
คนนอกรีต (heretics) คือผู้ที่เลือกจะเบี่ยงเบนไปจากคำสอนที่แท้จริงและถูกต้องของพระเยซูคริสตเจ้าและพระกายของพระองค์ ซึ่งก็คือพระศาสนจักร บางคนอาจตั้งคำถามว่า “เหตุใดนักบุญยุคแรกสุดบางท่านจึงเชื่อในสิ่งที่แตกต่างจากที่ชาวคาทอลิกเชื่อในปัจจุบัน?”
เมื่อเรามองไปยังบรรดาปิตาจารย์ยุคแรกบางท่านของพระศาสนจักรคาทอลิก เราจะเห็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปในการทำความเข้าใจธรรมชาติของพระตรีเอกภาพ (เช่น ความสัมพันธ์ของทั้งสามพระบุคคล ความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติมนุษย์และธรรมชาติพระเจ้าของพระเยซูเจ้า เป็นต้น) ปิตาจารย์เหล่านี้คือผู้บุกเบิก พวกท่านไม่ได้กำลังปฏิเสธสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้วอย่างไม่รู้ผิดพลาด พวกท่านกำลังทำความเข้าใจทางเทววิทยา ด้วยผลงานบุกเบิกของพวกท่าน เราจึงมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับพระตรีเอกภาพ
ปิตาจารย์ของพระศาสนจักรเหล่านี้ไม่ใช่คนนอกรีต พวกท่านคือผู้บุกเบิก! เมื่อพระศาสนจักรได้กำหนดข้อความเชื่อของพระศาสนจักรอย่างไม่รู้ผิดพลาดแล้ว ปิตาจารย์เหล่านี้ก็เชื่อฟังและยอมรับคำสอนเหล่านี้
คนนอกรีตคือผู้ที่หลังจากมีคำสอนที่ไม่รู้ผิดพลาดถูกประกาศออกมาแล้ว ก็ปฏิเสธคำสอนที่ไม่รู้ผิดพลาดนั้น บุคคลผู้นั้นไม่ใช่ผู้บุกเบิก แต่เป็นคนนอกรีต กล่าวคือ เป็นผู้ที่เบี่ยงเบนไปจากความจริง มาร์ติน ลูเธอร์ อุลริช ซวิงลี และจอห์น คาลวิน ถูกมองว่าเป็นคนนอกรีต เพราะพวกเขาปฏิเสธสิ่งที่กลายมาเป็น “คำสอนที่ไม่รู้ผิดพลาด” ที่สภาสังคายนาแห่งเตรนต์ (ราว ค.ศ. 1546)
ปัจจุบันคำนี้แทบจะไม่ถูกนำมาใช้ เนื่องจากมีความหมายแฝงในแง่ร้าย ความเป็นจริงยังคงอยู่ แต่คำๆ นี้ส่วนใหญ่แล้วได้ถูกละทิ้งไป
• • •




