จงแสวงหาเพลาอันสมควรสำหรับการรำพึงภาวนาของท่าน แลจงระลึกถึงพระหรรษทานของพระเจ้าที่มีต่อท่านอยู่เนืองๆ จงละทิ้งการตั้งคำถามอันอยากรู้อยากเห็นเสีย จงศึกษาในสิ่งอันจักนำมาซึ่งความสำนึกเสียใจในบาป ยิ่งกว่าสิ่งอันให้ความเพลิดเพลินเจริญใจ แม้เมื่อใดท่านถอนตัวจากการสนทนาอันไร้สาระ แลการสัญจรไปมาอย่างเปล่าประโยชน์ ตลอดจนเรื่องราวแปลกใหม่แลการนินทาว่าร้ายไซร้ ท่านก็จักพบว่าท่านมีเพลาอันเพียงพอแลเหมาะสมยิ่งสำหรับการรำพึงภาวนาอันดีงาม บรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่ มักจะหลีกเลี่ยงการสมาคมกับฝูงชนให้มากที่สุดเท่าที่จักกระทำได้ แลเลือกที่จะดำรงชีวิตอย่างเร้นลับอยู่กับพระเจ้า
2. มีผู้หนึ่งกล่าวไว้ว่า "ข้าพเจ้าเข้าไปปะปนในหมู่มนุษย์บ่อยครั้งเพียงใด ข้าพเจ้าก็กลับออกมาด้วยความเป็นมนุษย์ที่ลดน้อยลงเพียงนั้น" นี่คือสิ่งที่เรามักประสบพบเจอเมื่อเราใช้เวลาสนทนาเนิ่นนาน ด้วยว่าการสงบปากสงบคำอย่างสิ้นเชิงนั้น ย่อมกระทำได้ง่ายกว่าการมิให้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำอันเกินเลย การหลบเร้นอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ย่อมกระทำได้ง่ายกว่าการตั้งยามรักษาตนเองอย่างเพียงพอเมื่ออยู่นอกเคหสถาน เหตุฉะนี้ ผู้ที่แสวงหาการเข้าถึงสิ่งอันเร้นลับแลฝ่ายวิญญาณจิต จึงจำต้องก้าวไปกับพระเยซู "แยกตัวออกห่างจากฝูงชน" หามีมนุษย์ผู้ใดสัญจรไปภายนอกได้อย่างปลอดภัย หากเขามิได้รักที่จะพักพิงอยู่ในเคหสถาน หามีมนุษย์ผู้ใดเจรจาพาทีได้อย่างปลอดภัย เว้นเสียแต่เขาผู้นั้นจักรักที่จะสงบปากสงบคำ หามีมนุษย์ผู้ใดปกครองได้อย่างปลอดภัย เว้นเสียแต่เขาผู้นั้นจักรักที่จะอยู่ใต้อำนาจ หามีมนุษย์ผู้ใดออกคำสั่งได้อย่างปลอดภัย เว้นเสียแต่เขาผู้นั้นจักรักที่จะเชื่อฟัง
3. หามีมนุษย์ผู้ใดชื่นชมยินดีได้อย่างปลอดภัย เว้นเสียแต่เขาจักมีพยานแห่งมโนธรรมอันดีงามอยู่ภายในตนเอง ความกล้าหาญของบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์นั้น เปี่ยมล้นไปด้วยความยำเกรงพระเจ้าอยู่เป็นนิจ แลท่านเหล่านั้นก็หาได้มีความร้อนรนแลความถ่อมใจในตนเองลดน้อยลงไม่ เพียงเพราะท่านได้เปล่งประกายด้วยฤทธิ์กุศลแลพระหรรษทานอันยิ่งใหญ่ ทว่าความกล้าหาญของชนผู้อธรรมนั้น บังเกิดขึ้นจากความจองหองแลความอวดดี แลในบั้นปลายย่อมย้อนกลับมากลายเป็นความอัปยศอดสูของตนเอง จงอย่าได้รับรองความปลอดภัยให้แก่ตนเองในชีวิตนี้เลย ไม่ว่าท่านจักดูประหนึ่งว่าเป็นนักบวชที่ดีงาม หรือเป็นศรัทธาชนผู้เคร่งครัดเพียงใดก็ตาม
4. บ่อยครั้ง บุคคลผู้ซึ่งยืนตระหง่านอยู่ในตำแหน่งสูงสุดแห่งการยกย่องจากมนุษย์ กลับต้องร่วงหล่นลงมาอย่างน่าสลดใจยิ่งกว่า ก็ด้วยเหตุแห่งความเชื่อมั่นในตนเองอันล้นเกินนั้นเอง ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นคุณประโยชน์ยิ่งนักสำหรับชนเป็นอันมาก ที่จักมิว่างเว้นจากการผจญล่อลวงภายใน ทว่าสมควรจักถูกจู่โจมอยู่เนืองๆ เกรงว่าเขาทั้งหลายจักเชื่อมั่นในตนเองจนเกินไป เกรงว่าเขาจักถูกยกขึ้นสู่ความจองหอง หรือมิฉะนั้นก็อาจเผลอไผลไปพึ่งพิงความปลอบประโลมของโลกมากจนเกินควร โอ มนุษย์ผู้นั้นจักรักษาความดีงามแห่งมโนธรรมไว้ได้มากเพียงใด แม้ว่าเขาไม่เคยแสวงหาความเปรมปรีดิ์อันล่วงลับดับไป แลไม่เคยยอมตนให้พัวพันกับโลกนี้! โอ เขาจักได้ครอบครองความสงบแลความเงียบสงัดอันยิ่งใหญ่เพียงใด แม้ว่าเขาจักสลัดทิ้งซึ่งความพะวงอันอนิจจังทั้งสิ้น แลใคร่ครวญถึงเพียงสิ่งอันเกื้อหนุนวิญญาณจิตแลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แลสร้างความหวังทั้งสิ้นของตนขึ้นในพระเจ้า!
5. หามีมนุษย์ผู้ใดคู่ควรแก่ความปลอบประโลมจากสรวงสวรรค์ เว้นเสียแต่เขาผู้ซึ่งได้เพียรฝึกฝนตนเองในความสำนึกเสียใจอันศักดิ์สิทธิ์อย่างขันแข็ง แม้หากท่านปรารถนาจักสัมผัสถึงความสำนึกผิดภายในดวงใจ จงเข้าไปในห้องหับของท่าน แลปิดกั้นความวุ่นวายแห่งโลกนี้เสีย ดังที่มีจารึกไว้ว่า จงตรึกตรองในใจเมื่ออยู่บนที่นอน แลจงสงบอยู่(1) ในความปลีกวิเวกนั้น ท่านจักได้พบสิ่งที่ท่านมักจะสูญเสียไปเมื่ออยู่ภายนอก ความปลีกวิเวกนั้น แม้ว่าท่านดำรงอยู่ต่อไป ย่อมบังเกิดความหวานชื่น ทว่าหากท่านมิได้พำนักอยู่ในสิ่งนั้น ย่อมก่อให้เกิดความเหนื่อยหน่าย แม้ในเบื้องต้นแห่งการสมาทานตัว ท่านได้พำนักแลรักษาสิ่งนี้ไว้เป็นอย่างดี ในกาลภายหน้า สิ่งนี้ย่อมกลายเป็นมิตรสหายอันเป็นที่รักยิ่ง แลเป็นความปลอบประโลมใจอันแสนปรีดิ์เปรมของท่าน
6. ท่ามกลางความเงียบงันแลความสงบ วิญญาณจิตอันศรัทธาย่อมก้าวรุดหน้าไป แลเรียนรู้สิ่งอันเร้นลับในพระคริสตธรรมคัมภีร์ ณ ที่แห่งนั้น วิญญาณจิตย่อมพานพบบ่อน้ำพุแห่งน้ำตา เพื่อชำระล้างแลทำความสะอาดตนเองในทุกราตรี เพื่อที่วิญญาณจิตนั้นจักกลายเป็นที่รักของพระผู้สร้างมากยิ่งขึ้น ยิ่งเมื่อได้ปลีกตัวออกห่างจากความว้าวุ่นทางโลกทั้งมวล บุคคลผู้ซึ่งปลีกตนออกห่างจากคนรู้จักแลมิตรสหาย พระเจ้าพร้อมด้วยเหล่าทูตสวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์จักเสด็จเข้ามาใกล้เขา การเป็นผู้ไร้ชื่อเสียงแลคอยเฝ้าระวังตนเองนั้น ย่อมประเสริฐกว่าการละเลยตนเองแลกระทำปาฏิหาริย์ เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การสรรเสริญยิ่งนัก สำหรับศรัทธาชนที่จักสัญจรออกไปภายนอกแต่น้อย หลีกหนีจากการเป็นที่ปรากฏแก่สายตา แลหาได้มีความปรารถนาที่จะพบปะฝูงชนไม่
7. ไฉนท่านจึงปรารถนาจะทอดทัศนาในสิ่งที่ท่านมิอาจครอบครองเล่า? โลกนี้แลราคะตัณหาของโลกย่อมล่วงเลยดับสูญไป ความปรารถนาแห่งเนื้อหนังย่อมชักจูงท่านออกไปภายนอก ทว่าเมื่อเวลาผ่านพ้นไป ท่านได้นำพาสิ่งใดกลับคืนสู่เหย้าเล่า นอกจากความหนักอึ้งบนมโนธรรมแลความว้าวุ่นแห่งดวงใจ? การออกเดินทางด้วยความเริงรื่น บ่อยครั้งมักนำมาซึ่งการหวนคืนอันโศกเศร้า แลยามสายัณห์อันเปรมปรีดิ์ย่อมนำมาซึ่งยามรุ่งอรุณอันสลดหมอง ความชื่นชมยินดีฝ่ายเนื้อหนังทั้งมวลย่อมเริ่มต้นอย่างเพลิดเพลินเจริญใจฉันใด ทว่าในบั้นปลายย่อมกัดกินแลทำลายล้างฉันนั้น ท่านจักมองเห็นสิ่งใดในภายนอก ซึ่งท่านมิอาจมองเห็นได้ในเคหสถานของท่านเล่า? จงทอดพระเนตรดูสรวงสวรรค์ แผ่นดินโลก แลธาตุทั้งหลายเถิด ด้วยว่าสรรพสิ่งล้วนถูกสร้างขึ้นจากสิ่งเหล่านี้
8. ท่านจักมองเห็นสิ่งใดในหนแห่งใด ที่จักดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนภายใต้ดวงอาทิตย์เล่า? ท่านอาจเชื่อว่าท่านจักได้รับความอิ่มหนำ ทว่าท่านจักหามีวันบรรลุถึงสิ่งนั้นได้ไม่ แม้ว่าท่านจักได้เห็นสรรพสิ่งปรากฏอยู่เบื้องหน้าท่านในคราเดียว สิ่งนั้นจักเป็นสิ่งใดได้เล่า นอกจากภาพนิมิตอันว่างเปล่า? จงเงยหน้ามองขึ้นไปยังพระเจ้าเบื้องบน แลอธิษฐานขอให้บาปแลความประมาทเลินเล่อของท่านได้รับการอภัย จงปล่อยสิ่งอนิจจังไว้ให้แก่ชนผู้อนิจจังเถิด แลจงใส่ใจในสิ่งซึ่งพระเจ้าได้ทรงบัญชาแก่ท่าน จงปิดประตูห้องของท่านเสีย แลเพรียกหาองค์พระเยซูคริสต์ผู้เป็นที่รักยิ่งของท่านเถิด จงพำนักอยู่กับพระองค์ในห้องหับของท่าน ด้วยว่าท่านจักหาความสงบสุขอันยิ่งใหญ่เยี่ยงนี้จากที่ใดมิได้อีกแล้ว แม้ว่าท่านมิได้สัญจรออกไปภายนอก แลมิได้สดับฟังคำสนทนาอันไร้ผล ท่านก็คงจักรักษาตนเองให้อยู่ในความสงบสุขได้ดีกว่านี้ ทว่าด้วยเหตุที่บางคราวท่านเพลิดเพลินที่จะสดับฟังสิ่งแปลกใหม่ เหตุฉะนี้ ท่านจึงต้องทนรับความกระวนกระวายแห่งดวงใจ
(1) สดุดี 4:4
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ข้าพเจ้ามักใช้เวลาว่างไปกับการแสวงหาความเพลิดเพลินภายนอก การสนทนาอันไร้สาระ แลการสมาคมที่กระทำให้มโนธรรมหนักอึ้ง หรือได้หาเวลาปลีกวิเวกเพื่อพำนักอยู่กับพระเจ้าในความเงียบสงบ?
2. ข้าพเจ้าหวาดกลัวความเงียบงันเพราะมันมักจะเปิดเผยข้อบกพร่องภายในจิตใจของข้าพเจ้าหรือไม่ แลข้าพเจ้าพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับตนเองเพื่อชำระวิญญาณจิตด้วยน้ำตาแห่งความสำนึกผิดจำเพาะพระพักตร์พระองค์หรือยัง?
บทภาวนาประจำบทที่ 20
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์สันติสุขแลความเงียบสงัดอันล้ำลึก ข้าพระองค์กราบทูลขอพระหรรษทานแห่งความรักในความปลีกวิเวก ขอทรงชักนำจิตใจของข้าพระองค์ให้หันห่างจากการสนทนาอันไร้ผล ความอยากรู้อยากเห็น แลความว้าวุ่นแห่งโลกนี้ ขอทรงประทานพละกำลังให้ข้าพระองค์สามารถปิดประตูห้องแห่งวิญญาณจิต เพื่อตัดขาดจากเสียงอึกทึกภายนอก แลเปิดออกเพื่อสดับฟังเพียงพระสุรเสียงของพระองค์ ขอทรงประทานน้ำตาแห่งความสำนึกผิดเพื่อชำระมโนธรรมของข้าพระองค์ให้บริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่เสมอ
ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ตระหนักว่า ความชื่นชมยินดีอันแท้จริงนั้นหาได้พบในสิ่งอนิจจังฝ่ายเนื้อหนังไม่ ทว่าสถิตอยู่กับการได้แนบชิดสนิทกับพระองค์ในดวงใจ ขออย่าให้ข้าพระองค์หลงลืมตนด้วยความเชื่อมั่นอันจองหอง ทว่าให้ตั้งยามระแวดระวังการผจญล่อลวงอยู่เป็นนิจ
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน