สี่สิบวันหลังการจากไปของเขา
บรรดาหญิงสาวทั้งหลายต่างพากันมาที่บ้านของมารี
เพื่อปลอบใจและร่วมร้องเพลงไว้อาลัยให้กับลูกชาย
ของนาง แม่หญิงนางหนึ่งร้องว่า :
ฤดูใบไม้ผลิของฉันอยู่หนใด?
กลิ่นจรุงหอมของเธอลี้หลบไปสู่ภพใดกันแน่?
เธอย่ำเดินไปยังทุ่งหญ้าแถบไหน?
ท้องฟ้าที่เธอแหงนหน้ามองนั้นเอ่ยปากกับดวงใจของเธอหรือเปล่า?
หมู่บ้านเราจะร้อนแล้งกันคราวนี้แล้ว
เราจะไม่หลงเหลือสิ่งใด นอกจากท้องทุ่งที่เหี่ยวแห้งและปราศจากสิ่งงอกงาม
ไม้ชอุ่มชุ่มตาต้องเกรียมไหม้ท่ามกลางแสงอาทิตย์
รสองุ่นในไร่ก็ขมขื่น
เรากระหายแต่เหล้าอมฤตของเธอเท่านั้น
ฆานนาสาของเราปรารถนาแต่กลิ่นกายของเธอ
ดอกไม้ในคราวแรกผลิของเราไปอยู่เสียหนใด?
เธอจะกลับมาหาเราอีกไหมหนอ?
ดอกมะลิของเธอจะมาเยี่ยมเยียนเราอีกหรือเปล่า
แล้วดอกแพงพวยเล่า จะมายืนย่อตามทางเดินของเรา
มาบอกเราว่า รากเหง้าของเราลึกล้ำลงไปใต้โลกเหลือเกิน
และบอกเราว่า ลมหายใจที่ไม่ขาดห้วงของเราจะปีนป่ายไปยังชั้นฟ้า อีกไหม?
เยซู เจ้าอยู่หนไหนหนอ?
ลูกชายของเพื่อนฉัน--มารี
และสหายของลูกชายฉัน
ฤดูแรกผลิของเราไปอยู่เสียที่ไหน อยู่ในท้องทุ่งอื่นแล้วหรือ?
เจ้าจะกลับมาอีกไหนนะ?
เจ้าจะลอยตามกระแสรักมาเยี่ยมเยียนหาดทรายที่แห้งแล้งในความฝันของเราอีกไหม?