ซึ่งรับเขาหลังจากได้ทดสอบในระยะเวลาอันเหมาะสมในสังฆมณฑล ตามมาตรา 693 หรืออย่างน้อยก็อนุญาตเขาให้ปฏิบัติหน้าที่สงฆ์ได้
มาตรา 702 วรรค 1 ผู้ที่ได้ออกจากสถาบันนักพรตหรือถูกขับออกโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่สามารถเรียกร้องสิ่งใด จากสถาบันสำหรับงานที่ทำในสถาบันนั้น
วรรค 2 อย่างไรก็ตาม สถาบันต้องรักษาหลักความเที่ยงธรรมและความเมตตาตามแบบพระวรสาร ต่อสมาชิกซึ่งออกไปจากสถาบัน
มาตรา 703 ในกรณีที่เป็นเรื่องสะดุดอย่างร้ายแรงภายนอกหรือเป็นเรื่องความเสียหาย อย่างรุนแรงที่คุกคามสถาบันสมาชิกสามารถถูกขับออกทันทีจากบ้านนักพรตโดยอธิการชั้นผู้ใหญ่หรือถ้ารอช้าจะเกิดอันตรายอธิการท้องถิ่นพร้อมด้วยความยินยอมของคณะที่ปรึกษาก็ขับออกได้หากเป็นการจำเป็นอธิการชั้นผู้ใหญ่ควรจัดการให้มีกระบวนการการขับออกตามกฎเกณฑ์แห่งกฎหมายหรือส่งเรื่องไปยังสันตะสำนัก
มาตรา 704 รายงานที่ต้องส่งไปยังสันตะสำนักที่กล่าวถึงในมาตรา 592 วรรค 1 ต้องกล่าวถึงสมาชิกที่ออกไปจากสถาบัน ไม่ว่าโดยวิธีใดก็ตาม
