ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ฉันเคยเล่าเรื่องเยซูที่ตายไปแล้วและสามารถชนะความตายให้เธอฟัง เขาก้าวออกมาจากคูหาแห่งพระวิญญาณและฤทธิ์อำนาจ เดินเข้ามาสู่ความสันโดษและมาเยือนยังสวนศรีแห่งความเจ็บช้ำของเรา
เขาไม่ได้นอนในซอกถ้ำข้างหลังหินก้อนใหญ่นั่นอีกแล้ว
เรา-ผู้หลงรักเขา ต่างก็เห็นเขาด้วยตาเราที่เขาสั่งให้มองเห็น และได้สัมผัสกายเขาด้วยมือเราที่เขาสอนให้สัมผัส
ฉันรู้ว่าท่านไม่เชื่อเรื่องของเขาเลย ฉันก็เป็นพวกเดียวกับท่านนั้นแหละ แต่ถึงพวกท่านจะมีมากสักเท่าไหร่ สักวันก็ต้องมีอันลดจำนวนลง
ท่านต้องทำลายเพลงและพิณเพื่อพบดนตรีละหรือ?
หรือท่านต้องโค่นต้นไม้เพื่อจะได้เชื่อว่ามันออกผล?
ท่านเกลียดเยซูเพราะมีบางคนจากบ้านเหนือบอกว่าเขาเป็นบุตรของพระเจ้า แต่พวกท่านก็เกลียดกันเอง เพราะต่างคนต่างคิดว่าตัวเองนั้นยิ่งใหญ่กว่าเพื่อนพี่น้องด้วยกัน
ท่านเกลียดเขาเพราะบางคนบอกว่าเขากำเนิดมาจากหญิงพรหมจารี เขาไม่ได้เป็นผลพวงของมนุษย์
แต่ท่านก็ไม่เคยรู้จักมารดาสักคนที่เข้าไปสู่หลุมศพแห่งพรหมจรรย์ หรือชายสักคนที่เข้าไปสู่สุสานแห่งการสะกดกลั้นอารมณ์
ท่านไม่รู้หรอกว่า โลกของเราได้สมรสกับดวงอาทิตย์ โลกที่เป็นผู้ให้กำเนิดเราและส่งเราไปตามป่าเขาและทะเลทรายนี่แหละ
มีเวิ้งน้ำกว้างใหญ่ทอดกั้นระหว่างคนที่รักเขาและคนที่ชังเขา ระหว่างคนที่เชื่อเขาและคนที่ไม่เชื่อเขา
แต่ขวบปีทั้งหลายต่างก่อสะพานข้ามฝั่งเชื่อมกัน ให้เราได้รู้ว่า เขาดำรงอยู่ท่ามกลางพวกเราอย่างเป็นอมตะ เขาเป็นบุตรของพระเจ้าเหมือนกับที่พวกเราก็เป็นบุตรของพระเจ้า เขากำเนิดมาจากหญิงพรหมจารีดุจเดียวกับที่เราเกิดจากแผ่นดินโลกที่เป็นดังหญิงม่าย
มันคือความแปลกหน้าที่ผ่านพ้นไปแล้ว โลกไม่เคยให้ผู้มีใจดื้อด้านได้ดูดดื่มจากเต้าของนาง เช่นที่ไม่ยอมให้ผู้อาจ หาญทะยานสูงได้ดื่มด่ำน้ำค้างกลางหาว
ฉันรู้เท่าที่ฉันรู้เท่านี่แหละ และมันคงเพียงพอแล้ว