ลักษณะ 5 การใช้การลงโทษ
มาตรา 1341 เมื่อเห็นว่า การเป็นที่สะดุด ไม่สามารถได้รับการแก้ไขความยุติธรรมไม่สามารถทำให้กลับสู่สภาพเดิมและผู้ผิดไม่สามารถปรับเปลี่ยนตนเองได้อย่างเพียงพอด้วยการเตือนฉันท์พี่น้อง ด้วยการตำหนิหรือด้วยวิธีการอื่นใดของความห่วงใยด้านอภิบาลแล้ว ให้ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจจัดกระบวนการพิจารณาทางศาลหรือทางการบริหารขึ้น เพื่อลงโทษหรือประกาศโทษ
มาตรา 1342 วรรค 1 ทุกครั้งที่มีเหตุผลอันชอบเป็นอุปสรรคการใช้กระบวนการทางศาล การลงโทษหรือประกาศโทษสามารถทำได้โดยการออกคำสั่งนอกขบวนการทางศาลส่วนการออกคำสั่งลงโทษเยียวยา และทำกิจใช้โทษ สามารถทำได้ในทุกกรณี
วรรค 2 โทษถาวรไม่สามารถนำไปใช้ หรือประกาศใช้โดยวิธีการออกคำสั่งและเช่นเดียวกัน โทษซึ่งกฎหมายหรือบัญญัติกำหนดขึ้นมาพร้อมทั้งห้ามนำไปใช้โดยการออกคำสั่ง
วรรค 3 สิ่งใดที่กล่าวไว้ในกฎหมายหรือในบัญญัติเกี่ยวกับผู้พิพากษาในเรื่องการลงโทษ หรือการประกาศโทษในการ ตัดสินคดีใช้ได้กับอธิการด้วย ซึ่งสั่งลงโทษ หรือประกาศโทษโดยคำสั่งนอกขบวนการทางศาล เว้นแต่แจ้งชัดว่าเป็นอย่างอื่นหรือเว้นแต่เป็นปัญหาของข้อกำหนดที่เกี่ยวกับขั้นตอนในการดำเนินคดีเท่านั้น
มาตรา 1343 ถ้ากฎหมายหรือบัญญัติให้อำนาจแก่ผู้พิพากษา ที่จะใช้การลงโทษหรือไม่ใช้ ผู้พิพากษาตามมโนธรรมและความรอบคอบของตนสามารถปรับเปลี่ยนการลงโทษให้อ่อนลงหรือกำหนดกิจใช้โทษแทนการลงโทษก็ได้
มาตรา 1344 แม้กฎหมายจะใช้คำพูดในลักษณะเป็นคำสั่ง ผู้พิพากษาตามมโน-ธรรมและความรอบคอบของตน สามารถ :
1. เลื่อนการลงโทษไปในเวลาที่เหมาะสมกว่า ถ้าเห็นล่วงหน้าว่า การรีบด่วนลงโทษผู้ผิด จะทำให้เกิดความชั่วร้ายแรงมากขึ้น
2. งดเว้นการลงโทษ หรือลงโทษที่เบากว่า หรือให้กิจใช้โทษแทนถ้าผู้ผิดได้สำนึกผิด และได้ชดเชยการเป็นที่สะดุดหรือถ้าผู้ผิดได้รับการลงโทษ หรือมองเห็นล่วงหน้าว่าจะได้รับการลงโทษอย่างเพียงพอจากอำนาจทางบ้านเมือง
3. อาจพักพันธะการปฏิบัติตามโทษชดเชย ถ้าผู้ผิดทำผิดครั้งแรกหลังจากได้ดำเนินชีวิตที่น่าสรรเสริญมาแล้วและไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรัดให้ชดเชยการเป็นที่สะดุด กระนั้นก็ดีถ้าผู้ผิดทำผิดอีก ภายในเวลาที่ผู้พิพากษากำหนดไว้เขาจะต้องรับโทษทั้งสองกระทง เว้นแต่ ระหว่างการรอลงอาญาอายุความของความผิดครั้งแรกได้สิ้นสุดลงแล้ว
มาตรา 1345 เมื่อใดก็ตาม ผู้กระทำผิดเพียงใช้สติปัญญาอย่างไม่สมบูรณ์เท่านั้นหรือทำผิดเพราะความกลัว หรือเพราะความจำเป็นหรือเพราะความรุ่มร้อนของตัณหา หรือเพราะความมึนเมาหรือเพราะความวุ่นวายอื่นๆ ที่คล้ายกันทางจิตใจผู้พิพากษาสามารถงดเว้นการลงโทษใดๆ ได้ ถ้าท่านคิดว่าการแก้ไขโดยวิธีอื่นจะได้ผล ดีกว่า
มาตรา 1346 ทุกครั้งที่ผู้ผิด ทำผิดหลายกระทงถ้าเห็นว่าโทษสะสมที่ต้องตัดสินลงโทษนั้นมากเกินไปก็สุดแต่ผู้พิพากษาจะใช้ดุลยพินิจอันรอบคอบของตนลดหย่อนการลงโทษในรูปแบบที่ถูกที่ควร
มาตรา 1347 วรรค 1 ไม่สามารถลงโทษทางวินัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเว้นแต่ผู้ผิดจะได้รับคำเตือนก่อนอย่างน้อยหนึ่งครั้งเพื่อให้เขาละทิ้งความดื้อดึง และให้เวลาแก่เขาพอควรเพื่อการสำนึกผิด
วรรค 2 กล่าวได้ว่า ผู้กระทำผิดได้ละทิ้งความดื้อดึงแล้วถ้าเขาได้เสียใจจริงๆ ในความผิด และนอกนั้นยังได้ชดเชยความเสียหายและการเป็นที่สะดุดอย่างเหมาะสม หรืออย่างน้อยได้สัญญาอย่างจริงจัง
มาตรา 1348 เมื่อจำเลยพ้นข้อกล่าวหาแล้ว หรือเมื่อไม่ต้องโทษใดๆผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจ สามารถพิจารณาใช้คำเตือนที่เหมาะสม หรือใช้วิธีการอื่นๆ ทางความห่วงใยด้านอภิบาล และถ้ากรณีแวดล้อมเอื้ออำนวยก็ใช้โทษเยียวยาเพื่อประโยชน์ของเขาเอง และเพื่อความดีส่วนรวม
มาตรา 1349 ถ้าเป็นโทษที่ไม่กำหนดแน่นอน และกฎหมายมิได้ตั้งข้อระวังไว้เป็นอย่างอื่นผู้พิพากษาต้องไม่ใช้การลงโทษที่หนักขึ้น เป็นต้น โทษทางวินัยเว้นแต่ความหนักของกรณีเรียกร้องจริงๆ ให้ต้องทำเช่นนั้น อย่างไรก็ตามผู้พิพากษาไม่สามารถลงโทษถาวรได้
มาตรา 1350 วรรค 1 ในการลงโทษสมณะ ต้องระวังเสมออย่าให้เขาต้องขาดสิ่งจำเป็นสำหรับเลี้ยงตนเองอย่างเหมาะสมเว้นแต่จะเป็นการปลดออกจากสถานภาพสมณะ
วรรค 2 บุคคล ซึ่งขัดสนมาก เพราะต้องโทษถูกปลดออกจากสถานภาพสมณะให้ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจจัดหาสิ่งจำเป็นให้เขาด้วยวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่ทำได้
มาตรา 1351 โทษติดตัวผู้กระทำผิดไปทุกหนทุกแห่งแม้ว่าสิทธิของผู้กำหนดโทษหรือลงโทษได้สิ้นสุดลงแล้วเว้นแต่จะมีข้อให้ระวังไว้เป็นอย่างอื่นอย่างแจ้งชัด
มาตรา 1352 วรรค 1 ถ้าโทษห้ามผู้กระทำผิดรับศีลศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งคล้ายศีลข้อห้ามนั้นถูกแขวนตลอดเวลาที่ผู้กระทำผิดอยู่ในอันตรายใกล้ตาย
วรรค 2 ข้อบังคับให้ปฏิบัติตามโทษชนิดที่ไม่ต้องมีการพิจารณาตัดสินซึ่งยังไม่ได้ประกาศหรือไม่เป็นที่รู้จักในที่ซึ่งผู้กระทำผิดพำนักอยู่ถูกแขวนทั้งหมดหรือบางส่วน ตราบเท่าที่ผู้กระทำผิดไม่อาจปฏิบัติตามข้อบังคับนั้นได้โดยปราศจากอันตรายที่จะเป็นที่สะดุดร้ายแรง หรือเสียชื่อเสียง
มาตรา 1353 การอุทธรณ์ หรือการร้องเรียน คัดค้านคำพิพากษาของศาล หรือคำสั่งลงโทษ หรือการประกาศโทษใดๆ มีผลยับยั้งการลงโทษ
