ลักษณะ 5 เรื่องแทรกซ้อน
มาตรา 1587 เรื่องแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้หลังจากมีหมายเรียกให้คู่คดีขึ้นศาลแล้วปรากฏว่ามีปัญหาอื่นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคดีนั้นเกิดขึ้นบ่อยๆ ต้องได้รับการแก้ไขก่อนปัญหาหลัก แม้ว่าปัญหานั้นมิได้ระบุไว้อย่างชัดแจ้งในสำนวนฟ้อง เพื่อเริ่มคดีก็ตาม
มาตรา 1588 เรื่องแทรกซ้อน ต้องเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรหรือด้วยวาจาต่อหน้าผู้พิพากษา ผู้มีอำนาจตัดสินคดีหลักโดยระบุความเกี่ยวข้องระหว่างเรื่องแทรกซ้อนกับคดีหลัก
มาตรา 1589 วรรค 1 เมื่อผู้พิพากษาได้รับคำร้องหรือได้ฟังคู่คดีแจ้งเกี่ยวกับเรื่องแทรกซ้อนแล้วผู้พิพากษาต้องตัดสินใจทันทีว่าปัญหาที่แทรกขึ้นมานี้มีมูล และเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักหรือไม่หรือจะต้องปฏิเสธเรื่องแทรกซ้อนนั้น หากผู้พิพากษายอมรับเขาต้องตัดสินเรื่องแทรกซ้อนนี้ว่าเป็นเรื่องหนักที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยการตัดสินด้วยวาจา หรือโดยคำสั่ง
วรรค 2 ในทางตรงกันข้าม หากผู้พิพากษาตัดสินว่าปัญหาแทรกซ้อนนี้ไม่ต้องแก้ไขก่อนการตัดสินคดีผู้พิพากษาต้องออกคำสั่งว่าปัญหาแทรกซ้อนนี้จะได้รับการพิจารณาเมื่อคดีหลักได้รับการตัดสินแล้ว
มาตรา 1590 วรรค 1 หากเรื่องแทรกซ้อนต้องรับการแก้ไขโดยการตัดสินจะต้องถือตามตามกฎเกณฑ์ของการดำเนินคดีด้วยวาจา เว้นไว้แต่ว่าผู้พิพากษาจะตัดสินเป็นอย่างอื่น เพราะความหนักเบาของเรื่อง
วรรค 2 หากเรื่องแทรกซ้อน ต้องได้รับการแก้ไขโดยคำสั่ง ศาลอาจมอบเรื่องให้ผู้สอบคดี หรือประธานคณะผู้พิพากษา
มาตรา 1591 ก่อนปิดคดีหลัก หากมีเหตุอันชอบ ผู้พิพากษาหรือศาลสามารถเรียกคืน หรือแก้ไขคำสั่ง หรือคำตัดสินด้วยวาจาได้ทั้งโดยการขอของคู่คดีฝ่ายหนึ่ง หรือโดยหน้าที่ หลังจากได้รับฟังคู่คดีแล้ว
