ตอน 2 คณะชีวิตแพร่ธรรม
มาตรา 731 วรรค 1 คณะชีวิตแพร่ธรรมเป็นคณะที่เทียบเท่ากับสถาบันชีวิตที่ถวายแล้วซึ่งสมาชิกของคณะมุ่งงานแพร่ธรรมโดยเฉพาะของคณะโดยไม่มีการปฏิญาณแบบนักพรตและเจริญชีวิตร่วมแบบฉันพี่น้อง ตามรูปแบบชีวิตเฉพาะมุ่งสู่ความสมบูรณ์แห่งความรัก โดยการปฏิบัติตามธรรมนูญของคณะ
วรรค 2 ในบรรดาคณะดังกล่าว ยังมีคณะซึ่งสมาชิกยึดถือคำแนะนำแห่งพระวรสาร โดยมีพันธะบางประการที่กำหนดไว้ในธรรมนูญ
มาตา 732 สิ่งใดๆ ที่กำหนดไว้ในมาตรา 578-597 และ 606 นั้นใช้ได้กับคณะชีวิตแพร่ธรรม โดยคงไว้ซึ่งลักษณะเฉพาะของแต่ละคณะ นอกนั้นมาตรา 598–602 ใช้ได้กับคณะที่กล่าวถึงในมาตรา 731 วรรค 2 ด้วย
มาตรา 733 วรรค 1 ผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจของคณะ เป็นผู้ตั้งบ้านและหมู่คณะท้องถิ่นโดยได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากพระสังฆราชสังฆมณฑลเสียก่อนในการยุบบ้านดังกล่าวก็จำเป็นต้องปรึกษาพระสังฆราชก่อนเช่นกัน
วรรค 2 ความเห็นชอบให้ตั้งบ้าน ย่อมรวมถึงสิทธิที่จะมีสถานภาวนาเป็นอย่างน้อย ซึ่งจะเป็นที่ถวายบูชามิสซาและเก็บศีลมหาสนิท
มาตรา 734 การปกครองคณะต้องกำหนดไว้ในธรรมนูญ ตามลักษณะเฉพาะของแต่ละคณะ โดยคงไว้ซึ่งมาตรา 617–633
มาตรา 735 วรรค 1 การรับเข้า การทดลอง การเข้าสังกัด และการอบรมสมาชิก ต้องกำหนดไว้ในกฎหมายเฉพาะของแต่ละคณะ
วรรค 2 ในส่วนที่เกี่ยวกับการรับเข้าในคณะ ให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในมาตรา 642–645
วรรค 3 ต้องกำหนดวิธีการทดลอง และการอบรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านคำสอนด้านวิชาการด้านชีวิตจิตและด้านการแพร่ธรรมที่เหมาะสมกับเป้าหมายและลักษณะเฉพาะของคณะอย่างที่ว่าสมาชิกผู้ซึ่งตระหนักถึงกระแสเรียกของพระเป็นเจ้าจะได้รับการเตรียมตัวอย่างเหมาะสมเพื่อพันธกิจและชีวิตของคณะ
มาตรา 736 วรรค 1 ในคณะที่เป็นสมณะ บรรดาสมณะเข้าสังกัดในคณะนั้นเอง เว้นไว้แต่ว่าธรรมนูญจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
วรรค 2 ในเรื่องอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวกับแผนการศึกษาและการรับศีลบรรพชาให้ถือตามกฎเกณฑ์ซึ่งกำหนดไว้สำหรับสมณะสังฆมณฑลอย่างไรก็ดี ยังคงไว้ซึ่งวรรค 1
มาตรา 737 การเข้าสังกัด หมายรวมถึงหน้าที่และสิทธิสำหรับสมาชิกดังที่กำหนดไว้ในธรรมนูญ และรวมถึงความเอาใจใส่ในส่วนของคณะที่จะนำสมาชิกไปยังเป้าหมายของกระแสเรียกเฉพาะของตนตามธรรมนูญ
มาตรา 738 วรรค 1 สมาชิกทุกคนขึ้นต่ออธิการเฉพาะของตน ตามกฎเกณฑ์ของธรรมนูญ ในเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตภายในและระเบียบวินัยของคณะ
วรรค 2 พวกเขายังขึ้นต่อพระสังฆราชสังฆมณฑลในเรื่องเกี่ยวกับคารวกิจสาธารณะ การอภิบาลวิญญาณและงานแพร่ธรรมอื่นๆ ด้วยโดยคงไว้ซึ่งมาตรา 679–683
วรรค 3 ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกที่เข้าสังกัดในสังฆมณฑลกับพระสังฆราชของตน มีกำหนดไว้ในธรรมนูญ หรือในข้อตกลงเฉพาะ
มาตรา 739 นอกเหนือจากหน้าที่ ซึ่งสมาชิกมีในฐานะสมาชิกตามธรรมนูญสมาชิกยังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติทั่วไปของสมณะเว้นไว้แต่ว่าจะปรากฏชัดเป็นอย่างอื่นจากลักษณะเฉพาะของเรื่อง หรือจากบริบท
มาตรา 740 สมาชิกต้องดำเนินชีวิตในบ้านหรือในหมู่คณะที่ตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายและต้องดำเนินชีวิตรวมตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายเฉพาะซึ่งควบคุมการไม่อยู่บ้านหรือไม่อยู่ในหมู่คณะด้วย
มาตรา 741 วรรค 1 คณะทั้งหลาย รวมทั้งส่วนต่างๆ และบ้านของคณะ เป็นนิติบุคคลเว้นไว้แต่ว่า ธรรมนูญกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น และในฐานะเป็นนิติบุคคลก็สามารถได้มา ครอบครอง จัดการ และจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินฝ่ายโลกตามกฎเกณฑ์แห่งข้อกำหนดของบรรพ 5 อันว่าด้วยเรื่องทรัพย์สินฝ่ายโลกของพระศาสนจักร มาตรา 636, 638 และ 639 และกฎเกณฑ์ของกฎหมายเฉพาะ
วรรค 2 ตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายเฉพาะ สมาชิกก็สามารถ ได้มา ครอบครองบริหารและจัดการทรัพย์สินฝ่ายโลกเหล่านี้ได้แต่สิ่งใดก็ตามที่พวกเขาได้มาในนามของคณะ ย่อมเป็นของคณะ
มาตรา 742 การออก และการให้ออกจากคณะ ของสมาชิกที่ยังไม่ได้เข้าสังกัดเป็นสมาชิกอย่างเด็ดขาด ให้อยู่ภายใต้ธรรมนูญของแต่ละคณะ
มาตรา 743 อธิการสูงสุดพร้อมด้วยความเห็นชอบของคณะที่ปรึกษาสามารถให้เอกสิทธิพิเศษออกจากคณะแก่สมาชิกที่เข้าสังกัดเด็ดขาดแล้วเว้นไว้แต่ว่า ในธรรมนูญ การให้นั้นสงวนไว้แก่สันตะ-สำนักสิทธิและหน้าที่อันเนื่องมาจากการเข้าสังกัดก็สิ้นสุดลงด้วยโดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดแห่งมาตรา 693
มาตรา 744 วรรค 1 เช่นเดียวกันเป็นสิทธิสงวนไว้แก่อธิการสูงสุดพร้อมกับความเห็นชอบของคณะที่ปรึกษาที่จะให้อนุญาตแก่สมาชิกที่เข้าสังกัดอย่างเด็ดขาดแล้ว ที่จะย้ายไปยังคณะชีวิตแพร่ธรรมอื่นในระหว่างนั้นให้ระงับสิทธิและหน้าที่ที่เกี่ยวพันกับคณะเดิมไว้ก่อนและสมาชิกผู้นั้นมีสิทธิ์ที่จะกลับ ก่อนเข้าสังกัดอย่างเด็ดขาด ในคณะใหม่
วรรค 2 ในการย้ายเข้าไปสู่สถาบันชีวิตที่ถวายแล้วหรือย้ายจากสถาบันดังกล่าวไปสู่คณะชีวิตแพร่ธรรมจำเป็นต้องขออนุญาตจากสันตะสำนัก และปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับมา
มาตรา 745 อธิการสูงสุดพร้อมกับความเห็นชอบของคณะที่ปรึกษาสามารถให้เอกสิทธิพิเศษแก่สมาชิกที่ได้เข้าสังกัดอย่างเด็ดขาดแล้ว ดำเนินชีวิตอยู่นอกคณะได้ อย่างไรก็ตามต้องไม่เกิน 3 ปี โดยให้ระงับสิทธิและหน้าที่ที่ไม่เหมาะกับสภาพใหม่ไว้อย่างไรก็ตามสมาชิกยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของอธิการนอกนั้นถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสมณะยังต้องได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจของท้องที่ที่เขาต้องอาศัยอยู่โดยอยู่ภายใต้การดูแลและการปกครองของท่านด้วย
มาตรา 746 เพื่อให้สมาชิกที่ได้เข้าสังกัดอย่างเด็ดขาดแล้วออกจากคณะ ให้นำมาตรา 694–704 มาปรับใช้ตามความเหมาะสม
