เป็นการดีสำหรับเรา ที่บางคราวเราต้องพานพบกับความโศกเศร้าแลความทุกข์ยาก ด้วยว่าสิ่งเหล่านี้มักกระทำให้มนุษย์ตระหนักในใจว่า ตนเป็นเพียงคนแปลกหน้าแลผู้สัญจรไปมา แลหาควรวางใจในสรรพสิ่งทางโลกไม่ เป็นการดี ที่บางคราวเราต้องอดทนต่อการถูกขัดแย้ง แลถูกตัดสินอย่างรุนแรงและอยุติธรรม ทั้งที่เราได้กระทำแลเจตนาในสิ่งอันดีงาม ด้วยว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยเกื้อหนุนให้เรามีความถ่อมใจ แลปกป้องเราจากเกียรติยศอันว่างเปล่า ด้วยว่าในเพลานั้น เราย่อมแสวงหาพยานแห่งพระเจ้าอย่างร้อนรนยิ่งขึ้น เมื่อมนุษย์กล่าวร้ายต่อเราด้วยความเท็จ แลมิยอมรับรองความดีงามของเราเลย
2. เหตุฉะนี้ มนุษย์จึงควรพึ่งพิงพำนักในพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง เพื่อเขาจักมิได้จำต้องแสวงหาความบรรเทาใจจากมนุษย์มากจนเกินไป เมื่อชนผู้มีความยำเกรงพระเจ้า ต้องทนทุกข์ หรือถูกทดลอง หรือถูกกดขี่จากการกระทำอันชั่วร้าย เมื่อนั้นเขาย่อมประจักษ์ว่าพระเจ้านั้นทรงเป็นที่ต้องการสำหรับเขามากยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยว่าหากปราศจากพระเจ้าแล้ว เขาหาอาจกระทำสิ่งอันดีงามใดๆ ได้เลย เมื่อนั้นเขาจักมีใจโศกเศร้าทนทุกข์ เขาจักคร่ำครวญ แลร่ำร้องออกมาด้วยความกระวนกระวายใจอย่างแสนสาหัส เมื่อนั้นเขาจักบังเกิดความเหนื่อยหน่ายในชีวิต แลปรารถนาที่จะจากโลกนี้ไปเพื่อสถิตอยู่กับพระคริสต์ จากสรรพสิ่งเหล่านี้ เขาจึงได้รับการสั่งสอนให้รู้ว่า ในโลกนี้ หาอาจมีความปลอดภัยอันบริบูรณ์ หรือความสงบสุขอันเต็มเปี่ยมได้เลย
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. เมื่อข้าพเจ้าถูกตัดสินอย่างอยุติธรรม ข้าพเจ้าตีโพยตีพาย หรือถือเป็นโอกาสอันดีที่จะฝึกฝนความถ่อมใจจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า?
2. ความโศกเศร้าแลความทุกข์ยากที่ข้าพเจ้าเผชิญ ได้สอนให้ข้าพเจ้าตระหนักหรือไม่ว่า โลกนี้หาใช่นิเวศน์ถาวร ทว่าพระเจ้าเท่านั้นคือที่พำนักอันแท้จริง?
บทภาวนาประจำบทที่ 12
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงประทานความเล้าโลมใจ ข้าพระองค์ขอขอบพระคุณสำหรับความทุกข์ยากแลการถูกตัดสินอย่างอยุติธรรม ที่ทรงอนุญาตให้บังเกิดขึ้น เพื่อเป็นเครื่องบ่มเพาะความถ่อมใจ แลเตือนสติว่าข้าพระองค์เป็นเพียงผู้สัญจรในโลกนี้ เมื่อต้องทนทุกข์แลไร้ที่พึ่งพิง ขอทรงโปรดดึงดวงใจของข้าพระองค์ให้มาพำนักพักพิงในพระองค์แต่เพียงผู้เดียว
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน