เราอาจชื่นชมยินดีในความสงบสุขอันบริบูรณ์ได้ แม้ว่าเรางดเว้นจากการทำตนให้วุ่นวายกับคำกล่าวแลกิจการของผู้อื่น ตลอดจนสิ่งอันหาได้เกี่ยวข้องกับตัวเราไม่ บุคคลผู้ซึ่งพะวงอยู่กับเรื่องราวของผู้อื่น แลสิ่งอันอยู่นอกเหนือตนเอง ทว่าในขณะเดียวกันกลับใส่ใจต่อตัวตนภายในของตนเพียงน้อยนิดหรือแทบจะหาใส่ใจไม่ จักพำนักอยู่ในความสงบสุขยาวนานได้อย่างไรเล่า? ความสุขย่อมมีแก่ผู้มีใจแน่วแน่เป็นหนึ่งเดียว ด้วยว่าเขาทั้งหลายจักมีความสงบสุขอันไพศาล
2. เป็นไปได้อย่างไรเล่า ที่บรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์หลายต่อหลายท่านจึงมีความบริบูรณ์แลมุ่งมาดเพ่งพินิจในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ถึงเพียงนั้น? เหตุเพราะเขาทั้งหลายแสวงหาอย่างแน่วแน่ที่จะตีกายของตนให้ตายจากความปรารถนาทางโลกทั้งมวล แลด้วยเหตุนี้ เขาจึงสามารถผูกพันแนบแน่นอยู่กับพระเจ้าด้วยสิ้นสุดดวงใจ แลมีอิสรภาพตลอดจนเวลาว่างพอที่จะระลึกถึงพระองค์ เราทั้งหลายพะวงอยู่กับความผูกพันของตนเองมากจนเกินไป แลกระวนกระวายใจในสิ่งอันไม่จีรังยั่งยืนมากจนเกินควร แทบจะหาได้ยากยิ่ง ที่เราจักเอาชนะข้อบกพร่องแม้เพียงประการเดียวได้อย่างราบคาบ หรือมีความร้อนรนที่จะเติบโตขึ้นในพระคุณทุกเมื่อเชื่อวัน ดังนั้น เราจึงยังคงอุ่นๆ แลไร้ซึ่งความลึกซึ้งฝ่ายวิญญาณจิต
3. แม้ว่าเราเฝ้าระวังตนเองอย่างเต็มที่ แลมิได้ผูกมัดวิญญาณจิตไว้กับสิ่งภายนอกไซร้ เราก็อาจมีปัญญาไปสู่ความรอด แลมีความก้าวหน้าในการเพ่งพินิจถึงพระเจ้าได้ เครื่องสะดุดอันใหญ่หลวงแลเลวร้ายยิ่งของเราก็คือ การที่เรามิได้หลุดพ้นจากความปรารถนาแลตัณหาของเรา ทั้งยังมิได้อุตสาหะที่จะดำเนินเข้าสู่มรรคาอันบริบูรณ์แห่งบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ แลเมื่อมีความทุกข์ยากแม้เพียงน้อยนิดมาเยือนเรา เราก็มักท้อถอยอย่างรวดเร็วยิ่งนัก แลโผบินไปหาโลกเพื่อแสวงหาความเล้าโลมใจ
4. แม้ว่าเราจักยืนหยัดเยี่ยงชายชาตรี แลบากบั่นที่จะยืนหยัดอย่างมั่นคงในสมรภูมิรบไซร้ เราก็จักได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเกื้อหนุนเราจากสรวงสวรรค์ ด้วยว่าพระองค์เองทรงพร้อมเสมอที่จะช่วยเหลือผู้ที่บากบั่นแลวางใจในพระองค์ แท้จริงแล้ว พระองค์ทรงจัดเตรียมวาระแห่งการต่อสู้ไว้ให้เรา ก็เพื่อเป็นจุดหมายให้เราได้รับชัยชนะ แม้ว่าเรามองว่าความก้าวหน้าในทางศาสนาของเรา เป็นเพียงความก้าวหน้าในการถือรักษาข้อปฏิบัติแลพิธีกรรมภายนอกเท่านั้น ความศรัทธาของเราก็คงจักดำเนินมาถึงจุดจบในเร็ววัน ทว่าจงให้เราวางขวานไว้ที่รากเหง้าแห่งชีวิตของเราเถิด เพื่อว่าเมื่อได้รับการชำระล้างจากความปรารถนาฝ่ายเนื้อหนังแล้ว เราจักได้ครอบครองวิญญาณจิตของเราในความสงบสุข
5. แม้ว่าในแต่ละปีเราสามารถถอนรากถอนโคนข้อบกพร่องได้สักหนึ่งประการ เราก็คงจักก้าวหน้าไปสู่ความบริบูรณ์ได้อย่างรวดเร็ว ทว่าในทางกลับกัน บ่อยครั้งเรามักรู้สึกว่าในคราแรกที่เรากลับใจนั้น เรายังประเสริฐแลศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าหลังจากที่ได้สมาทานตัวมาเป็นเวลาหลายปีเสียอีก ความร้อนรนแลความก้าวหน้าควรจักเพิ่มพูนขึ้นในทุกเมื่อเชื่อวัน ทว่าบัดนี้กลับดูเหมือนเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ หากผู้ใดสามารถรักษาความเร่าร้อนในคราแรกของตนไว้ได้แม้เพียงบางส่วน แม้ว่าเราจักฝืนใจตนเองสักเล็กน้อยในเบื้องต้น ภายหลังเราก็จักสามารถกระทำสรรพสิ่งได้อย่างง่ายดายแลชื่นชมยินดี
6. เป็นความยากยิ่ง ที่จะหักร้างนิสัยความเคยชิน แลเป็นความยากยิ่งกว่า ที่จะกระทำสิ่งที่สวนทางกับเจตจำนงของตนเอง ทว่าหากท่านมิอาจเอาชนะอุปสรรคอันเล็กน้อยและง่ายดายได้ ท่านจักเอาชนะอุปสรรคอันใหญ่หลวงกว่าได้อย่างไรเล่า? จงต่อต้านเจตจำนงของท่านเสียแต่เบื้องต้น แลละทิ้งนิสัยอันเลวร้ายเสียแต่บัดนี้ เกรงว่ามันจักชักนำท่านไปสู่ความยากลำบากอันเลวร้ายยิ่งกว่าทีละน้อย โอ แม้ท่านจะล่วงรู้ว่า ชีวิตอันบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ของท่าน จักนำมาซึ่งความสงบสุขแก่ตัวท่านเอง แลนำความชื่นชมยินดีมาสู่ผู้อื่นได้มากเพียงใด ข้าพเจ้าคิดว่า ท่านคงจักมีความร้อนรนต่อคุณประโยชน์ฝ่ายวิญญาณจิตมากยิ่งกว่านี้เป็นแน่
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ในขวบปีที่ล่วงมา ข้าพเจ้าได้ถอนรากถอนโคนข้อบกพร่องของตนเองได้บ้างหรือไม่ หรือยังคงย่ำอยู่กับที่ในความศรัทธา?
2. เมื่อเผชิญความทุกข์ยากแม้เพียงน้อยนิด ข้าพเจ้าท้อถอยแลหันไปหาโลก หรือได้ยืนหยัดต่อสู้โดยวางใจในพระเกื้อหนุนจากเบื้องบน?
บทภาวนาประจำบทที่ 11
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงประทานสรรพพระคุณ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้เพิกถอนสายตาจากเรื่องราวของผู้อื่น แลหันมาพินิจพิเคราะห์ข้อบกพร่องภายในจิตใจของตนเอง ขอทรงประทานความร้อนรนที่จะบากบั่นถอนรากถอนโคนอุปนิสัยอันชั่วร้ายในทุกเมื่อเชื่อวัน ขอทรงโปรดกระทำให้ข้าพระองค์เติบโตขึ้นในมรรคาแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ยืนหยัดต่อสู้กับความอ่อนแอของตนเองอย่างกล้าหาญ
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน