Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 7 กระบวนการพิจารณาคดี

หมวด 1 การไม่ปรากฏตัวของคู่คดี

มาตรา 1592 วรรค 1 หากจำเลย ที่ได้รับหมายเรียกแล้ว ไม่มาปรากฏตัวหรือมิได้แสดงข้อแก้ตัวที่เหมาะสมในการไม่มาหรือไม่ตอบตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย มาตรา 1507 วรรค 1 ผู้พิพากษาต้องประกาศว่า จำเลยขาดการมาให้การ และต้องออกคำสั่งให้คดีนั้นดำเนินต่อไปได้จนถึงการตัดสินขั้นสมบูรณ์ และดำเนินการโดยรักษากฎเกณฑ์เฉพาะที่ต้องปฏิบัติ

วรรค 2 ก่อนออกคำสั่ง ตามวรรค 1 ผู้พิพากษาต้องแน่ใจว่าหมายเรียกอันชอบด้วยกฎหมาย ได้ไปถึงจำเลยจริงตามเวลาที่กฎหมายกำหนด และหากจำเป็น ต้องออกหมายเรียกใหม่

มาตรา 1593 วรรค 1 หากต่อมา จำเลยมาปรากฏตัว หรือแจ้งตอบก่อนการปิดคดีจำเลยสามารถนำผลสรุป และข้อพิสูจน์ต่างๆ มาเสนอได้โดยคำนึงถึงข้อกำหนดของกฎหมาย มาตรา 1600 อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาต้องระวังมิให้การตัดสินยืดเยื้ออย่างจงใจ และชะงักชักช้าโดยไม่จำเป็น

วรรค 2 แม้ว่าจำเลยไม่ได้มาปรากฏตัว หรือแจ้งตอบก่อนการปิดคดีก็ตามจำเลยสามารถคัดค้านคำตัดสินของผู้พิพากษาได้ หากจำเลยพิสูจน์ว่าตนมีข้อขัดข้องที่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่สามารถแจ้งให้ทราบก่อนได้โดยไม่ใช่ความผิดของตนจำเลยสามารถร้องขอให้เป็นโมฆะได้

มาตรา 1594 หากโจทก์ไม่มาปรากฏตัว ตามวันและเวลา เพื่อกำหนดประเด็นปัญหา และมิได้ให้ข้อแก้ตัวที่เหมาะสม
    1. ผู้พิพากษา ต้องเรียกโจทก์อีกครั้งหนึ่ง
    2. หากโจทก์ไม่เคารพการเรียกครั้งใหม่ ให้สันนิษฐานว่า ได้ทิ้งคดีตามกฎหมายมาตรา 15241525
   
3. หากภายหลัง โจทก์ต้องการเข้ามาแทรกในกระบวนการพิจารณา ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรา 1593

มาตรา 1595 วรรค 1 คู่คดีที่ไม่ได้มาศาล ไม่ว่าเป็นโจทก์หรือจำเลย และไม่แสดงข้อขัดขวางที่ถูกต้อง มีพันธะต้องเสียค่าใช้จ่ายในคดีที่เกิดขึ้นเพราะการไม่มาศาล และหากจำเป็นต้องเสียค่าชดเชยให้อีกฝ่ายหนึ่งด้วย

วรรค 2 หากทั้งโจทก์ และจำเลยไม่มาศาล พวกเขามีพันธะร่วมกัน ที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายของคดี

 

book

"การไม่ปรากฏตัวของคู่คดี" (มาตรา 1592-1595)

"การเข้าแทรกของบุคคลที่สามในคดี" (มาตรา 1596-1597) >>