Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 1 โอวาทอันให้ประโยชน์ ต่อชีวิตภายใน
บทที่ 18 ว่าด้วยแบบอย่างแห่งบรรดาปิตาจารย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์

บัดนี้ จงพินิจพิเคราะห์ถึงแบบอย่างอันทรงชีวิตแห่งบรรดาปิตาจารย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งความบริบูรณ์แลความศรัทธาอันแท้จริงได้เปล่งประกายออกมาในตัวท่านเหล่านั้น แลท่านจักประจักษ์ว่า สรรพสิ่งที่เราได้กระทำนั้นช่างน้อยนิด หรือแทบจะไร้ค่าดุจความว่างเปล่าเสียนี่กระไร อนิจจา! ชีวิตของเราจะเป็นเช่นไรเล่าเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับชีวิตของท่านเหล่านั้น? ท่านเหล่านั้น ในฐานะผู้ศักดิ์สิทธิ์แลมิตรสหายของพระคริสต์ ได้ปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้าท่ามกลางความหิวโหยแลความกระหาย ท่ามกลางความเหน็บหนาวแลความเปลือยเปล่า ท่ามกลางการตรากตรำแลความเหนื่อยล้า ท่ามกลางการเฝ้าระวังแลการจำศีลอดอาหาร ท่ามกลางการอธิษฐานภาวนาแลการรำพึงถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่ามกลางการถูกเบียดเบียนข่มเหงแลการถูกติเตียนอย่างหนักหน่วง

2. โอ บรรดาอัครสาวก มรณสักขี ผู้ประกาศสัจธรรม พรหมจารี แลชนทั้งหลายผู้ปรารถนาจักดำเนินตามรอยพระบาทของพระคริสต์ จำต้องอดทนต่อความทุกขเวทนาอันมากหลายแลแสนสาหัสเพียงใด ด้วยว่าท่านเหล่านั้นชิงชังชีวิตของตนในโลกนี้ เพื่อจักได้รักษาชีวิตนั้นไว้จนถึงชีวิตนิรันดร์ โอ วิถีชีวิตแห่งบรรดาปิตาจารย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งพำนักอยู่ในถิ่นทุรกันดารนั้น ช่างเคร่งครัดแลปลีกวิเวกเสียนี่กระไร! ท่านเหล่านั้นต้องทนทุกข์ทรมานจากการผจญล่อลวงอันยาวนานแลสาหัสเพียงใด! ท่านเหล่านั้นถูกศัตรูจู่โจมบ่อยครั้งเพียงใด! ท่านเหล่านั้นได้ถวายคำภาวนาต่อพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอแลร้อนรนเพียงใด! ท่านเหล่านั้นได้อดทนต่อการจำศีลอดอาหารอย่างเคร่งครัดเพียงใด! ท่านเหล่านั้นได้สำแดงความร้อนรนแลความมุ่งมาดปรารถนาต่อคุณประโยชน์ฝ่ายวิญญาณจิตมากเพียงใด! ท่านเหล่านั้นได้ต่อสู้อย่างกล้าหาญเพียงใดเพื่อมิให้ความชั่วร้ายเข้าครอบงำ! ท่านเหล่านั้นได้มุ่งหน้าแสวงหาพระเจ้าอย่างสิ้นเชิงแลแน่วแน่เพียงใด! ในยามทิวา ท่านเหล่านั้นตรากตรำทำงาน แลในยามราตรี ท่านเหล่านั้นมักอุทิศตนให้แก่การอธิษฐานภาวนา แท้จริงแล้ว แม้ในยามที่ตรากตรำทำงาน ท่านเหล่านั้นก็หาได้หยุดหย่อนจากการภาวนาในจิตใจไม่

3. ท่านเหล่านั้นได้ใช้เวลาทั้งสิ้นไปอย่างเป็นคุณประโยชน์ ทุกชั่วยามดูเหมือนจะแสนสั้นสำหรับการปลีกวิเวกอยู่กับพระเจ้า แลด้วยความชื่นชมยินดีอันยิ่งใหญ่แห่งการเพ่งพินิจ แม้แต่ความจำเป็นในการพักผ่อนบำรุงกายก็ยังถูกหลงลืมไปสิ้น ท่านเหล่านั้นได้สละทิ้งซึ่งทรัพย์ศฤงคาร ยศฐาบรรดาศักดิ์ เกียรติยศ มิตรสหาย แลเครือญาติทั้งปวง ท่านเหล่านั้นหาได้ปรารถนาสิ่งใดจากโลกนี้ไม่ ท่านเหล่านั้นบริโภคเพียงสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อชีวิต ท่านเหล่านั้นมิเต็มใจที่จะปรนเปรอร่างกายแม้ในยามจำเป็น เหตุฉะนี้ ท่านเหล่านั้นจึงเป็นผู้ยากไร้ในสรรพสิ่งฝ่ายโลก ทว่ามั่งมีอย่างล้นเหลือในพระคุณแลคุณธรรม แม้ในสายตาภายนอกจักดูยากไร้ ทว่าภายในนั้นท่านเหล่านั้นเปี่ยมล้นไปด้วยพระสิริคุณแลพระพรจากสรวงสวรรค์

4. ท่านเหล่านั้นเป็นคนแปลกหน้าสำหรับโลกนี้ ทว่าสำหรับพระเจ้าแล้ว ท่านเหล่านั้นเป็นดั่งเครือญาติแลมิตรสหาย ท่านเหล่านั้นถือว่าตนเองเป็นผู้ไร้ชื่อเสียง แลเป็นที่น่าดูแคลนในสายตาของโลก ทว่าในสายพระเนตรของพระเจ้า ท่านเหล่านั้นล้วนล้ำค่าแลเป็นที่รักยิ่ง ท่านเหล่านั้นยืนหยัดอย่างมั่นคงในความถ่อมใจอันแท้จริง ดำเนินชีวิตอยู่ในความเชื่อฟังอันเรียบง่าย ก้าวเดินไปในความรักแลความพากเพียร แลด้วยเหตุนี้ ท่านเหล่านั้นจึงเติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็งในวิญญาณจิต แลได้รับพระกรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า ท่านเหล่านั้นได้ถูกประทานมาเพื่อเป็นแบบอย่างแก่ชนผู้อุทิศตนเพื่อศาสนาทั้งปวง แลท่านเหล่านั้นสมควรจักเป็นเครื่องเร้าใจให้เรามุ่งหน้าไปสู่การมีชีวิตอันดีงาม ยิ่งกว่าที่ชนอุ่นๆ จำนวนมากจักล่อลวงเราให้ละทิ้งความระแวดระวังในการดำเนินชีวิตเสียอีก

5. โอ ความรักของบรรดาผู้อุทิศตนเพื่อศาสนาทั้งปวงในปฐมกาลแห่งสถาบันอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ช่างยิ่งใหญ่เสียนี่กระไร! โอ มีความร้อนรนในการภาวนาเพียงใด! มีการแข่งขันกันในความบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์เพียงใด! มีการรักษาข้อวัตรปฏิบัติอันเคร่งครัดเพียงใด! ท่านเหล่านั้นได้สำแดงความเคารพยำเกรงแลความเชื่อฟังภายใต้กฎเกณฑ์ของผู้ปกครองในสรรพสิ่งเพียงใด! ร่องรอยของท่านเหล่านั้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ตราบจนบัดนี้ เป็นพยานประจักษ์ชัดว่า ท่านเหล่านั้นเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์แลบริบูรณ์อย่างแท้จริง ผู้ซึ่งได้ต่อสู้อย่างกล้าหาญแลเหยียบย่ำโลกไว้ใต้ฝ่าเท้า ทว่าบัดนี้ มนุษย์กลับถูกนับว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เพียงแค่เขามิได้เป็นผู้ล่วงละเมิด แลเพียงแค่เขาสามารถทนแบกรับสิ่งที่ตนได้รับมอบหมายไว้ด้วยความพากเพียรเท่านั้น

6. โอ ความเยือกเย็นแลความประมาทเลินเล่อในยุคสมัยของเรา ที่กระทำให้เราเสื่อมถอยจากความรักในคราแรกอย่างรวดเร็วเสียนี่กระไร แลการดำเนินชีวิตได้กลายเป็นความเหนื่อยหน่าย ก็ด้วยเหตุแห่งความเกียจคร้านแลความอุ่นๆ นั้นเอง ขออย่าให้ความก้าวหน้าในความบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ต้องหลับใหลไปอย่างสิ้นเชิงในตัวท่าน ผู้ซึ่งได้ประจักษ์ถึงแบบอย่างอันมากหลายของชนผู้มีใจศรัทธามาแล้วหลายต่อหลายคราเลย!

 

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต

1. เมื่อเทียบวิถีชีวิตอันสุขสบายของข้าพเจ้ากับความทุกข์ยากแลความเสียสละของบรรดาปิตาจารย์ ข้าพเจ้าได้อุทิศตนเพื่อพระเจ้าอย่างแท้จริง หรือยังคงห่วงใยแต่ความสุขทางเนื้อหนัง?

2. แบบอย่างอันศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ได้กระตุ้นเตือนให้ข้าพเจ้าร้อนรนในความรักต่อพระเจ้า หรือข้าพเจ้ายังคงปล่อยปละละเลยวิญญาณจิตตนเองให้ตกอยู่ในความเกียจคร้านแลอุ่นๆ?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 18

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ความสว่างแลพละกำลังแห่งบรรดามรณสักขีแลปิตาจารย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งมวล ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงโปรดทอดพระเนตรดูความเกียจคร้านแลความประมาทเลินเล่อในจิตใจของข้าพระองค์ ขอทรงจุดไฟแห่งความรักแลความร้อนรนดังเช่นที่เคยลุกโชนในดวงใจของผู้รับใช้ในอดีตกาล ให้กลับมาสว่างไสวในวิญญาณจิตของข้าพระองค์อีกคราหนึ่ง ขอทรงสอนให้ข้าพระองค์รู้จักชิงชังความสุขสบายฝ่ายโลก แลยินดีบำเพ็ญตบะด้วยความพากเพียร

ขอทรงประทานพระสิริคุณให้ข้าพระองค์สามารถสละทิ้งสิ่งอนิจจัง เจริญรอยตามแบบอย่างอันบริบูรณ์ของบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อที่ข้าพระองค์จักได้ก้าวเดินไปในมรรคาแห่งความถ่อมใจ ความเชื่อฟัง แลความรักอันบริสุทธิ์

 ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 1 โอวาทอันให้ประโยชน์ ต่อชีวิตภายใน

บทที่ 18 ว่าด้วยแบบอย่างแห่งบรรดาปิตาจารย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์