Skip to main content

book

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

บรรพ 7 กระบวนการพิจารณาคดี

ลักษณะ 8 การคัดค้านคำตัดสิน

หมวด 1 คำร้องขอให้คำตัดสินเป็นโมฆะ

มาตรา 1619 โดยคำนึงถึงกฎหมายมาตรา 1622 และ 1623 เมื่อใดก็ตามเมื่อคดีเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ส่วนบุคคลคดีที่เป็นโมฆะเพราะการกำหนดของกฎหมาย ถูกทำให้ถูกต้องโดยคำตัดสินเองถ้าหากคู่คดีที่ร้องขอรู้ถึงความเป็นโมฆะแต่ไม่ได้ยกปัญหาความเป็นโมฆะต่อผู้พิพากษาก่อนคำตัดสิน

มาตรา 1620 คำตัดสินเป็นโมฆะที่ไม่มีทางแก้ไขได้ เมื่อ:
    1. คำตัดสินที่ตัดสิน โดยผู้พิพากษาที่ไม่มีอำนาจเลย
   
2. คำตัดสิน โดยบุคคลที่ขาดอำนาจของการตัดสินในศาลที่คดีได้รับการตัดสิน
   
3. ผู้พิพากษาออกคำตัดสิน เพราะถูกบังคับโดยกำลัง หรือความกลัวอย่างหนัก
   
4. การพิจารณาเกิดขึ้น โดยขาดคำร้องตามกระบวนการทางศาลที่ระบุไว้ในกฎหมายมาตรา 1501 หรือไม่มีการ กล่าวหาจำเลยคนใดเลย
   
5. เป็นคำตัดสินระหว่างคู่คดี ที่อย่างน้อยคู่คดีคนใดคนหนึ่งไม่ได้เคยมาศาลเลย
   
6. บุคคลใดบุคคลหนึ่งกระทำการใดๆ ในนามของอีกคนหนึ่ง โดยปราศจากการมอบอำนาจที่ชอบด้วยกฎหมาย
   
7. สิทธิของการป้องกันถูกปฏิเสธแก่ฝ่ายหนึ่ง หรือแก่อีกฝ่ายหนึ่ง
   
8. คำตัดสินนั้นมิได้ยุติข้อพิพาท แม้แต่บางส่วน

มาตรา 1621 คำร้องขอให้เป็นโมฆะที่ระบุในกฎหมายมาตรา 1620 สามารถยื่นได้เสมอ โดยวิธีการคัดค้านและโดยการฟ้องต่อผู้พิพากษาซึ่งได้ประกาศคำตัดสินนั้น ภายในกำหนดเวลา 10 ปีนับจากวันปิดประกาศคำตัดสิน

มาตรา 1622 คำตัดสินที่เป็นโมฆะ แต่มีทางแก้ไขได้ เมื่อ:
   
1. คำตัดสินที่ตัดสินโดยผู้พิพากษาซึ่งมีจำนวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งขัดต่อข้อกำหนดของกฎหมายมาตรา 1425 วรรค 1
   
2. คำตัดสินที่ไม่มีเหตุจูงใจ หรือเหตุผลของการตัดสินใจ
   
3. คำตัดสินที่ขาดลายมือชื่อที่กำหนดโดยกฎหมาย
   
4. คำตัดสินที่ไม่ลงวัน เดือน ปี หรือสถานที่ที่ประกาศคำตัดสิน
   
5. คำตัดสินมีพื้นฐานบนกระบวนการพิจารณาที่เป็นโมฆะ และความเป็นโมฆะนั้นไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตามข้อกำหนดของกฎหมายมาตรา 1619
    6. คำตัดสินที่ตัดสินต่อต้านคู่คดีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งไม่ได้อยู่โดยชอบด้วยกฎหมาย ตามที่มีกล่าวไว้ในกฎหมายมาตรา 1593 วรรค 2

มาตรา 1623 คำร้องขอให้เป็นโมฆะในคดีที่กล่าวถึงในมาตรา 1622 สามารถเสนอได้ภายในเวลา 3 เดือนนับจากวันที่ได้รับแจ้งการปิดประกาศของคำตัดสินมาตรา 1624 ผู้พิพากษาซึ่งได้ประกาศคำตัดสิน ตรวจสอบคำร้องขอให้เป็นโมฆะแต่ถ้าหากคู่คดีเกรงกลัวว่า ผู้พิพากษาซึ่งได้ประกาศคำตัดสินกำลังถูกคัดค้านโดยคำร้องขอให้เป็นโมฆะ อาจมีอคติและเป็นผลให้ผู้พิพากษากลายเป็นผู้ต้องสงสัยคู่คดีสามารถเรียกร้องให้มีผู้พิพากษาคนอื่นทำหน้าที่แทนได้ตามข้อกำหนดของกฎหมายมาตรา 1450

มาตรา 1625 คำร้องขอให้เป็นโมฆะ สามารถเสนอพร้อมกับคำอุทธรณ์ภายในเวลาที่กำหนดไว้สำหรับการอุทธรณ์

มาตรา 1626 วรรค 1 ไม่เพียงแต่คู่คดีที่รู้สึกว่าตนเองเสียหายเท่านั้นสามารถร้องขอให้เป็นโมฆะแต่ผู้ผดุงความยุติธรรม หรือผู้ปกป้องพันธะสามารถร้องขอให้เป็นโมฆะได้ด้วยเมื่อพวกเขามีสิทธิ์ในการเข้าเกี่ยวข้อง

วรรค 2 ผู้พิพากษาเอง โดยหน้าที่สามารถถอนหรือแก้ไขคำตัดสินที่เป็นโมฆะที่เขาได้ประกาศไปแล้วภายในกำหนดเวลาเพื่อกระทำการนี้ตามที่ระบุไว้ในกฎหมายมาตรา 1623 เว้นไว้แต่ว่าเวลานั้นคำอุทธรณ์พร้อมกับคำร้องขอให้เป็นโมฆะได้ถูกยื่นไปแล้วหรือเว้นไว้แต่ว่าความเป็นโมฆะได้รับการแก้ไขแล้วในระหว่างช่วงเวลาที่กำหนดไว้ในกฎหมายมาตรา1623

มาตรา 1627 คดีต่างๆ รวมถึงคำร้องให้เป็นโมฆะ สามารถได้รับการพิจารณาตามกฎเกณฑ์สำหรับกระบวนการพิจารณาข้อขัดแย้งด้วยวาจา

book

"การคัดค้านคำตัดสิน" (มาตรา 1619-1627)

"การอุทธรณ์" (มาตรา 1628-1640) >>