Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 4 หน้าที่ทำให้ศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักร

ลักษณะ 5 การบนบาน และการสาบาน

หมวด 1 การบนบาน

มาตรา 1191 วรรค 1 การบนบาน คือ การสัญญาที่ปลงใจและอิสระต่อพระเจ้าเกี่ยวกับสิ่งที่ดีที่ทำได้ และดีกว่าซึ่งต้องปฏิบัติตามด้วยเหตุผลของคุณธรรมทางศาสนา

วรรค 2 เว้นแต่กฎหมายจะห้ามไว้ ทุกคนที่ใช้เหตุผลได้อย่างเหมาะสม สามารถทำการบนบานได้

วรรค 3 การบนบานที่ทำไปเพราะความกลัวอันหนัก และไม่เป็นธรรม หรือเพราะถูกหลอก ไม่เป็นการบนบานโดยกฎหมายเอง

มาตรา 1192 วรรค 1 การบนบาน เป็นแบบสาธารณะ ถ้าผู้ใหญ่ที่ชอบด้วยกฎหมายรับในนามพระศาสนจักร มิฉะนั้น เป็นแบบส่วนตัว

วรรค 2 การบนบาน เป็นแบบสง่า ถ้าพระศาสนจักรรับรู้เป็นเช่นนั้น มิฉะนั้น เป็นแบบธรรมดา

วรรค 3 การบนบานเป็นส่วนบุคคลถ้าบุคคลที่ทำการบนบานสัญญาการกระทำเป็นวัตถุสิ่งของถ้าเป็นการสัญญาวัตถุสิ่งของเป็นแบบผสมถ้าเป็นการสัญญาที่มีลักษณะส่วนบุคคล และวัตถุสิ่งของรวมกัน

มาตรา 1193 ด้วยเหตุผลของตนเอง การบนบานไม่บังคับ นอกจากผู้ทำการบนบานเท่านั้น

มาตรา 1194 การบนบานสิ้นสุดลงเมื่อเวลาที่กำหนดไว้เพื่อทำพันธะให้สำเร็จสิ้นสุดลงหรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงของสิ่งที่สัญญาไว้หรือเมื่อเงื่อนไขที่การบนบานอิงอยู่ขาดไป หรือจุดประสงค์ของการบนบานหมดไปการบนบานสิ้นสุดลงด้วย เมื่อได้รับการยกเว้นหรือได้รับการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

มาตรา 1195 บุคคลผู้มีอำนาจเหนือสิ่งที่บนบานสามารถหยุดพักพันธะของการบนบานได้นานเท่าที่การปฏิบัติตามการบนบานจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ตนเอง

มาตรา 1196 นอกจากพระสันตะปาปาแล้วบุคคลต่อไปนี้สามารถให้การยกเว้นจากการถือตามการบนบานส่วนตัวเมื่อมีเหตุอันชอบขอแต่ว่าการยกเว้นนั้นไม่ไปกระทบสิทธิที่ได้มาแล้วของคนอื่น

    1. ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นและพระสงฆ์เจ้าอาวาส เมื่อเกี่ยวกับผู้อยู่ใต้ปกครองของตนและผู้พเนจรด้วย

    2. ผู้ใหญ่ของสถาบันนักบวชหรือของคณะชีวิตธรรมทูตถ้าเป็นสมณะสิทธิสันตะสำนัก เมื่อเกี่ยวกับสมาชิกนวกและบุคคลที่อาศัยอยู่ตลอดวันคืนในบ้านของสถาบัน หรือของคณะ

    3. บุคคลที่ได้รับมอบอำนาจ ให้การยกเว้นจากสันตะสำนัก หรือจากผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจท้องถิ่น

มาตรา 1197 ผู้ที่ทำการบนบานสามารถเปลี่ยนสิ่งที่ได้บนบานไปแล้วเป็นสิ่งอื่นที่ดีกว่าหรือเท่าเทียมกัน ส่วนจะเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ด้อยกว่าทำได้โดยบุคคลที่มีอำนาจให้การยกเว้นตามกฎเกณฑ์ของมาตรา 1196

มาตรา 1198 การบนบาน ที่ทำก่อนการปฏิญาณตนเป็นนักบวช ให้พักไว้ก่อน ตราบเท่าที่ผู้ทำการบนบานยังอยู่ในสถาบัน

 

หมวด 2 การสาบาน

มาตรา 1199 วรรค 1 การสาบาน คือการเรียกขานพระนามพระเจ้ามาเป็นพยานต่อความจริง จะกระทำมิได้เว้นแต่ในเรื่องที่เป็นจริง เรื่องการตัดสินและเรื่องยุติธรรม

วรรค 2 การสาบาน ซึ่งกฎหมายพระศาสนจักรเรียกร้อง หรือรับรู้ ไม่สามารถทำได้อย่างถูกต้องโดยตัวแทน

มาตรา 1200 วรรค 1 ผู้สาบานโดยเสรีว่าตนจะทำอะไรบางอย่าง มีพันธะพิเศษทางศาสนาต้องปฏิบัติตามสิ่งซึ่งเขายืนยันด้วยการสาบานนั้น

วรรค 2 การสาบานที่ทำไปเพราะถูกหลอก ถูกบังคับ หรือเพราะความกลัวอย่างหนัก เป็นโมฆะโดยกฎหมายเอง

มาตรา 1201 วรรค 1 การสาบานที่เป็นสัญญา ถูกกำหนดโดยธรรมชาติ และเงื่อนไขของการกระทำ ซึ่งการสาบานนั้นผูกมัด

วรรค 2 การกระทำที่คุกคามอันตรายโดยตรงต่อผู้อื่นหรือที่ทำความเสียหายต่อความดีสาธารณะ หรือความรอดนิรันดรการกระทำนั้นไม่มีผลบังคับอะไรเลยจากการสาบาน

มาตรา 1202 พันธะของการสาบานที่เป็นสัญญาสิ้นสุดลง :

    1. ถ้าบุคคลผู้ได้รับประโยชน์จากการสาบาน สละผลประโยชน์นั้น

    2. ถ้าสิ่งที่สาบานนั้นเปลี่ยนแปลงในเนื้อหาหรือเมื่อสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป กลายเป็นสิ่งชั่วร้ายหรือสิ่งที่ไม่มีความหมายเลย หรือในที่สุดขัดขวางสิ่งที่ดีกว่า

    3. ถ้าจุดประสงค์ หรือเงื่อนไขที่ทำการสาบานหมดไป

     4.  ถ้ามีการยกเว้นหรือการปรับเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นตามข้อกำหนดของกฎหมายมาตรา 1203มาตรา 1203บุคคลที่สามารถพักยกเว้น หรือปรับเปลี่ยนการสาบานมีอำนาจเดียวกันและด้วยเหตุผลเดียวกัน เกี่ยวกับการสาบานที่เป็นสัญญาแต่ถ้าการยกเว้นจากการสาบานเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่นซึ่งไม่ยอมรับการเลิกล้มข้อผูกพันนั้นสันตะสำนักให้การยกเว้นนั้นได้แต่ผู้เดียวเท่านั้น

มาตรา 1204 การสาบานต้องตีความอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายและตามเจตนาของผู้สาบาน หรือถ้าผู้สาบานทำการโดยเจตนาลวงให้ตีความตามเจตนาของผู้รับการสาบาน

 

book

"การบนบาน และการสาบาน" (มาตรา 1191-1204)

"สถานที่ศักดิ์สิทธิ์" (มาตรา 1205-1213) >>