หมวด 2 ตัวแทน และทนาย
มาตรา 1481 วรรค 1 คู่คดีสามารถแต่งตั้งทนายหรือตัวแทนของตนได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตาม ยกเว้นคดีที่ระบุไว้ในวรรค 2 และวรรค 3คู่คดีสามารถยื่นคำร้องหรือตอบคำถามเองได้เว้นแต่เมื่อผู้พิพากษาเห็นว่ามีความจำเป็นต้องใช้ตัวแทน หรือทนาย
วรรค 2 ผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญา ต้องมีทนายเสมอ ไม่ว่าจะแต่งตั้งโดยตนเอง หรือผู้พิพากษาจัดหาให้
วรรค 3 สำหรับคดีแพ่งที่เกี่ยวพันถึงผู้เยาว์ หรือความดีสาธารณะผู้พิพากษาโดยตำแหน่ง ต้องแต่งตั้งผู้ปกป้องให้แก่ฝ่ายที่ยังไม่มียกเว้นคดีแต่งงาน
มาตรา 1482 วรรค 1 บุคคลใดก็ตาม สามารถแต่งตั้งตัวแทนได้เพียงคนเดียวตัวแทนนี้ไม่สามารถแต่งตั้งผู้อื่นแทนตนได้ เว้นแต่ได้รับอำนาจอย่างแจ้งชัด
วรรค 2 แต่หากคู่คดีแต่งตั้งตัวแทนหลายคน โดยมีเหตุผลสมควรพวกเขาต้องได้รับการระบุในลักษณะที่ว่า เมื่อคนหนึ่งทำหน้าที่คนอื่นไม่ต้องทำ
วรรค 3 อย่างไรก็ตาม ทนายหลายคนสามารถได้รับการแต่งตั้งพร้อมกันได้
มาตรา 1483 ตัวแทน และทนาย อย่างน้อยต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะและมีประวัติดี ยิ่งไปกว่านั้น ทนายต้องเป็นคาทอลิก เว้นไว้แต่ว่าพระสังฆราชสังฆมณฑลอนุญาตให้เป็นอย่างอื่นและต้องได้รับปริญญาเอกทางกฎหมายพระศาสนจักรหรือมิฉะนั้นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญจริง และได้รับการรับรองโดยพระสังฆราชองค์เดียวกัน
มาตรา 1484 วรรค 1 ก่อนปฏิบัติหน้าที่ของตน ตัวแทน และทนาย ต้องมอบใบแต่งตั้งที่แท้จริงต่อศาล
วรรค 2 อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันการเสียสิทธิผู้พิพากษาสามารถให้ตัวแทนทำหน้าที่ แม้ยังไม่แสดงใบแต่งตั้งทั้งนี้ต้องมีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม ถ้าจำเป็น อย่างไรก็ตามทุกสิ่งที่ทำไม่มีผลบังคับใดๆ ถ้าตัวแทนไม่แสดงใบแต่งตั้งภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้อย่างเด็ดขาด ตามที่ผู้พิพากษาระบุไว้
มาตรา 1485 หากไม่ได้รับใบแต่งตั้งพิเศษแล้วตัวแทนไม่สามารถทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กล่าวคือ บอกเลิกคดี ขั้นตอนหรือขบวนการทางศาลทั้งหลาย ทั้งไม่สามารถทำการประนีประนอม ตั้งข้อต่อรองให้อนุญาโตตุลาการไกล่เกลี่ย และกล่าวโดยรวม การกระทำใดๆ ก็ตามที่กฎหมายเรียกร้องใบแต่งตั้งพิเศษ
มาตรา 1486 วรรค 1 เพื่อให้การถอดถอนตัวแทน หรือทนายมีผลจำเป็นต้องแจ้งให้พวกเขาทราบ ถ้าการกำหนดประเด็นปัญหาได้เกิดขึ้นแล้วต้องแจ้งการถอดถอนให้ผู้พิพากษา และคู่คดีอีกฝ่ายหนึ่งทราบด้วย
วรรค 2 เมื่อการตัดสินสิ้นสุดแล้ว สิทธิและหน้าที่ในการอุทธรณ์ยังเป็นของตัวแทน ถ้าผู้มอบอำนาจไม่ปฏิเสธ
มาตรา 1487 เมื่อมีเหตุผลสำคัญ ผู้พิพากษาโดยตำแหน่ง หรือเมื่อได้รับการร้องขอจากคู่คดี สามารถออกหมายสั่งปลดตัวแทนหรือทนายได้
มาตรา 1488 วรรค 1 ห้ามทั้งตัวแทนและทนายรับสินบนหรือเรียกร้องสินจ้างเกินควรหรือเรียกร้องส่วนแบ่งในทรัพย์สินที่เป็นความกัน หากพวกเขาทำเช่นนั้นข้อตกลงที่ทำขึ้นถือเป็นโมฆะ และผู้พิพากษาสามารถปรับสินไหมพวกเขาได้ยิ่งไปกว่านั้นพระสังฆราชที่รับผิดชอบศาลนั้นสามารถสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ของทนายดังกล่าวและลบชื่อออกจากรายชื่อทนายได้ หากเรื่องเกิดขึ้นอีก
วรรค 2 ทนาย และตัวแทนสามารถถูกโทษเดียวกันหากพวกเขาถอนคดีจากศาลที่มีอำนาจโดยใช้เล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมายและให้ศาลอื่นตัดสินที่ให้ประโยชน์มากกว่า
มาตรา 1489 ทนาย และตัวแทนซึ่งทรยศต่อหน้าที่เพราะเห็นแก่อามิสสินจ้าง หรือคำสัญญา หรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตามต้องถูกพักการปฏิบัติหน้าที่ และถูกปรับสินไหม หรือต้องโทษด้วยโทษที่เหมาะสม
มาตรา 1490 เท่าที่ทำได้ ในศาลแต่ละแห่ง ต้องแต่งตั้งผู้ปกป้องถาวรโดยได้รับเงินเดือนจากศาล เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นทนายหรือตัวแทนแก่คู่คดีซึ่งปรารถนาเลือกพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีแต่งงาน
