ในสรรพกิจที่ท่านกระทำ จงระลึกถึงบั้นปลายเสมอ แลระลึกว่าท่านจักต้องยืนอยู่เบื้องพระพักตร์องค์พระผู้พิพากษาอันเข้มงวด ผู้ซึ่งหามีสิ่งใดซ่อนเร้นจากพระองค์ได้ไม่ พระองค์ผู้มิอาจถูกติดสินบนด้วยของกำนัล แลมิยอมรับข้อแก้ตัวใดๆ ทว่าจักทรงพิพากษาด้วยความเที่ยงธรรม โอ คนบาปผู้น่าเวทนาแลเขลาเอ๋ย ท่านผู้ซึ่งบางคราวยังหวาดหวั่นต่อสีหน้าของมนุษย์ผู้กำลังขัดเคือง ท่านจักตอบคำถามพระเจ้าผู้ทรงหยั่งรู้ความผิดบาปทั้งสิ้นของท่านเช่นไรเล่า? เหตุไฉนท่านจึงมิตระเตรียมตนเองให้พร้อมสำหรับวันแห่งการพิพากษา อันเป็นกาลที่หามีมนุษย์ผู้ใดสามารถแก้ต่างหรือปกป้องผู้อื่นได้ไม่ ทว่าแต่ละคนจำต้องแบกรับภาระของตนแต่เพียงผู้เดียว? ในบัดนี้ การตรากตรำของท่านยังคงบังเกิดผล การร่ำไห้ของท่านยังเป็นที่โปรดปราน เสียงคร่ำครวญยังได้รับการสดับฟัง แลความโศกเศร้าของท่านยังเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า แลเป็นการชำระล้างวิญญาณจิตของท่าน
2. แม้ในแผ่นดินโลกนี้ บุคคลผู้มีความพากเพียรย่อมพานพบวาระอันยิ่งใหญ่ในการชำระล้างวิญญาณจิตของตน เมื่อต้องทนรับการประทุษร้าย เขาย่อมโศกเศร้าต่อความมุ่งร้ายของผู้อื่น ยิ่งกว่าความอยุติธรรมที่ตนได้รับ เมื่อเขาอธิษฐานภาวนาอย่างสุดดวงใจให้แก่ผู้ที่กระทำย่ำยีเขา แลให้อภัยเขาทั้งหลายจากดวงใจ เมื่อเขามิได้เชื่องช้าที่จะร้องขอการอภัยจากผู้อื่น เมื่อเขารวดเร็วที่จะสำแดงความเมตตาปรานียิ่งกว่าความโกรธา เมื่อเขาปฏิเสธตนเองอยู่เนืองๆ แลบากบั่นอย่างสิ้นเชิงที่จะปราบเนื้อหนังให้อยู่ภายใต้วิญญาณ การชำระล้างวิญญาณจิตให้พ้นจากบาปเสียแต่บัดนี้ ย่อมประเสริฐกว่าการยึดติดกับบาป ซึ่งเราจักต้องถูกชำระล้างให้บริสุทธิ์ในกาลภายหน้า แท้จริงแล้ว เราย่อมหลอกลวงตนเองด้วยความรักอันเกินพอดีที่เรามีต่อเนื้อหนัง
3. ไฟนั้นจักเผาผลาญสิ่งใดเล่า หากมิใช่บาปของท่าน? ยิ่งท่านละเว้นตนเองแลโอนเอียงตามเนื้อหนังมากเพียงใด บทลงโทษของท่านก็จักยิ่งหนักหน่วงขึ้นเพียงนั้น แลท่านกำลังสุมเชื้อเพลิงให้แก่กองไฟมากยิ่งขึ้น ด้วยว่ามนุษย์ได้กระทำบาปประการใด เขาก็จักต้องรับทัณฑ์อันแสนสาหัสในประการนั้น ณ ที่แห่งนั้น ชนผู้เกียจคร้านจักถูกทิ่มแทงด้วยปฏักอันลุกโชน แลชนผู้ตะกละตะกลามจักต้องทนทุกข์ทรมานด้วยความหิวโหยแลความกระหายอันเหลือจะทน ณ ที่แห่งนั้น ชนผู้มัวเมาในกามคุณแลผู้หลงใหลในความเริงรื่น จักต้องจมดิ่งลงในบ่อทะนานทองแดงอันเดือดพล่านแลกำมะถันอันเหม็นคละคลุ้ง แลชนผู้ริษยาจักต้องหอนครวญครางดุจสุนัขบ้าด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
4. หามีบาปประการใดเลย ที่จักมิได้รับการลงทัณฑ์อย่างสาสม ชนผู้จองหองจักต้องเผชิญกับความอัปยศอดสูอย่างสิ้นเชิง แลชนผู้โลภโมโทสันจักต้องถูกบีบคั้นด้วยความขัดสนอันน่าสมเพช ความเจ็บปวดเพียงชั่วยาม ณ ที่แห่งนั้น จักแสนสาหัสยิ่งกว่าความทุกข์ยากจากการบำเพ็ญตบะด้วยความสำนึกเสียใจในบาปอันขมขื่นที่สุดเป็นเวลานับร้อยปี ณ ที่แห่งนี้ หามีความสงบเงียบ ณ ที่แห่งนั้น หามีความเล้าโลมใจสำหรับผู้ที่พินาศไป แม้ว่า ณ ที่แห่งนี้ บางคราวยังมีเวลาพักฟื้นจากความเจ็บปวด แลยังได้รับความเล้าโลมใจจากมิตรสหาย จงเป็นทุกข์ร้อนแลโศกเศร้าเสียใจในบาปของท่านเสียแต่บัดนี้ เพื่อที่ในวันแห่งการพิพากษา ท่านจักได้มีความกล้าหาญร่วมกับบรรดาผู้รับพระพร ด้วยว่าในเพลานั้น ชนผู้ชอบธรรมจักยืนหยัดด้วยความกล้าหาญอันยิ่งใหญ่จำเพาะหน้าผู้ที่เคยข่มเหงแลผู้ที่มิเคยแยแสต่อการตรากตรำของเขา(1) ในเพลานั้น เขาผู้ซึ่งบัดนี้ได้ยอมนอบน้อมตนด้วยความถ่อมใจต่อการตัดสินของมนุษย์ จักยืนขึ้นเพื่อเป็นผู้พิพากษา ในเพลานั้น ชนผู้ยากไร้แลถ่อมตนจักมีความมั่นใจอันเปี่ยมล้น ในขณะที่ชนผู้จองหองจักถูกความสะพรึงกลัวโอบล้อมไว้ทุกด้าน
5. ในเพลานั้น จักปรากฏชัดว่าเขาคือผู้มีปรีชาญาณในโลกนี้ ผู้ซึ่งได้เรียนรู้ที่จะเป็นคนเขลาแลถูกดูแคลนเพื่อเห็นแก่พระคริสต์ ในเพลานั้น ความทุกขเวทนาทั้งปวงที่ได้แบกรับไว้ด้วยความพากเพียรจักกระทำให้เราชื่นชมยินดี ในขณะที่ปากของคนอธรรมจักถูกปิดสนิท ในเพลานั้น ศรัทธาชนทุกผู้จักเปรมปรีดิ์ แลชนผู้ลบหลู่ความศักดิ์สิทธิ์จักต้องคร่ำครวญ ในเพลานั้น เนื้อหนังที่ต้องทนทุกข์จักชื่นชมยินดียิ่งกว่าหากมันได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยความเพลิดเพลินอยู่เสมอ ในเพลานั้น อาภรณ์อันซอมซ่อจักกลับกลายเป็นความงดงาม แลเสื้อคลุมอันล้ำค่าจักต้องซ่อนเร้นกายประดุจสิ่งต่ำช้า ในเพลานั้น กระท่อมอันยากไร้จักได้รับการสรรเสริญยิ่งกว่าปราสาทอันฉาบด้วยทองคำ ในเพลานั้น ความพากเพียรอดทนจักมีอานุภาพยิ่งกว่าอำนาจทั้งปวงของโลก ในเพลานั้น การเชื่อฟังอันเรียบง่ายจักได้รับการยกย่องเชิดชูยิ่งกว่าปรีชาญาณทั้งปวงฝ่ายโลก
6. ในเพลานั้น มโนธรรมอันบริสุทธิ์แลดีงามจักนำมาซึ่งความเปรมปรีดิ์ยิ่งกว่าปรัชญาอันลึกล้ำ ในเพลานั้น การชิงชังทรัพย์ศฤงคารจักมีน้ำหนักยิ่งกว่าขุมทรัพย์ทั้งมวลของบุตรแห่งโลกนี้ ในเพลานั้น ท่านจักพานพบความเล้าโลมใจในการอธิษฐานด้วยกิจศรัทธา ยิ่งกว่าการเสวยโภชนาหารอันโอชะ ในเพลานั้น ท่านจักชื่นชมยินดีที่ได้สงบปากสงบคำ ยิ่งกว่าการได้เจรจาพาทีอย่างยืดยาว ในเพลานั้น กิจการอันศักดิ์สิทธิ์จักทรงพลังยิ่งกว่าถ้อยคำอันสละสลวยทั้งปวง ในเพลานั้น วิถีชีวิตอันเคร่งครัดแลความสำนึกเสียใจในบาปอันแท้จริง จักนำมาซึ่งความปีติยินดีอันลึกล้ำยิ่งกว่าความเริงรื่นทั้งสิ้นบนแผ่นดินโลก บัดนี้ จงเรียนรู้ที่จะทนทุกข์เพียงเล็กน้อยเถิด เพื่อที่ในกาลภายหน้า ท่านจักสามารถรอดพ้นจากความทุกข์ทรมานอันหนักหน่วงยิ่งกว่า จงพิสูจน์ตนเองเสียแต่ที่นี่เถิด ว่าท่านจักสามารถอดทนต่อสิ่งใดได้บ้างในกาลเบื้องหน้า บัดนี้ท่านสามารถทนรับสิ่งเล็กน้อยได้เพียงนี้ แล้วท่านจักสามารถแบกรับความทรมานอันเป็นนิรันดร์ได้อย่างไรเล่า? แม้บัดนี้ความทุกข์ยากเพียงน้อยนิดยังกระทำให้ท่านขาดความอดทนได้ถึงเพียงนี้ แล้วไฟนรกจักกระทำเช่นไรต่อท่านเล่า? จงดูเถิด เป็นที่แน่แท้แล้วว่าท่านมิอาจครอบครองสรวงสวรรค์ได้ถึงสองแห่ง คือทั้งการอิ่มหนำสำราญแลชื่นชมยินดีในโลกนี้ แลการร่วมปกครองกับพระคริสต์ในกาลเบื้องหน้า
7. แม้ตราบจนถึงวันนี้ ท่านได้ดำรงชีวิตอยู่ในเกียรติยศแลความเพลิดเพลินเจริญใจเสมอมา สรรพสิ่งเหล่านั้นจักบังเกิดคุณประโยชน์อันใดแก่ท่านเล่า หากบัดนี้ความตายมาเยือนท่านในฉับพลัน? เหตุฉะนี้ สรรพสิ่งจึงล้วนเป็นอนิจจัง เว้นเสียแต่การรักพระเจ้าแลการปรนนิบัติรับใช้พระองค์แต่เพียงผู้เดียว ด้วยว่าบุคคลผู้รักพระเจ้าด้วยสิ้นสุดดวงใจ ย่อมมิหวาดหวั่นต่อความตาย การลงทัณฑ์ การพิพากษา หรือนรกานต์ ด้วยว่าความรักอันบริบูรณ์ย่อมประทานหนทางอันมั่นคงเพื่อเข้าเฝ้าพระเจ้า ทว่าผู้ที่ยังคงเพลิดเพลินในบาป ก็หาใช่เรื่องน่าฉงนอันใดไม่ หากเขาจักหวาดกลัวความตายแลการพิพากษา ถึงกระนั้น ก็ยังเป็นสิ่งดี แม้ความรักยังมิอาจฉุดรั้งท่านให้พ้นจากความชั่วร้ายได้ อย่างน้อยความหวาดกลัวต่อนรกก็สมควรจักเหนี่ยวรั้งท่านไว้ได้ ทว่าผู้ที่ละทิ้งความยำเกรงพระเจ้า ย่อมมิอาจยืนหยัดในความดีงามได้เนิ่นนาน ทว่าจักพลัดตกลงสู่บ่วงแร้วแห่งการผจญล่อลวงของมารร้ายในไม่ช้า
(1) ปรีชาญาณ 5:1
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ในทุกกิจการที่กระทำ ข้าพเจ้าได้ระลึกถึงวันพิพากษาแลพระเนตรของพระเจ้าที่หยั่งรู้ทุกสิ่ง หรือยังคงกระทำบาปอย่างลับๆ ด้วยหลงคิดว่าหามีผู้ใดล่วงรู้?
2. ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะครอบครอง "สวรรค์สองแห่ง" โดยตามใจ “เนื้อหนังในโลกนี้” แลหวัง “บำเหน็จในโลกหน้า” หรือพร้อมที่จะบำเพ็ญตบะแลเจริญในฤทธิ์กุศลตั้งแต่บัดนี้?
บทภาวนาประจำบทที่ 24
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์พระผู้พิพากษาอันเที่ยงธรรมแลเปี่ยมด้วยพระปรีชาญาณ ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ด้วยดวงใจที่สั่นเทาเมื่อรำพึงถึงวาระแห่งการพิพากษา ขอทรงโปรดประทานความสำนึกเสียใจในบาปอันลึกซึ้งให้แก่ดวงใจของข้าพระองค์ เพื่อที่ข้าพระองค์จักได้ร่ำไห้แลชำระล้างมโนธรรมของตนให้บริสุทธิ์เสียแต่บัดนี้ ขออย่าให้ข้าพระองค์หลงใหลไปกับความสุขฝ่ายเนื้อหนัง หรือมัวเมาในเกียรติยศจอมปลอม อันจักกลายเป็นฟืนไฟเผาผลาญวิญญาณจิตในวันสุดท้าย
ขอทรงประทานพละกำลังให้ข้าพระองค์สามารถแบกรับความทุกข์ยากในโลกนี้ด้วยความอดทน เพื่อหลีกหนีจากการลงทัณฑ์อันหาที่สุดมิได้ ขอทรงช่วยพิทักษ์ข้าพระองค์ให้รอดพ้นจากบ่วงแร้วแห่งการผจญล่อลวง แลชักนำข้าพระองค์ให้ดำรงชีวิตอยู่อย่างศรัทธาชนผู้มุ่งมั่นเจริญในกิจศรัทธาแลฤทธิ์กุศล
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน