Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 4 หน้าที่ทำให้ศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักร

หมวด 4 การยินยอมในการแต่งงาน

มาตรา 1095 บุคคลต่อไปนี้ ไม่สามารถแต่งงานได้

   1. บุคคลที่บกพร่องในการใช้เหตุผลที่เพียงพอ

   2. บุคคลที่บกพร่องอย่างมาก ในการตัดสินแยกแยะเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่อันเป็นแก่นแท้ของการแต่งงานที่ต้องมอบให้และรับซึ่งกันและกัน

   3. บุคคลที่ไม่สามารถรับพันธะอันเป็นแก่นแท้ของการแต่งงาน เพราะสาเหตุอันมาจากธรรมชาติด้านจิต

มาตรา 1096 วรรค 1 เพื่อให้มีความยินยอมในการแต่งงานจำเป็นต้องให้ผู้แต่งงานอย่างน้อยไม่ถึงขนาดไม่รู้ความจริงว่าการแต่งงานเป็นการร่วมหุ้นส่วนถาวรกันระหว่างชายและหญิง เพื่อให้กำเนิดบุตรโดยการมีกิจกรรมทางเพศอย่างหนึ่งร่วมกัน

วรรค 2 เมื่อผ่านวัยหนุ่มสาวแล้ว จะสันนิษฐานว่า ไม่รู้เรื่องนี้ไม่ได้

มาตรา 1097 วรรค 1 ความหลงผิดในตัวบุคคล ทำให้การแต่งงานเป็นโมฆะ

วรรค 2 ความหลงผิดในคุณสมบัติของบุคคลแม้คุณสมบัตินั้นจะเป็นสาเหตุของการแต่งงาน ไม่ทำให้การแต่งงานเป็นโมฆะเว้นแต่ คุณสมบัตินั้นจะเป็นจุดมุ่งหมายเอก และโดยตรง

มาตรา 1098 บุคคลที่ถูกหลอกให้แต่งงานด้วยกลอุบายซึ่งทำเพื่อจะได้รับการยินยอม เกี่ยวกับคุณสมบัติบางประการของอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งคุณสมบัตินั้นโดยธรรมชาติของมันเองสามารถก่อความวุ่นวายอย่างหนักแก่การเป็นหุ้นส่วนในชีวิตสมรสการแต่งงานของเขาเป็นโมฆะ

มาตรา 1099 การหลงผิดเกี่ยวกับความเป็นหนึ่งเดียว หรือการหย่าร้างมิได้หรือศักดิ์ศรีแห่งศีลศักดิ์สิทธิ์ของการแต่งงาน หากไม่เป็นตัวกำหนดเจตนาไม่ทำให้การยินยอมในการแต่งงานเสียสภาพไป

มาตรา 1100 ความรู้หรือความคิดเห็นเกี่ยวกับ ความเป็นโมฆะของการแต่งงาน ไม่จำเป็นต้องลบล้างความยินยอมในการแต่งงาน

มาตรา 1101 วรรค 1 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ความยินยอมในใจสอดคล้องกับวาจา หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบพิธีแต่งงาน

วรรค 2 อย่างไรก็ตาม ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายจงใจปฏิเสธการแต่งงานเองหรือองค์ประกอบที่เป็นแก่นแท้ของการแต่งงานหรือคุณสมบัติที่เป็นแก่นแท้บางอย่าง การแต่งงานของเขาเป็นโมฆะ

มาตรา 1102 วรรค 1 การแต่งงานภายใต้เงื่อนไขที่เกี่ยวกับอนาคต ไม่สามารถทำให้ถูกต้องตามกฎหมายได้

วรรค 2 การแต่งงานภายใต้เงื่อนไขที่เกี่ยวกับอดีต หรือปัจจุบันจะเป็นโมฆะ หรือไม่โมฆะขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่ตั้งเป็นเงื่อนไขนั้นมีอยู่จริงหรือไม่

วรรค 3 อย่างไรก็ดี เงื่อนไขที่กล่าวถึงในวรรค 2 นั้นไม่สามารถนำเอามาตั้งได้โดยชอบด้วยกฎหมายเว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่น

มาตรา 1103 การแต่งงานที่ถูกบีบบังคับด้วยกำลังหรือด้วยความกลัวอย่างหนักจากภายนอกแม้ว่าการบีบบังคับนั้นทำไปโดยไม่ตั้งใจ บุคคลนั้นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแต่งงาน การแต่งงานนั้นเป็นโมฆะ

มาตรา 1104 วรรค 1 เพื่อให้การแต่งงานถูกต้องตามกฎหมาย จำเป็นต้องให้คู่แต่งงานอยู่พร้อมกันโดยตนเอง หรือโดยตัวแทน

วรรค 2 คู่แต่งงานต้องแสดงความยินยอมในการแต่งงานด้วยวาจา อย่างไรก็ตาม ถ้าพูดไม่ได้ ให้แสดงออกด้วยเครื่องหมายเท่าเทียมกัน

มาตรา 1105 วรรค 1 เพื่อให้การแต่งงานโดยตัวแทนถูกต้องตามกฎหมาย

   1. ต้องมีการมอบอำนาจพิเศษให้แต่งงานกับบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

   2. ต้องให้ตัวแทนถูกกำหนดตัวโดยผู้มอบอำนาจเอง และให้ตัวแทนปฏิบัติหน้าที่นี้โดยตนเอง

วรรค 2 เพื่อให้การมอบอำนาจถูกต้องตามกฎหมาย การมอบอำนาจนี้ต้องมีลายเซ็นของผู้มอบอำนาจ พร้อมกับลายเซ็นของพระสงฆ์เจ้าอาวาสหรือของผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นของสถานที่ที่มีการมอบอำนาจนั้นหรือของพระสงฆ์ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่ดังกล่าวคนใดคนหนึ่ง หรือของพยานอย่างน้อยสองคน หรือทำการมอบอำนาจนั้น เป็นหนังสือที่เป็นทางการตามกฎหมายบ้านเมือง

วรรค 3 ถ้าผู้มอบอำนาจเขียนไม่ได้ เรื่องนี้ต้องบันทึกในหนังสือมอบอำนาจและเพิ่มพยานอีกคน ซึ่งต้องเซ็นรับรองข้อความนั้น มิฉะนั้นการมอบอำนาจเป็นโมฆะ

วรรค 4 ถ้าผู้มอบอำนาจเรียกการมอบอำนาจคืน หรือกลายเป็นบุคคลวิกลจริตก่อนที่ตัวแทนจะทำการแต่งงานในนามของผู้มอบอำนาจ การแต่งงานนั้นเป็นโมฆะแม้ว่าตัวแทนหรือคู่แต่งงานอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นนี้

มาตรา 1106 การแต่งงานสามารถทำได้โดยอาศัยล่าม แต่พระสงฆ์เจ้าอาวาสต้องไม่ประกอบพิธีแต่งงานเช่นนั้น เว้นแต่ท่านมีความมั่นใจในความน่าเชื่อถือของล่าม

มาตรา 1107 แม้ว่าการแต่งงานเป็นโมฆะ เพราะข้อขัดขวางหรือเพราะขาดรูปแบบพิธี ให้สันนิษฐานว่า การยินยอมที่ให้ไปแล้ว ยังคงอยู่จนกว่าจะแน่ใจว่าถูกเรียกคืนแล้ว

book

"การยินยอมในการแต่งงาน" (มาตรา 1095-1107)

"รูปแบบของการประกอบพิธีแต่งงาน" (มาตรา 1108-1122) >>