Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 6 การลงโทษในพระศาสนจักร

ส่วนที่ 2 โทษสำหรับความผิดแต่ละชนิด

ลักษณะ 1 ความผิดต่อศาสนาและเอกภาพของพระศาสนจักร

มาตรา 1364 วรรค 1 ผู้ละทิ้งความเชื่อ ผู้ยึดถือความเชื่อผิดๆผู้แยกตัวออกจาก สันตะสำนัก ต้องโทษอัตโนมัติให้ตัดขาดจากพระศาสนจักรโดยคงไว้ซึ่งข้อกำหนดของกฎหมายมาตรา 194 วรรค 1 ข้อ 2 นอกนั้น ถ้าเป็นสมณะก็อาจต้องโทษที่กล่าวไว้ในกฎหมายมาตรา 1336 วรรค 1 ข้อ 12 และ 3 ได้ด้วย

วรรค 2 ถ้าความดื้อดึงยืดเยื้อหรือความหนักหน่วงของการเป็นที่สะดุดเรียกร้อง ก็อาจเพิ่มโทษอื่นๆ เข้าอีกได้ รวมทั้งการขับออกจากสถานภาพสมณะ

มาตรา 1365 ผู้มีความผิดฐานมีส่วนร่วมที่ต้องห้ามในพิธีจารีตศักดิ์สิทธิ์ ต้องถูกทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสม

มาตรา 1366 บิดามารดา หรือผู้อยู่ในตำแหน่งแทนบิดามารดาซึ่งมอบบุตรหลานให้รับศีลล้างบาปหรือรับการศึกษาอบรมในศาสนาที่มิใช่คาทอลิกต้องถูกทัณฑ์ด้วยโทษทางจิตหรือโทษอย่างอื่นที่เหมาะสม

มาตรา 1367 ผู้ใดโยนทิ้งแผ่นปังที่เสกแล้ว หรือนำไปหรือเก็บไว้เพื่อจุดประสงค์ทุราจารต้องโทษอัตโนมัติให้ตัดขาดจากพระศาสนจักร โทษนี้สงวนไว้แก่สันตะสำนักนอกนั้นถ้าเป็นสมณะสามารถถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษอื่นได้อีกรวมทั้งการถูกขับออกจากสถานภาพสมณะด้วย

มาตรา 1368 บุคคลซึ่งสาบานเท็จ โดยยืนยัน หรือสัญญาอะไรบางอย่างต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายพระศาสนจักร ต้องถูกทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสม

มาตรา 1369 บุคคลซึ่งในสถานที่หรือการชุมนุม ในการเขียนพิมพ์โฆษณาหรือในการใช้สื่อสารมวลชนอื่น กล่าวคำผรุสวาททำร้ายศีลธรรมอันดีงามอย่างรุนแรง กล่าวร้ายหรือยุยงให้มีความเกลียดชังหรือการสบประมาทต่อศาสนา หรือต่อพระศาสนจักร ต้องถูกทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสม

 

ลักษณะ 2 ความผิดต่ออำนาจฝ่ายพระศาสนจักร และต่อเสรีภาพของพระศาสนจักร

มาตรา 1370 วรรค 1 ผู้ใดประทุษร้ายองค์สมเด็จพระสันตะปาปาด้วยกำลังทางกายภาพ ผู้นั้นต้องโทษอัตโนมัติตัดขาดจากพระศาสนจักรโทษนี้สงวนไว้แก่สันตะสำนัก ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นสมณะต้องโทษอื่นเพิ่มอีกได้ตามความหนักเบาของความผิดรวมทั้งการขับออกจากสมณภาพด้วย

วรรค 2 ผู้ใดกระทำเช่นนี้ต่อบุคคลซึ่งได้รับการอภิเษกเป็นสังฆราชผู้นั้นต้องโทษเป็นผู้ต้องห้ามโดยอัตโนมัติ และถ้าเป็นสมณะก็ต้องโทษห้ามปฏิบัติหน้าที่สมณะโดยอัตโนมัติอีกด้วย

วรรค 3 ผู้ใดใช้กำลังทางกายภาพกระทำต่อสมณะหรือนักพรตเพื่อสบประมาทความเชื่อหรือพระศาสนจักรหรืออำนาจฝ่ายพระศาสนจักรหรือการให้บริการทางศาสนา ผู้นั้นต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสม

มาตรา 1371 บุคคลต่อไปนี้ ต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสม
    1. นอกเหนือจากกรณีที่กล่าวไว้ในกฎหมายมาตรา 1364 วรรค 1บุคคลที่สอนข้อความเชื่อ ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปา หรือสังคายนาสากลได้ประณามหรือบุคคลที่ปฏิเสธคำสอนซึ่งกล่าวไว้ในกฎหมายมาตรา 752 อย่างดื้อดึง และไม่ยอมถอนการปฏิเสธเมื่อได้รับคำเตือนจากสันตะสำนักหรือจากผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจแล้ว
   
2. บุคคล ซึ่งด้วยวิธีอื่น ไม่ นบนอบต่อสันตะสำนัก ผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจหรือเจ้าอธิการที่สั่งหรือห้ามโดยชอบด้วยกฎหมายและหลังจากได้รับคำเตือนแล้ว ยังดื้อแพ่ง ไม่ยอมนบนอบอยู่ต่อไป

มาตรา 1372 บุคคลที่ร้องเรียนต่อสังคายนาสากลหรือคณะพระสังฆราชเพื่อคัดค้านกฤษฎีกาของสมเด็จพระสันตะปาปาต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษของพระศาสนจักร

มาตรา 1373 บุคคลซึ่งปลุกปั่นอย่าง เปิดเผยให้ผู้อยู่ใต้การปกครองเป็นอริหรือเกลียดชังต่อสันตะสำนักหรือต่อผู้ใหญ่ผู้ทรงอำนาจ เพราะการใช้อำนาจและการให้บริการฝ่ายพระศาสนจักรหรือยุยงผู้อยู่ใต้ปกครองให้กระด้างกระเดื่องต่อท่านต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษเป็นผู้ต้องห้าม หรือโทษอื่นๆ ที่เหมาะสม

มาตรา 1374 บุคคลซึ่งเข้าร่วมสมาคมที่วางแผนร้ายต่อพระศาสนจักรต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสมส่วนบุคคลที่สนับสนุนหรือบริหารสมาคมดังกล่าวต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษเป็นผู้ต้องห้าม

มาตรา 1375 ผู้ใดขัดขวางเสรีภาพการให้บริการ หรือการเลือกตั้งหรือการใช้อำนาจฝ่ายพระศาสนจักร หรือขัดขวางการใช้ที่ชอบด้วยกฎหมายทรัพย์สิน ศักดิ์สิทธิ์ หรือทรัพย์สินอื่นๆ ฝ่ายพระศาสนจักรหรือข่มขู่ผู้เลือกตั้งหรือผู้ได้รับเลือกตั้ง หรือผู้ใช้อำนาจหรือให้บริการฝ่ายพระศาสนจักรผู้นั้นสามารถต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสม

มาตรา 1376 ผู้ใดทำทุรจารสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งที่เคลื่อนที่ได้ หรือเคลื่อนที่ไม่ได้ ผู้นั้นต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสม

มาตรา 1377 ผู้ใดจำหน่ายทรัพย์สินของพระศาสนจักร โดยไม่มีอนุญาตที่กำหนดไว้ ผู้นั้นต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษที่ เหมาะสม

 

ลักษณะ 3 การทำหน้าที่ฝ่ายพระศาสนจักรโดยพลการ และความผิดในการทำหน้าที่นั้น

มาตรา 1378 วรรค 1 พระสงฆ์ผู้ทำการขัดต่อข้อกำหนดของกฎหมายมาตรา 977 ต้องโทษถูกตัดขาดจากพระศาสนจักรโดยอัตโนมัติ โทษนี้สงวนไว้แก่สันตะสำนัก

วรรค 2 บุคคลต่อไปนี้ ต้องโทษเป็นผู้ต้องห้ามโดยอัตโนมัติ หรือถ้าเป็นสมณะต้องโทษถูกแขวนโดยอัตโนมัติ
   
1. บุคคลที่ยังไม่รับการบรรพชาเป็นสงฆ์ บังอาจประกอบพิธีบูชามิสซา
   
2.  บุคคลซึ่งนอกจากกรณีดังกล่าวในวรรค 1 บังอาจประกอบพิธีศีลอภัยบาป หรือรับฟังการสารภาพบาป ทั้งๆ ที่ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้อย่างมีผล

วรรค 3 ในกรณีดังกล่าวในวรรค 2 โทษอื่นๆ รวมทั้งการถูกตัดขาดจากพระศาสนจักร สามารถเพิ่มเข้าอีกได้ ตามความหนักเบาของความผิด

มาตรา 1379 นอกจากกรณีที่กล่าวในกฎหมายมาตรา 1378 บุคคลที่ทำทีเป็นผู้ให้บริการศีลศักดิ์สิทธิ์ ต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสม

มาตรา 1380 บุคคลที่ประกอบพิธีศีล ศักดิ์สิทธิ์หรือรับศีลศักดิ์สิทธิ์โดยการติดสินบนต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษเป็นผู้ต้องห้าม หรือถูกแขวน

มาตรา 1381 วรรค 1 ผู้ใดไม่ว่า ที่ทำหน้าที่ฝ่ายศาสนจักรโดยพลการ ต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสม

วรรค 2 หลังจากถูกปลดออกจากหน้าที่ หรือพ้นจากหน้าที่แล้วการยึดเหนี่ยวหน้าที่นั้นไว้โดยมิชอบถือว่าเทียบเท่ากับการทำหน้าที่โดยพลการ

มาตรา 1382 พระสังฆราชที่บรรพชา ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นสังฆราชโดยไม่มีหนังสือมอบอำนาจของพระสันตะปาปา และเช่นเดียวกันผู้ที่รับการบรรพชาเป็นสังฆราชจากพระสังฆราชนั้นต้องโทษถูกตัดขาดจากพระศาสนจักรโดยอัตโนมัติ โทษนี้สงวนไว้แก่สันตะสำนัก

มาตรา 1383 พระสังฆราชซึ่งบรรพชาผู้อยู่ใต้ปกครองของผู้อื่นขัดต่อข้อกำหนดของกฎหมายมาตรา 1015โดยไม่มีหนังสือมอบอำนาจที่ชอบด้วยกฎหมายถูกห้ามทำการบรรพชาเป็นเวลาหนึ่งปี ส่วนบุคคลที่ได้รับการบรรพชาต้องโทษถูกแขวนจากศีลบรรพชาขั้นที่ได้รับนั้นโดยอัตโนมัติ

มาตรา 1384 นอกเหนือจากกรณีที่กล่าวในมาตรา 13781383 บุคคลซึ่งปฏิบัติหน้าที่สงฆ์ หรือให้บริการศักดิ์สิทธิ์อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย สามารถต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสม

มาตรา 1385 บุคคลที่ทำกำไรโดยมิชอบด้วยกฎหมายจากเงินทำบุญมิสซา ต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษของพระศาสนจักร และโทษอื่นๆ ที่เหมาะสม

มาตรา 1386 บุคคลที่ให้หรือสัญญาบางสิ่งเพื่อให้บุคคลที่ทำหน้าที่ในพระศาสนจักรทำการหรือละเว้นทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสมบุคคลที่รับของให้ หรือรับการสัญญาจะให้ ก็ต้องถูกลงทัณฑ์เช่นเดียวกัน

มาตรา 1387 พระสงฆ์ซึ่งในที่สารภาพบาปหรือในโอกาสหรือทำทีรับการสารภาพบาปชักชวนผู้สารภาพบาปให้ทำบาปผิดต่อพระบัญญัติประการที่ 6 ต้องถูกลงทัณฑ์ตามความหนักเบาของความผิดด้วยโทษถูกแขวน ถูกห้ามและถูกตัดจากการรับผลประโยชน์ และในกรณีที่หนักขึ้นอีกต้องถูกขับให้พ้นสถานภาพสมณะ

มาตรา 1388 วรรค 1 ผู้รับฟังการสารภาพบาปซึ่งละเมิดความลับของศีลศักดิ์สิทธิ์โดยตรงต้องโทษถูกตัดขาดจากพระศาสนจักรโดยอัตโนมัติ โทษนี้สงวนไว้แก่สันตะสำนักส่วนผู้ละเมิดความลับโดยอ้อมเท่านั้นต้องถูกลงทัณฑ์ตามความหนักเบาของความผิด

วรรค 2 ล่าม และคนอื่นๆ ที่กล่าวในกฎหมายมาตรา 938 วรรค 2 ซึ่งละเมิดความลับดังกล่าว ต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสมไม่เว้นโทษถูกตัดขาดจากพระศาสนจักร

มาตรา 1389 วรรค 1 บุคคล ผู้ใช้อำนาจหรือหน้าที่ฝ่ายพระศาสนจักรในทางที่ผิดต้องถูกลงทัณฑ์ตามความหนักเบาของการกระทำ หรือการละเว้นการกระทำไม่เว้นโทษถูกปลดจากหน้าที่ เว้นแต่โทษสำหรับการใช้อำนาจในทางที่ผิดนั้นได้ถูกกำหนดโดยกฎหมายหรือบัญญัติแล้ว

วรรค 2 อันว่าบุคคลซึ่งเพราะความเลินเล่อที่มีความผิดกระทำหรือละเว้นกระทำกิจการในการใช้อำนาจ หรือในการให้บริการหรือในการทำหน้าที่ฝ่ายพระศาสนจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายพร้อมทั้งเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสม

 

ลักษณะ 4 ความผิดฐานแจ้งเท็จ

มาตรา 1390 วรรค 1 บุคคลซึ่งกล่าวหาผู้รับฟังการสารภาพบาปต่อผู้ใหญ่ฝ่ายพระศาสนจักร ด้วยข้อความอันเป็นเท็จถึงความผิดที่กล่าวไว้ในกฎหมายมาตรา 1387 ต้องโทษเป็นผู้ต้องห้ามโดยอัตโนมัติ และถ้าเป็นสมณะต้องโทษถูกแขวนด้วย

วรรค 2 บุคคลซึ่งกล่าวหาอย่างอื่นถึงความผิดด้วยข้อความที่เป็นการใส่ความต่อผู้ใหญ่ฝ่ายพระศาสนจักร หรือทำลายชื่อเสียงดีงามของผู้อื่นด้วยวิธีอื่นสามารถต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสม ไม่เว้นโทษของพระศาสนจักร

วรรค 3 ผู้ใส่ความ สามารถถูกบังคับให้ทำการชดใช้ความเสียหายที่เหมาะสมด้วย

มาตรา 1391 บุคคลต่อไปนี้สามารถต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษที่เหมาะสม ตามความหนักเบาของความผิด
   
1. บุคคลที่สร้างเอกสารปลอมสาธารณะฝ่ายพระศาสนจักร หรือเปลี่ยน ทำลายหรือซ่อนเร้นเอกสารจริง หรือใช้เอกสารเท็จ หรือที่ถูกสับเปลี่ยน
   
2. บุคคลที่ใช้เอกสารอื่นที่เท็จ หรือที่ถูกสับเปลี่ยนในเรื่องฝ่ายพระ ศาสนจักร
   
3. บุคคลซึ่งยืนยันความเท็จในเอกสารสาธารณะฝ่ายพระศาสนจักร

 

book

"โทษสำหรับความผิดแต่ละชนิด" (มาตรา 1364-1391)

"ความผิดต่อพันธกรณีพิเศษ" (มาตรา 1392-1396) >>