Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 3 หน้าที่การสอนของพระศาสนจักร

ลักษณะ 4 เครื่องมือสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะหนังสือ

มาตรา 822 วรรค 1 ผู้อภิบาลทั้งหลายของพระศาสนจักรเมื่อใช้สิทธิ์ที่เป็นของพระศาสนจักรในการปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบของตนต้องพยายามใช้ประโยชน์จากเครื่องมือสื่อสารมวลชน

วรรค 2 บรรดาผู้อภิบาลดังกล่าวนี้ต้องเอาใจใส่สอนสัตบุรุษว่าพวกเขามีพันธะโดยหน้าที่ต้องร่วมมือกันให้การใช้เครื่องมือสื่อสารมวลชนมีชีวิตชีวาด้วยจิตตารมณ์มนุษย์และคริสตชน

วรรค 3 คริสตชนทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาผู้มีหน้าที่จัดการหรือมีส่วนใช้เครื่องมือเหล่านั้นแบบใดแบบหนึ่งต้องเอาใจใส่ให้ความช่วยเหลือแก่งานอภิบาลอย่างที่ว่าพระศาสนจักรสามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างมีประสิทธิผล

มาตรา 823 วรรค 1 เพื่อรักษาไว้ซึ่งความครบครันแห่งความจริงของความเชื่อและศีลธรรมผู้อภิบาลของพระศาสนจักรมีหน้าที่และสิทธิระวังอย่าให้เกิดความเสียหายแก่ความเชื่อหรือศีลธรรมของคริสตชนด้วยข้อเขียนหรือการใช้เครื่องมือสื่อสารมวลชน เช่นเดียวกันผู้อภิบาลดังกล่าวมีหน้าที่และสิทธิเรียกร้องให้ข้อเขียนที่คริสตชนพิมพ์เกี่ยวกับความเชื่อและศีลธรรม ได้รับการวินิจฉัยจากตนเองพวกเขายังมีหน้าที่และสิทธิที่จะประณามข้อเขียนซึ่งนำความเสียหายต่อความเชื่อที่ถูกต้องหรือศีลธรรมอันดีงาม

วรรค 2 บรรดาพระสังฆราชในฐานะปัจเจกบุคคลหรือเมื่อประชุมร่วมกันในสภาเฉพาะหรือสภาพระสังฆราชมีหน้าที่และสิทธิดังระบุไว้ในวรรค เกี่ยวกับคริสตชนที่มอบไว้ในความดูแลของท่านส่วนอำนาจสูงสุดของพระศาสนจักรมีหน้าที่และสิทธิเกี่ยวกับประชากรทั้งมวลของพระเจ้า

มาตรา 824 วรรค 1 เว้นแต่จะมีกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นซึ่งผู้แต่งหนังสือต้องขออนุญาตหรือการรับรองให้พิมพ์หนังสือตามมาตราต่างๆของลักษณะนี้คือผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นของผู้แต่งหนังสือนั้นเองหรือผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจของท้องที่ ที่หนังสือนี้ได้รับการพิมพ์

วรรค 2 เว้นไว้แต่ว่าปรากฏชัดเป็นอย่างอื่นข้อกำหนดทั้งหลายแห่งมาตราของลักษณะนี้ ที่เกี่ยวกับหนังสือต้องนำไปใช้กับข้อเขียนใด ๆ ไม่ว่าที่พิมพ์เพื่อจำหน่ายแก่สาธารณะ

มาตรา 825 วรรค 1 หนังสือพระคัมภีร์พิมพ์เผยแพร่ไม่ได้ถ้ายังมิได้รับการรับรองจากสันตะสำนักหรือจากสภาพระสังฆราชก่อนเช่นเดียวกัน คำแปลเป็นภาษาพื้นเมืองจะพิมพ์เผยแพร่ได้ต้องได้รับการรับรองจากอำนาจเดียวกันนั้นก่อนพร้อมทั้งมีคำอธิบายที่จำเป็นและเพียงพอกำกับไว้ด้วย

วรรค 2 โดยมีอนุญาตของสภาพระสังฆราชคริสตชนคาทอลิกสามารถร่วมมือกับพี่น้องคริสตชนที่แยกตัวออกไปในการเตรียมและพิมพ์เผยแพร่คำแปลพระคัมภีร์ ที่มีคำอธิบายที่เหมาะสมกำกับไว้

มาตรา 826 วรรค 1 เกี่ยวกับหนังสือพิธีกรรม ให้ถือตามข้อกำหนดของมาตรา 838

วรรค 2 เพื่อจะพิมพ์หนังสือพิธีกรรม หรือคำแปลเป็นภาษาพื้นเมืองขึ้นใหม่ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนก็ตามผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจของท้องที่ที่หนังสือนั้นจะพิมพ์ขึ้นต้องยืนยันว่าหนังสือนั้นตรงกับต้นฉบับที่ได้รับการรับรอง

วรรค 3 หนังสือภาวนาเพื่อการใช้สาธารณะหรือส่วนบุคคลโดยเฉพาะของคริสตชนห้ามพิมพ์เผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่น

มาตรา 827 วรรค 1 โดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดแห่งมาตรา 775 วรรค หนังสือคำสอนและข้อเขียนอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการ อบรมคำสอนหรือคำแปลคำสอนนั้นต้องได้รับรองจากผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นก่อนที่จะพิมพ์เผยแพร่

วรรค 2 หนังสือที่อธิบายเกี่ยวกับปัญหาพระคัมภีร์ เทวศาสตร์กฎหมายพระศาสนจักร ประวัติศาสตร์พระศาสนจักร หรือข้อบังคับทางศาสนาหรือทางศีลธรรม ไม่สามารถใช้เป็นตำราสอนในโรงเรียนระดับประถม มัธยมหรือระดับสูงกว่านี้ถ้าหนังสือเหล่านี้มิได้จัดพิมพ์ขึ้นโดยการรับรองจากผู้มีอำนาจฝ่ายพระศาสนจักร หรือมิได้รับการรับรองเมื่อพิมพ์แล้ว

วรรค 3 ขอแนะนำให้นำหนังสือที่มีเนื้อหาซึ่งกล่าวถึง ในวรรค เสนอให้ผู้ใหญ่ ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นพิจารณาแม้ว่าหนังสือเหล่านั้นไม่ใช้เป็นตำราในการสอนให้ทำเช่นเดียวกันกับข้อเขียนทั้งหลายที่มีบางสิ่งบางอย่างที่เกี่ยวพันเป็นพิเศษกับศาสนา หรือพฤติกรรมอันดีงามทางศีลธรรม

วรรค 4 หนังสือและข้อเขียนอื่นๆที่อธิบายถึงปัญหาเกี่ยวกับศาสนาหรือศีลธรรมไม่สามารถนำออกแสดงขายหรือแจกจ่ายในวัดหรือโรงสวดเว้นแต่หนังสือหรือข้อเขียนเหล่านั้นจัดพิมพ์ขึ้นโดยได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจฝ่ายพระศาสนจักรหรือเมื่อจัดพิมพ์แล้วได้รับการรับรองจากผู้มีอำนาจเดียวกัน

มาตรา 828 ไม่อนุญาตให้นำหนังสือประมวลคำสั่ง หรือกฎหมายต่างๆซึ่งออกโดยผู้ใหญ่ฝ่ายพระศาสนจักรบางท่าน มาพิมพ์ขึ้นใหม่เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่เดียวกันนั้นก่อนและต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ท่านได้กำหนดไว้

มาตรา 829 การรับรองหรืออนุญาต ให้พิมพ์งานเขียนชิ้นใดชิ้นหนึ่งใช้ได้เฉพาะต้นฉบับเท่านั้นแต่จะนำไปใช้สำหรับการพิมพ์ใหม่หรือการแปลไม่ได้

มาตรา 830 วรรค 1 สภาพระสังฆราชสามารถจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ตรวจหนังสือซึ่งเด่นในด้านความรู้ คำสอนที่ถูกต้องและความรอบคอบซึ่งสามารถช่วยสำนักงานสังฆมณฑลต่างๆ หรือสามารถตั้งคณะผู้ตรวจหนังสือซึ่งจะให้คำปรึกษาแก่ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่น อย่างไรก็ดีผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นแต่ละท่านยังคงไว้ซึ่งสิทธิ์ทั้งครบที่จะมอบหมายให้บุคคลที่ท่านเองรับรองทำการพิจารณตรวจหนังสือ

วรรค 2 ในการทำหน้าที่ผู้ตรวจต้องไม่เห็นแก่หน้าใครแต่ต้องพิจารณาคำสอนของพระศาสนจักรที่เกี่ยวกับความเชื่อและศีลธรรมเท่านั้นตามคำสอนของอำนาจสอนของพระ ศาสนจักร

วรรค 3 คำวินิจฉัยของผู้ตรวจหนังสือต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรถ้าคำวินิจฉัยเห็นชอบ ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจตามดุลพินิจอันรอบคอบของตนต้องให้อนุญาตพิมพ์หนังสือนั้นโดยลงชื่อตนเอง และบอกเวลารวมทั้งสถานที่ที่ให้อนุญาตนั้น แต่อย่างไรก็ตามถ้าผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจไม่อนุญาตท่านต้องแจ้งเหตุผลการปฏิเสธแก่ผู้เขียนหนังสือนั้น

มาตรา 831 วรรค 1 ถ้าไม่มีเหตุอันควรและชอบด้วยเหตุผลคริสตชนต้องไม่เขียนอะไรลงในหนังสือพิมพ์ นิตยสารหรือวารสารซึ่งชอบโจมตีพระศาสนจักรคาทอลิกหรือศีลธรรมอันดีอย่างเปิดเผย ส่วนสมณะและสมาชิกสถาบันนักพรตจะเขียนได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจท้องถิ่นเท่านั้น

วรรค 2 เป็นหน้าที่ของสภาพระสังฆราชที่จะวางกฎเกณฑ์เกี่ยวกับเงื่อนไขที่จำเป็นเพื่ออนุญาตให้สมณะหรือสมาชิกคณะนักพรตมีส่วนในการถกปัญหาทางวิทยุหรือโทรทัศน์ซึ่งเกี่ยวข้องกับคำสอนคาทอลิกหรือศีลธรรม

มาตรา 832 สมาชิกของคณะสถาบะนนักพรต จะพิมพ์ข้อเขียนเกี่ยวกับปัญหาศาสนาหรือศีลธรรม ยังต้องได้รับอนุญาตจากอธิการใหญ่ของตนตามกฎเกณฑ์ของธรรมนูญก่อนด้วย

book

"เครื่องมือสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะหนังสือ" (มาตรา 822-832)

"การปฏิญาณความเชื่อ" (มาตรา 833) >>