Skip to main content
20 คำถาม “วิทยาศาสตร์และความเชื่อ”

Book cover sci

4. หากพระศาสนจักรให้การต้อนรับวิทยาศาสตร์เป็นอย่างดี แล้วทำไมจึงสังหาร จอร์ดาโน บรูโน นักวิทยาศาสตร์ผู้ปราดเปรื่อง

ในย่านกัมโป เด ฟีโอรี (Campo de Fiori) ของกรุงโรม มีรูปปั้นของบุคคลลึกลับสวมเสื้อคลุมมีหมวก กำลังจ้องมองไปไกลอย่างเคร่งขรึม รูปปั้นนี้คือ จอร์ดาโน บรูโน (Giordano Bruno) ภราดาคณะดอมินิกันและนักวิทยาศาสตร์ธรรมชาติในศตวรรษที่สิบหก ซึ่งอาณาจักรอิตาลีที่เพิ่งรวมชาติใหม่ได้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1889 หลังจากที่อิตาลียึดอำนาจควบคุมกรุงโรมมาจากสมเด็จพระสันตะปาปา รัฐบาลเทศบาลกรุงโรมชุดใหม่ได้สั่งทำรูปปั้นนี้เพื่อรำลึกถึงบรูโน ผู้เป็นปรปักษ์ต่อพระศาสนจักรเช่นเดียวกัน และได้ตั้งไว้ในบริเวณที่เขาถูกเผาทั้งเป็นเมื่อเกือบ 300 ปีก่อนหน้านั้น บรรดาผู้ที่สนับสนุนทฤษฎีความขัดแย้งมักชอบวาดภาพให้บรูโนเป็น “มรณสักขีคนแรกเพื่อวิทยาศาสตร์” และอ้างว่าการที่เขาสนับสนุนแนวคิดดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล (heliocentrism) หรือความเชื่อที่ว่าโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ เป็นเหตุให้เขาถูกเจ้าหน้าที่ของพระศาสนจักรประหารชีวิต

แอนดรูว์ ดิกสัน ไวต์ บรรยายมหากาพย์ของบรูโนไว้ดังนี้: “นักรบคนใหม่ผู้นี้คือมนุษย์ปุถุชนผู้แปลกประหลาดนามว่า จอร์ดาโน บรูโน เขาถูกตามล่าจากดินแดนหนึ่งไปยังอีกดินแดนหนึ่ง จนท้ายที่สุดเขาก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้ตามล่าด้วยคำผรุสวาทอันน่าสะพรึงกลัว ด้วยเหตุนี้ เขาจึงถูกล่อลวงให้ติดกับดักที่เวนิส ถูกจำคุกเป็นเวลาหกปีในคุกใต้ดินของศาลไต่สวนความเชื่อ (Inquisition) ที่กรุงโรม จากนั้นจึงถูกเผาทั้งเป็น และเถ้ากระดูกของเขาถูกโปรยทิ้งไปกับสายลม ถึงกระนั้น ความจริงใหม่นี้ก็ยังคงอยู่รอด สิบปีหลังจากการเป็นมรณสักขีของบรูโน ความจริงแห่งหลักคำสอนของโคเปอร์นิคัสก็ได้รับการยืนยันโดยกล้องโทรทรรศน์ของกาลิเลโอ”

แต่เรื่องราวที่แท้จริงไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้น

เมื่ออายุสิบเจ็ดปี บรูโนได้เข้าร่วมคณะดอมินิกันและเป็นที่รู้จักจากความจำอันเป็นเลิศ ตลอดจนความชอบในการท้าทายขีดจำกัดของหลักความเชื่อที่ถูกต้อง (orthodoxy) เขาหลงใหลในงานเขียนของนักปรัชญาโบราณ และเมื่อเขาจวนจะถูกศาลไต่สวนความเชื่อสอบสวนจากข้อกล่าวหาว่าเขาปกป้องลัทธิแอเรียน เขาก็หลบหนีออกจากอิตาลี ในปี ค.ศ. 1591 จิโอวานนี โมเชนิโก สมาชิกครอบครัวผู้มั่งคั่งชาวเวนิสซึ่งต้องการให้บรูโนสอนศิลปะแห่งความจำให้เขา ได้เชิญเขากลับมา

แต่เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองบาดหมางกัน โมเชนิโกได้รายงานบรูโนต่อศาลไต่สวนความเชื่อแห่งกรุงโรม ซึ่งต่อมาได้ดำเนินคดีกับบรูโนในข้อหามีความเชื่อนอกรีต บันทึกการพิจารณาคดีแสดงให้เห็นว่าบรูโนไม่ได้ถูกพิจารณาคดีจากความเชื่อของเขาในแบบจำลองระบบสุริยะของโคเปอร์นิคัส ตามที่สารานุกรมปรัชญาของสแตนฟอร์ด (Stanford Encyclopedia of Philosophy) ระบุไว้ว่า “ในปี ค.ศ. 1600 ยังไม่มีจุดยืนอย่างเป็นทางการของคาทอลิกเกี่ยวกับระบบของโคเปอร์นิคัส และมันก็ไม่ใช่ความเชื่อนอกรีตอย่างแน่นอน เมื่อ [บรูโน] ถูกเผาทั้งเป็นในฐานะคนนอกรีต สิ่งนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับงานเขียนของเขาที่สนับสนุนจักรวาลวิทยาแบบโคเปอร์นิคัสเลย”

สิ่งที่ใกล้เคียงกับความเชื่อทางจักรวาลวิทยาที่ถูกประณามมากที่สุดคือความเชื่อของบรูโนใน “พหุภพ” (plurality of worlds) ซึ่งก็คือความเชื่อที่ว่ามีดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่จำนวนไม่ทราบแน่ชัดนอกเหนือจากโลกอยู่ทั่วจักรวาลอันไม่มีที่สิ้นสุด ความเชื่อเช่นนี้ขัดแย้งกับคำสอนของพระศาสนจักรเกี่ยวกับความเป็นเอกลักษณ์ของบาปของอาดัม ตลอดจนประสิทธิผลแห่งการเสียสละของพระคริสต์ อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาต่อบรูโนในเรื่องนี้ไม่ได้เป็นตัวแทนของการที่พระศาสนจักรพยายามควบคุมการสืบสวนทางวิทยาศาสตร์ หรือการโค่นล้มความจริงทางวิทยาศาสตร์ที่มีความเป็นปรนัย (เช่น ความจริงเรื่องการหมุนของโลก) นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เคยค้นพบ (และอาจไม่มีวันค้นพบ) สิ่งมีชีวิตนอกโลก และการคาดเดาในศตวรรษที่สิบหกเกี่ยวกับประเด็นนี้ก็จัดอยู่ในขอบเขตของปรัชญา ไม่ใช่วิทยาศาสตร์

สารานุกรมคาทอลิก (Catholic Encyclopedia) ยืนยันว่า “บรูโนไม่ได้ถูกประณามเพราะการปกป้องระบบดาราศาสตร์ของโคเปอร์นิคัส หรือเพราะหลักคำสอนของเขาเรื่องพหุภพที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ แต่เป็นเพราะข้อผิดพลาดทางเทววิทยาของเขา ซึ่งในบรรดาข้อผิดพลาดเหล่านั้นมีดังต่อไปนี้: การที่พระคริสต์ไม่ใช่พระเจ้าแต่เป็นเพียงนักมายากลที่มีความสามารถเป็นพิเศษ การที่พระจิตเป็นวิญญาณของโลก การที่ปีศาจจะได้รับความรอด ฯลฯ”

• • •

Book cover sci