Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 1 โอวาทอันให้ประโยชน์ ต่อชีวิตภายใน
บทที่ 23 ว่าด้วยการเพ่งพินิจถึงความตาย

วาระสุดท้ายของท่าน ณ ที่แห่งนี้จักมาเยือนอย่างรวดเร็วยิ่งนัก เหตุฉะนี้ จงเอาใจใส่เถิดว่าชีวิตของท่านในโลกหน้าจักเป็นเช่นไร วันนี้มนุษย์ยังดำรงอยู่ ทว่าพรุ่งนี้เขาจักมิปรากฏให้เห็นอีกต่อไป แลเมื่อลับสายตาไป ไม่นานเขาก็ถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำ โอ ความโง่เขลาแลความกระด้างแห่งดวงใจของมนุษย์ ที่คิดพะวงถึงแต่ปัจจุบันกาล ทว่าหาได้มองไปเบื้องหน้าสู่กาลอนาคตไม่ ท่านพึงจัดเตรียมตัวท่านเองในทุกกิจการแลความคิด ประหนึ่งว่าท่านจักต้องตายในวันนี้ แม้ท่านมีมโนธรรมอันดีงาม ท่านย่อมมิหวาดหวั่นต่อความตายมากนัก การเฝ้าระวังเพื่อต่อต้านบาป ย่อมประเสริฐกว่าการหลีกหนีความตาย แม้วันนี้ท่านยังมิตระเตรียมตัวให้พร้อม แล้วพรุ่งนี้ท่านจักพร้อมได้อย่างไรเล่า? วันพรุ่งนี้คือวันอันหาความแน่นอนมิได้ แลท่านจักรู้ได้อย่างไรว่าท่านจักมีชีวิตอยู่จนถึงวันพรุ่งนี้?

2. การมีชีวิตยืนยาวจักบังเกิดคุณประโยชน์อันใดเล่า ในเมื่อเราแก้ไขตนเองเพียงน้อยนิด? อนิจจา! ชีวิตอันยืนยาวหาได้แก้ไขตนเองเสมอไปไม่ ทว่าบ่อยครั้งกลับยิ่งเพิ่มพูนความผิดบาปให้ทวีคูณ โอ หากเพียงเราจักสามารถใช้เวลาแม้เพียงวันเดียวในโลกนี้ อย่างที่สมควรจักใช้! มีชนเป็นอันมากที่เฝ้านับวันเวลาจำเนียรปีตั้งแต่ตนได้กลับใจ ทว่าบ่อยครั้งผลแห่งการนั้นกลับมีเพียงน้อยนิด แม้ความตายเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวแล้วไซร้ การมีชีวิตอยู่อย่างยืนยาว(ทว่าเปื้อนบาป)อาจเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า เป็นบุญของมนุษย์ผู้ซึ่งมีวาระแห่งความตายตั้งอยู่เบื้องหน้าสายตาของตนอยู่เป็นนิจ แลตระเตรียมตนเองให้พร้อมสำหรับความตายในทุกเมื่อเชื่อวัน แม้ท่านเคยเห็นผู้ใดสิ้นใจ จงพิจารณาเถิดว่า ท่านเองก็จักต้องล่วงลับไปในมรรคาเดียวกันนั้น

3. เมื่อถึงยามเช้า จงรำพึงเถิดว่า บางทีท่านอาจจะไม่มีชีวิตอยู่จนถึงยามเย็น แลในยามเย็น ก็จงอย่าโอ้อวดตนว่าจักอยู่ถึงวันพรุ่งนี้ จงตระเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ แลจงดำเนินชีวิตในลักษณะที่ความตายจักมิอาจพบว่าท่านยังมิตระเตรียมตัว ชนเป็นอันมากต้องสิ้นใจอย่างกะทันหันแลมิคาดฝัน เพราะในเพลาที่ท่านมิได้คิด บุตรมนุษย์จักเสด็จมา(1) เมื่อวาระสุดท้ายนั้นมาถึง ท่านจักเริ่มคิดถึงชีวิตที่ผ่านมาของท่านในอดีตแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง แลท่านจักคร่ำครวญอย่างขมขื่นที่ตนได้ประมาทเลินเล่อแลเกียจคร้านถึงเพียงนี้

4. บุคคลที่บากบั่นในบัดนี้ เพื่อให้ชีวิตตนเป็นดั่งที่เขาปรารถนาจักให้ถูกพบในยามตาย ย่อมเป็นผู้ได้รับพระพรแลมีสติปัญญา! ด้วยว่าความชิงชังโลกนี้อย่างสิ้นเชิง ความปรารถนาอันร้อนรนที่จะเจริญก้าวหน้าในฤทธิ์กุศล ความรักในระเบียบวินัย ความเจ็บปวดแห่งการกลับใจ ความพร้อมที่จะเชื่อฟัง การปฏิเสธตนเอง แลการยอมจำนนต่อความทุกข์ยากใดๆ เพื่อเห็นแก่ความรักของพระคริสต์ สรรพสิ่งเหล่านี้ย่อมประทานความมั่นใจอันยิ่งใหญ่ถึงความตายอันผาสุก ในยามที่ท่านยังแข็งแรง ท่านย่อมมีโอกาสอันมากหลายที่จะกระทำกิจการอันดีงาม ทว่าเมื่อท่านล้มหมอนนอนป่วย ข้าพเจ้ามิรู้เลยว่าท่านจักสามารถกระทำสิ่งใดได้มากน้อยเพียงใด มีเพียงน้อยคนนักที่จักถูกกระทำให้ดีขึ้นด้วยความเจ็บไข้ ดุจเดียวกับบรรดาผู้ที่สัญจรไปมาในภายนอกบ่อยครั้ง ย่อมยากนักที่จักกลายเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์

5. จงอย่าได้วางใจในมิตรสหายแลเครือญาติของท่าน แลอย่าได้ผัดผ่อนกิจการแห่งความรอดของท่านไปในกาลอนาคต ด้วยว่ามนุษย์จักลืมเลือนท่านไปเร็วกว่าที่ท่านคิดเสียอีก การที่ท่านจัดเตรียมไว้ให้ทันท่วงทีในบัดนี้ แลส่งคุณงามความดีล่วงหน้าไปก่อนท่าน ย่อมประเสริฐกว่าการวางใจในความช่วยเหลือของผู้อื่น แม้บัดนี้ท่านยังมิห่วงใยวิญญาณจิตตนเอง ท่านคิดว่าผู้ใดเล่าจักมาพะวักพะวงแทนท่านในกาลภายหน้า? เพลานี้คือเวลาอันล้ำค่ายิ่งนัก บัดนี้คือเวลาอันเป็นที่โปรดปราน บัดนี้คือวันแห่งความรอดพ้น ทว่าอนิจจา! ท่านกลับมิได้ใช้เพลานี้อย่างดีงาม อันเป็นเวลาที่ท่านอาจจักได้สะสมขุมทรัพย์ซึ่งจักเป็นคุณประโยชน์แก่ท่านไปชั่วนิรันดร์ วาระนั้นจักมาเยือน เมื่อท่านจักปรารถนาเวลาเพียงหนึ่งวัน หรือแม้แต่เพียงชั่วยามเดียว เพื่อการแก้ไขชีวิตให้ดีขึ้น แลข้าพเจ้ามิรู้เลยว่าท่านจักได้รับอนุญาตหรือไม่

6. โอ ท่านผู้เป็นที่รักยิ่ง ท่านจักสามารถปลดปล่อยตนเองให้รอดพ้นจากภยันตรายอันใด แลจากความสะพรึงกลัวอันยิ่งใหญ่เพียงใด แม้เพียงแต่ท่านจักดำเนินชีวิตอยู่ในความยำเกรง แลในการตั้งตารอคอยความตายอยู่เป็นนิจ! ในบัดนี้ จงบากบั่นดำเนินชีวิตในวิถีทางที่ว่า เมื่อวาระแห่งความตายมาถึง ท่านจักได้ชื่นชมยินดียิ่งกว่าที่จะหวาดกลัว บัดนี้ จงเรียนรู้ที่จะตายจากโลก เพื่อท่านจักได้เริ่มต้นดำเนินชีวิตกับพระคริสต์ บัดนี้ จงเรียนรู้ที่จะชิงชังสิ่งฝ่ายโลกทั้งปวง แลเมื่อนั้นท่านจักสามารถก้าวไปหาพระคริสต์ได้อย่างเสรี จงบังคับกายของท่านให้อยู่ใต้อำนาจด้วยการบำเพ็ญตบะกลับใจ แลเมื่อนั้นท่านจักสามารถมีความมั่นใจอันแน่วแน่

7. อนิจจา ชนผู้เขลาเอ๋ย! เหตุไฉนท่านจึงคิดว่าท่านจักมีชีวิตอยู่ยืนยาว ในเมื่อท่านยังมิอาจแน่ใจได้แม้แต่วันเดียว? มีผู้คนมากหลายเพียงใดที่ถูกหลอกลวง แลถูกฉุดคร่าไปจากร่างอย่างกะทันหัน! กี่คราแล้วที่ท่านได้ยินว่า ผู้หนึ่งถูกประหารด้วยคมดาบ อีกผู้หนึ่งจมน้ำตาย อีกผู้หนึ่งพลัดตกจากที่สูงจนคอหัก อีกผู้หนึ่งสิ้นใจคาโต๊ะอาหาร อีกผู้หนึ่งสิ้นใจขณะกำลังละเล่น! ผู้หนึ่งตายด้วยกองไฟ อีกผู้หนึ่งตายด้วยคมดาบ อีกผู้หนึ่งตายด้วยโรคระบาด อีกผู้หนึ่งตายด้วยน้ำมือโจร ความตายย่อมมาเยือนทุกคนเช่นนี้แล แลชีวิตของมนุษย์ก็ล่วงลับผ่านไปอย่างรวดเร็วดุจดั่งเงา

8. ผู้ใดเล่าจักระลึกถึงท่านเมื่อท่านตายไปแล้ว? แลผู้ใดเล่าจักวิงวอนแทนท่าน? จงบากบั่นเถิด จงบากบั่นเสียแต่บัดนี้ โอ ท่านผู้เป็นที่รักยิ่ง จงบากบั่นกระทำสรรพสิ่งเท่าที่ท่านสามารถกระทำได้เถิด ด้วยว่าท่านมิรู้เลยว่าท่านจักต้องตายเมื่อใด แลจักมีสิ่งใดบังเกิดขึ้นกับท่านภายหลังความตาย ในขณะที่ท่านยังมีเวลา จงสะสมทรัพย์ศฤงคารอันมิรู้จักสูญสลายไว้ให้แก่ตนเองเถิด จงอย่าตรึกตรองถึงสิ่งใดนอกเหนือไปจากความรอดพ้นของท่าน จงใส่ใจเฉพาะแต่สิ่งที่เป็นของพระเจ้าเท่านั้น จงสร้างมิตรสหายให้แก่ตนเอง ด้วยการให้ความเคารพเทิดทูนบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า แลดำเนินตามรอยเท้าของท่านเหล่านั้น เพื่อว่า เมื่อชีวิตของท่านสิ้นสุดลง ท่านจักได้รับการต้อนรับเข้าสู่นิเวศน์อันเป็นอมตะ(2)

9. จงรักษาตนให้เป็นดุจคนแปลกหน้าแลผู้จาริกบนแผ่นดินโลก ผู้ซึ่งสรรพสิ่งในโลกนี้หาได้มีความเกี่ยวพันอันใดด้วยไม่ จงรักษาดวงใจของท่านให้เป็นอิสระ แลยกขึ้นชูถวายแด่พระเจ้า ด้วยว่า เราหามีนครอันถาวรอยู่ที่นี่ไม่(3) จงมุ่งหน้าถวายคำภาวนาประจำวันของท่านแด่พระองค์ด้วยเสียงคร่ำครวญแลน้ำตา เพื่อที่วิญญาณจิตของท่านจักถูกพบว่าคู่ควรที่จะล่วงลับไปสู่องค์พระผู้เป็นเจ้าของตนอย่างผาสุกภายหลังความตาย อาแมน

(1) มัทธิว 24:44 (2) ลูกา 16:9 (3) ฮีบรู 13:14

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต

1. ข้าพเจ้าได้ดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ประหนึ่งว่าเป็นวันสุดท้ายของชีวิต เพื่อเพียรสร้างฤทธิ์กุศลแลหลีกหนีจากบาป หรือยังคงประมาทเลินเล่อแลผัดผ่อนเวลาอยู่ร่ำไป?

2. เมื่อความตายมาเยือน ข้าพเจ้ามีความมั่นใจที่จะไปเฝ้าเบื้องพระพักตร์พระเจ้า หรือยังคงหวาดกลัวเพราะวิญญาณจิตยังผูกพันอยู่กับความสุขแลทรัพย์ศฤงคารฝ่ายโลก?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 23

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ผู้ทรงเป็นปฐมแลอวสานแห่งชีวิต ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงโปรดประทานสติปัญญาแลความสว่าง ให้ข้าพระองค์ตระหนักถึงความสั้นแลความไม่แน่นอนของชีวิตบนโลกนี้ ขออย่าให้ข้าพระองค์ประมาทเลินเล่อ หรือผัดผ่อนการกลับใจไปจนถึงวันพรุ่งนี้อันหาความแน่นอนมิได้ แต่ขอให้ข้าพระองค์ตั้งตารอคอยวาระสุดท้ายด้วยมโนธรรมอันบริสุทธิ์แลความยำเกรงพระองค์

ขอทรงประทานพละกำลังให้ข้าพระองค์สามารถชิงชังสิ่งอนิจจังฝ่ายโลก แลหันมาสะสมทรัพย์ศฤงคารฝ่ายวิญญาณผ่านการเจริญกิจศรัทธาแลเจริญวัยในฤทธิ์กุศล ขอทรงให้ข้าพระองค์ดำเนินชีวิตดั่งศรัทธาชนผู้จาริก ที่ตระเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ แลยินดีสละทิ้งทุกสิ่งเมื่อพระองค์ทรงเรียกหา

 ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 1 โอวาทอันให้ประโยชน์ ต่อชีวิตภายใน

บทที่ 23 ว่าด้วยการเพ่งพินิจถึงความตาย