Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 2 บทตักเตือน ว่าด้วยชีวิตภายใน
บทที่ 1 ว่าด้วยชีวิตภายใน

พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ภายในท่านทั้งหลาย(1) องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ จงหันกลับมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยสิ้นสุดดวงใจของท่าน แลสละละทิ้งโลกอันน่าเวทนานี้เสีย แลท่านจักพานพบการพักผ่อนสำหรับวิญญาณจิตของท่าน จงเรียนรู้ที่จะชิงชังสิ่งภายนอก แลอุทิศตนให้แก่สิ่งภายใน แลท่านจักได้เห็นพระอาณาจักรของพระเจ้าเสด็จมาภายในตัวท่าน ด้วยว่าพระอาณาจักรของพระเจ้านั้นคือสันติสุขแลความชื่นชมยินดีในพระจิตเจ้า แลสิ่งนี้หาได้ถูกประทานให้แก่ชนผู้อธรรมไม่ พระคริสต์จักเสด็จมาหาท่าน แลสำแดงความเล้าโลมใจของพระองค์แก่ท่าน แม้ท่านได้ตระเตรียมเคหสถานอันคู่ควรไว้สำหรับพระองค์ภายในตัวท่าน พระสิริรุ่งโรจน์แลความงดงามทั้งสิ้นของพระองค์ล้วนมาจากภายใน แล ณ ที่แห่งนั้นแลที่พระองค์พอพระทัยจักพำนักอยู่ พระองค์มักเสด็จมาเยือนมนุษย์ภายใน แลสนทนาพาทีกับเขาด้วยความหวานชื่น ประทานความเล้าโลมใจอันบรรเทาทุกข์ สันติสุขอันล้นเหลือ แลมิตรภาพอันวิเศษสุด

2. มาเถิด วิญญาณจิตผู้ซื่อสัตย์ จงตระเตรียมดวงใจของท่านให้พร้อมสำหรับองค์เจ้าบ่าวผู้นี้ เพื่อพระองค์จักทรงพระกรุณาเสด็จมาหาท่าน แลพำนักอยู่ภายในตัวท่าน ด้วยพระองค์ตรัสไว้เช่นนี้ว่า ผู้ใดรักเรา ผู้นั้นจักประพฤติตามวาจาของเรา แลพระบิดาของเราจักทรงรักเขา แลเราทั้งสองจักมาหาเขา แลจักพำนักอยู่กับเขา(2) เหตุฉะนี้ จงมอบสถานที่ให้แก่พระคริสต์ แลปฏิเสธมิให้ผู้อื่นใดล่วงล้ำเข้ามา เมื่อท่านมีพระคริสต์ ท่านย่อมมั่งมี แลมีเพียงพอแล้ว พระองค์จักทรงเป็นผู้จัดเตรียมแลเป็นยามเฝ้าระวังผู้ซื่อสัตย์ของท่านในสรรพสิ่ง เพื่อที่ท่านจักมิต้องวางใจในมนุษย์ ด้วยว่ามนุษย์ย่อมแปรเปลี่ยนไปในไม่ช้าแลล่วงลับผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่าพระคริสต์ทรงดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ แลประทับยืนเคียงข้างเราอย่างมั่นคงตราบจนวาระสุดท้าย

3. หาควรวางความไว้วางใจอันยิ่งใหญ่ไว้ในมนุษย์ผู้เปราะบางแลต้องตายไม่ แม้ว่าเขาจักเป็นประโยชน์แลเป็นที่รักยิ่งของเราก็ตาม แลก็หาควรบังเกิดความโศกเศร้าอันยิ่งใหญ่ภายในใจเราไม่ แม้บางคราวเขาจักต่อต้านแลขัดแย้งกับเรา ผู้ที่อยู่ฝ่ายท่านในวันนี้ พรุ่งนี้อาจหันมาเป็นปรปักษ์ต่อท่าน แลบ่อยครั้งเขาทั้งหลายก็ผันแปรไปมาดุจสายลม จงวางความไว้วางใจทั้งสิ้นของท่านไว้ในพระเจ้า แลให้พระองค์ทรงเป็นความยำเกรงแลความรักของท่าน พระองค์จักทรงตอบแทนแทนท่านเอง แลจักทรงกระทำสิ่งอันประเสริฐสุดให้แก่ท่าน ณ ที่แห่งนี้ท่านหามีนครอันถาวรไม่(3) แลไม่ว่าท่านจักอยู่ ณ หนแห่งใด ท่านก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าแลผู้จาริก แลท่านจักหามีวันได้รับการพักผ่อนไม่ เว้นเสียแต่ท่านจักผนึกแนบสนิทกับพระคริสต์ภายในตัวท่าน

4. เหตุไฉนท่านจึงกวาดสายตาไปทางนี้ทีทางโน้นที ในเมื่อที่แห่งนี้หาใช่สถานที่พักผ่อนของท่านไม่? เคหสถานของท่านพึงตั้งอยู่บนสรวงสวรรค์ แลสรรพสิ่งฝ่ายโลกสมควรถูกมองประหนึ่งสิ่งซึ่งเพียงแค่เดินผ่านพ้นไป สรรพสิ่งล้วนล่วงเลยดับสูญไป แลตัวท่านเองก็เฉกเช่นเดียวกัน จงระแวดระวังมิให้ท่านยึดติดผูกพันกับสิ่งเหล่านั้น เกรงว่าท่านจักถูกล่อลวงไปพร้อมกับมันแลต้องพินาศ จงให้การเพ่งพินิจของท่านอยู่ที่องค์พระผู้สูงสุด แลให้คำวิงวอนของท่านมุ่งตรงไปยังพระคริสต์โดยมิหยุดหย่อน แม้ท่านมิอาจทอดทัศนาสิ่งอันสูงส่งแลฝ่ายสวรรค์ได้ ก็จงพักพิงอยู่ในพระมหาทรมานของพระคริสต์ แลพำนักอยู่ในพระบาดแผลอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ด้วยความเต็มใจเถิด ด้วยว่าแม้ท่านโบยบินไปยังพระบาดแผลของพระเยซูด้วยกิจศรัทธา แลไปยังรอยประทับอันล้ำค่าแห่งตะปูแลหอก ท่านย่อมพานพบความเล้าโลมใจอันยิ่งใหญ่ท่ามกลางความทุกขเวทนา แลการสบประมาทของมนุษย์จักมิอาจรบกวนจิตใจท่านได้มากนัก แลท่านจักสามารถอดทนต่อถ้อยคำอันไร้ความเมตตาของพวกเขาได้โดยง่าย

5. เมื่อพระคริสต์ทรงประทับอยู่ในโลก พระองค์ก็ทรงถูกมนุษย์ดูแคลนแลปฏิเสธเช่นกัน แลในยามที่ทรงขัดสนถึงขีดสุด คนรู้จักแลมิตรสหายก็ทอดทิ้งพระองค์ให้แบกรับคำติเตียนเหล่านี้เพียงลำพัง พระคริสต์ทรงเต็มพระทัยที่จะทนทุกข์แลถูกดูแคลน แล้วท่านยังกล้าที่จะพร่ำบ่นต่อสิ่งใดอีกหรือ? พระคริสต์ทรงมีปรปักษ์แลผู้กล่าวร้าย แล้วท่านยังปรารถนาจักให้มนุษย์ทั้งปวงเป็นมิตรสหายแลผู้มีพระคุณของท่านอีกหรือ? ความพากเพียรของท่านจักได้รับมงกุฎแห่งชัยชนะจากที่ใดเล่า แม้หามีความทุกข์ยากใดบังเกิดขึ้นกับท่านเลย? แม้ท่านมิเต็มใจที่จะอดทนต่อความทุกข์ยากใดๆ แล้วท่านจักเป็นมิตรสหายของพระคริสต์ได้อย่างไรเล่า? จงค้ำชูตนเองไว้กับพระคริสต์ แลเพื่อพระคริสต์เถิด แม้ท่านปรารถนาจักร่วมปกครองกับพระคริสต์

6. แม้ท่านได้เคยล่วงล้ำเข้าไปในพระหฤทัยของพระเยซูแม้เพียงครั้งหนึ่ง แลได้ลิ้มรสความรักอันอ่อนโยนของพระองค์แม้เพียงน้อยนิด เมื่อนั้นท่านจักหาได้แยแสต่อความสะดวกสบายหรือความยากลำบากของตนเองไม่ ทว่าจักยิ่งชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากที่ถาโถมเข้าใส่ท่านเสียด้วยซ้ำ ด้วยว่าความรักของพระเยซูย่อมกระทำให้มนุษย์ชิงชังตนเอง ชนผู้ซึ่งรักพระเยซู แลมีความสัตย์จริงในภายใน ทั้งยังเป็นอิสระจากความผูกพันอันเกินพอดี ย่อมสามารถหันตนเองเข้าหาพระเจ้าได้อย่างฉับไว แลยกระดับวิญญาณจิตของตนให้สูงขึ้นเหนือตนเอง แลชื่นชมในสันติสุขอันบังเกิดผล

7. ชนผู้ซึ่งหยั่งรู้สรรพสิ่งตามที่มันเป็นอยู่จริง หาใช่ตามที่ถูกกล่าวขานหรือตามที่ปรากฏให้เห็นไม่ เขาผู้นั้นแลคือผู้มีปรีชาญาณอย่างแท้จริง แลได้รับการสั่งสอนจากพระเจ้ามากกว่าจากมนุษย์ ชนผู้ซึ่งล่วงรู้วิธีที่จะดำเนินชีวิตจากภายใน แลให้คุณค่าแก่สิ่งภายนอกเพียงน้อยนิด ย่อมมิต้องการสถานที่ แลมิรีรอให้ถึงฤดูกาล เพื่อที่จะสนทนาพาทีกับพระเจ้า มนุษย์ภายในย่อมรวบรวมสติของตนกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุว่าเขามิเคยปล่อยปละละทิ้งตนเองให้แก่สิ่งภายนอกอย่างสิ้นเชิง หามีการตรากตรำภายนอก หรือกิจวัตรอันจำเป็นใดๆ มายืนขวางมรรคาของเขาได้ไม่ ทว่าเมื่อเหตุการณ์ใดบังเกิดขึ้น เขาก็ย่อมปรับตัวให้เข้ากับสิ่งเหล่านั้นได้เสมอ ชนผู้ซึ่งได้รับการจัดเตรียมแลจัดระเบียบภายในอย่างถูกต้อง ย่อมหาได้แยแสต่อพฤติกรรมอันแปลกประหลาดแลวิปริตของมนุษย์ไม่ มนุษย์ย่อมถูกขัดขวางแลทำให้ว้าวุ่นใจ ก็ต่อเมื่อเขาถูกขับเคลื่อนโดยสิ่งภายนอกเท่านั้น

8. แม้ท่านอยู่ในสภาวะอันดีงาม แลได้รับการชำระล้างให้บริสุทธิ์จากความชั่วร้ายแล้ว สรรพสิ่งก็ย่อมประสานร่วมมือกันเพื่อความดีงามแลคุณประโยชน์ของท่าน ทว่าด้วยเหตุนี้เอง ที่สรรพสิ่งอันมากหลายจึงกระทำให้ท่านขัดเคืองแลรบกวนจิตใจท่านอยู่บ่อยครั้ง นั่นคือเหตุที่ว่าท่านยังมิได้ตายจากตนเองอย่างบริบูรณ์ แลยังมิได้ตัดขาดจากสรรพสิ่งฝ่ายโลก หามีสิ่งใดที่ทำให้ดวงใจของมนุษย์แปดเปื้อนแลพัวพันยุ่งเหยิง ได้เท่ากับความรักอันมลทินที่มีต่อสรรพสิ่งที่ถูกเนรมิตสร้างขึ้น แม้ท่านปฏิเสธความเล้าโลมใจภายนอก ท่านก็จักสามารถเพ่งพินิจสิ่งฝ่ายสวรรค์ แลชื่นชมยินดีอยู่ภายในได้อยู่เนืองๆ

(1) ลูกา 17:21 (2) ยอห์น 14:23 (3) ฮีบรู 13:14

 

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต

1. ข้าพเจ้ากำลังแสวงหาความมั่นคงแลความเล้าโลมใจจากสิ่งภายนอกและจากมนุษย์ หรือได้ตระเตรียมดวงใจเป็นเคหสถานอันเงียบสงบเพื่อให้พระคริสต์เข้ามาพำนัก?

2. เมื่อถูกสบประมาทหรือเผชิญความยากลำบาก ข้าพเจ้าโกรธเคืองพร่ำบ่น หรือยินดีที่จะเพ่งพินิจรอยพระบาดแผลแห่งกางเขนและอดทนร่วมกับพระองค์?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 1

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์เจ้าบ่าวแห่งวิญญาณจิต ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงโปรดดึงความสนใจของข้าพระองค์ให้ออกห่างจากความวุ่นวายแลสิ่งอนิจจังภายนอก เพื่อหันกลับมาจัดเตรียมเคหสถานภายในดวงใจให้คู่ควรแก่การเสด็จมาเยือนของพระองค์ ขออย่าให้ข้าพระองค์วางใจในมนุษย์หรือความสะดวกสบายทางเนื้อหนัง ทว่าแสวงหาการพักพิงในรอยพระบาดแผลอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว

ขอทรงประทานพละกำลังให้ข้าพระองค์สามารถชิงชังตนเองแลน้อมรับความทุกข์ยากประดุจมงกุฎแห่งความพากเพียร ขอทรงช่วยให้มโนธรรมของข้าพระองค์หลุดพ้นจากความผูกพันอันมลทินต่อสิ่งฝ่ายโลก เพื่อที่ข้าพระองค์จักได้สนทนาพาทีกับพระองค์ด้วยสันติสุขอันปราศจากการรบกวน

ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 2 บทตักเตือน ว่าด้วยชีวิตภายใน

บทที่ 1 ว่าด้วยชีวิตภายใน