Skip to main content

เรามีบ้านอยู่ 3 หลัง

บทความ, ชีวิตฝ่ายจิต, Reflection

     ในชีวิตของคริสตชน เราทุกคนต่างดำรงอยู่ในฐานะ "ผู้จาริก" (Pilgrims) ที่กำลังเดินทางมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายเดียวกัน พระวรสารและการไตร่ตรองในอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ฉายภาพให้เราเห็นอย่างชัดเจนว่า เส้นทางเดินนี้ประกอบด้วยสถานีสำคัญซึ่งเราเรียกได้ว่าเป็น "บ้าน" ทั้ง 3 ระดับ ที่เกื้อกูลและส่งต่อเราไปสู่ความรอดพ้น

1. บ้านของครอบครัว

      เปลี่ยนสิ่งปลูกสร้างให้เป็น "บ้าน" ด้วยความรัก (Make a House a Home)

       บ้านหลังแรกคือที่พำนักทางกายและจิตใจ แต่การมีเพียง "House" หรือตัวอาคารที่ก่อด้วยอิฐและปูนนั้นยังไม่เพียงพอ หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนอาคารนั้นให้เป็น "Home" หรือบ้านที่แสนอุ่น โดยอาศัยการสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัวตามแบบฉบับคริสตชน

 "ถ้าพระยาห์เวห์มิได้ทรงสร้างบ้าน บรรดาผู้สร้างก็เหนื่อยเปล่า" (สดุดี 127:1)

"จงสวมความรักทับส่วนรวมเหล่านี้ทั้งหมด เพราะความรักเป็นสายสัมพันธ์แห่งความสมบูรณ์" (โคลอสสี 3:14)

          การสร้างครอบครัวคือการอัญเชิญพระเจ้าเข้ามาเป็นศิลาหัวมุม บ้านจะกลายเป็น "Home" ได้ก็ต่อเมื่อสมาชิกในครอบครัวรู้จักการสละตนเอง การให้อภัย และการปรนนิบัติกันและกัน บ้านหลังนี้จึงเป็น "พระศาสนจักรระดับพื้นฐาน" (The Domestic Church) ที่ซึ่งความรักไม่ได้เป็นเพียงคำพูด แต่เป็นกระบวนการสร้างชีวิตร่วมกันทุกวันในพระพรของพระเจ้า

2. วัดคือบ้านหลังที่สอง

       ครอบครัวใหญ่ที่ร่วมโต๊ะอาหารและแบ่งปันปัง (The Parish Home)

        เมื่อเราก้าวออกจากบ้านหลังเล็ก เรามุ่งหน้าสู่บ้านหลังที่สองนั่นคือ "วัด" ซึ่งเป็นศูนย์กลางของครอบครัวคริสตชน ที่นี่เราไม่ได้เพียงแค่มาร่วมพิธีกรรมตามหน้าที่ แต่เรามาร่วม "โต๊ะอาหาร" ของพระบิดาเจ้า

"เมื่อเขาร่วมโต๊ะกับศิษย์ทั้งสองคน พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ทรงถวายพระพร ทรงบิขนมปังและยื่นให้เขา เขาก็จำพระองค์ได้" (ลูกา 24:30-31)

       จากพระแท่นศักดิ์สิทธิ์สู่การเป็นโต๊ะอาหารแห่งความรัก วัดคือที่ที่เรามารวมตัวกันเพื่อรับ "ปังที่ถูกบิออก" พระวรกายของพระคริสตเจ้าที่ยอมแตกสลายเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตเรา การบิขนมปังนี้คือหัวใจสำคัญของการเป็นครอบครัวพระศาสนจักร เมื่อเราได้รับปังแห่งชีวิตแล้ว เราก็ได้รับเรียกให้เป็น "ปังที่ถูกบิออก" สำหรับผู้อื่นด้วยเช่นกัน คือการแบ่งปันความรัก การแจกจ่ายความเมตตา และการรับใช้พี่น้องในชุมชนอย่างไม่เห็นแก่ตัว

3. บ้านแท้ในสวรรค์

      ที่พำนักสถานนิรันดร (The Heavenly Home)

      บ้านสองหลังแรกมีความงดงามแต่มิได้คงทนถาวร มีความพลัดพรากและความโรยราเป็นธรรมดา แต่ความหวังสูงสุดของคริสตชนคือการมุ่งสู่บ้านหลังที่สาม ซึ่งเป็นที่ที่น้ำตาทุกหยดจะได้รับการเช็ดให้แห้งไป และงานเลี้ยงแห่งความรักจะไม่มีวันสิ้นสุด

"บ้านเมืองของเรานั้นอยู่ในสวรรค์ และจากที่นั่นเราเฝ้ารอคอยพระผู้ช่วยให้รอดคือพระเยซูคริสตเจ้า" (ฟิลิปปี 3:20)

"ในบ้านของพระบิดาเรามีที่พำนักเป็นอันมาก... เราไปเพื่อจัดเตรียมที่ไว้ให้ท่าน" (ยอห์น 14:2)

      สวรรค์ไม่ใช่สถานที่ในจินตนาการ แต่คือสภาวะแห่งการเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าอย่างสมบูรณ์ การระลึกถึงบ้านหลังที่สามจะทำให้เราไม่ยึดติดกับทางโลกจนเกินไป และทำให้เราตระหนักว่า ทุกสิ่งที่ทำในบ้านหลังที่หนึ่ง (ครอบครัว) และบ้านหลังที่สอง (วัด) คือการเตรียมตัว "จัดกระเป๋าเดินทาง" เพื่อไปสู่บ้านหลังสุดท้ายนี้

ส่งท้าย

    บ้านทั้ง 3 หลังนี้ไม่ได้แยกจากกันโดยเด็ดขาด แต่เป็นส่วนขยายของกันและกัน

     เราสร้าง "Home" ในบ้านหลังแรก เพื่อเป็นโรงเรียนแห่งความรักเบื้องต้น

     เรามาร่วม "โต๊ะอาหาร" ที่วัด เพื่อรับพลังจากปังที่ถูกบิออกและส่งต่อความรักให้พี่น้อง

     และเราดำเนินชีวิตในทั้งสองแห่ง เพื่อมุ่งหน้าสู่ "สวรรค์" บ้านที่แท้จริงที่เราจะได้ร่วมโต๊ะกับพระเจ้าตลอดนิรันดร

      ขอให้หัวใจของเราเต็มเปี่ยมด้วยความสันติสุขเสมอ เพราะเรารู้ว่าไม่ว่าชีวิตจะจาริกไปที่ใด เรามี "บ้าน" ที่รอต้อนรับเราอยู่เสมอ ทั้งในอ้อมกอดของคนในครอบครัว ในชุมชนความเชื่อที่แบ่งปันปังร่วมกัน และในพระหัตถ์อันแสนหวานของพระบิดาเจ้าสวรรค์

      ขอพระเจ้าอวยพรและสถิตอยู่กับท่านในบ้านทุกหลังเสมอไปเทอญ

 

Father M

Father M

Written by 
บาทหลวง วรวุฒิ สารพันธุ์ C.Ss.R. JCL


Catholic Priest & Canonist
Author & Administrator
Faith4Thai.com

*juris canonici licentiatus
หรือ JCL เป็นปริญญาทางกฏหมายพระศาสนจักร

Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
FaceBook: Worawut Saraphan
Iine ID: mcssrsp


บทความที่เกี่ยวข้อง