Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 2 บทตักเตือน ว่าด้วยชีวิตภายใน
บทที่ 3 ว่าด้วยชนผู้ดีงามแลรักสันติ

ในเบื้องต้น จงรักษาตัวท่านเองให้อยู่ในสันติสุขเสียก่อน แลเมื่อนั้นท่านจึงจักสามารถเป็นผู้สร้างสันติให้แก่ผู้อื่นได้ ชนผู้รักสันติย่อมกระทำคุณประโยชน์ได้มากยิ่งกว่าชนผู้คงแก่เรียน ชนผู้มุทะลุรุนแรงย่อมแปรเปลี่ยนแม้ความดีให้กลายเป็นความชั่ว แลหลงเชื่อในความชั่วร้ายได้โดยง่าย ทว่าชนผู้ดีงามแลรักสันติย่อมแปรเปลี่ยนสรรพสิ่งให้กลายเป็นความดีงาม บุคคลผู้พำนักอยู่ในสันติสุขย่อมมิหวาดระแวงผู้ใด ทว่าผู้ที่มิพึงพอใจแลกระสับกระส่าย ย่อมถูกซัดสาดไปด้วยความหวาดระแวงอันมากหลาย ทั้งเขายังมิอาจสงบใจตนเอง แลมิยอมให้ผู้อื่นได้รับความสงบอีกด้วย บ่อยครั้งเขามักเอื้อนเอ่ยในสิ่งที่ตนมิควรกล่าว แลละเลยในสิ่งที่สมควรกระทำยิ่งกว่า เขามักเพ่งเล็งว่าผู้อื่นมีพันธะหน้าที่อันใด ทว่ากลับเพิกเฉยต่อหน้าที่ซึ่งตนเองมีพันธะต้องกระทำ เหตุฉะนี้ จงเอาใจใส่ด้วยความร้อนรนต่อตัวท่านเองเป็นปฐมเถิด แลเมื่อนั้นท่านจึงจักสามารถเอาใจใส่ต่อเพื่อนบ้านของท่านได้อย่างชอบธรรม

2. ท่านล่วงรู้วิธีที่จะกล่าวแก้ตัวแลระบายสีสันให้แก่การกระทำของตนเองเป็นอย่างดี ทว่าท่านกลับมิยอมรับฟังข้อแก้ตัวของผู้อื่นเลย จะเป็นความยุติธรรมยิ่งกว่า หากท่านจักกล่าวโทษตัวท่านเอง แลยกข้ออ้างแก้ตัวให้แก่พี่น้องของท่าน แม้ท่านปรารถนาจักให้ผู้อื่นอดทนแบกรับท่าน ท่านก็จงอดทนแบกรับผู้อื่นเถิด จงดูเถิดว่า บัดนี้ท่านยังคงห่างไกลเพียงใดจากความเมตตาปรานีแลความถ่อมใจอันแท้จริง ซึ่งมิรู้จักการโกรธเกรี้ยวหรือขัดเคืองใจต่อผู้ใด เว้นเสียแต่ต่อตนเองแต่เพียงผู้เดียว หาใช่เรื่องยิ่งใหญ่ประการใดไม่ ในการคบหาสมาคมกับชนผู้ดีงามแลสุภาพอ่อนโยน ด้วยว่าสิ่งนี้เป็นที่ชื่นชอบตามธรรมชาติสำหรับคนทั้งปวง แลเราแต่ละคนย่อมยินดีที่จะเพลิดเพลินกับสันติสุข แลพอใจในผู้ที่มีความคิดเห็นพ้องกับเรามากที่สุด ทว่าการที่สามารถดำรงชีวิตอย่างสันติกับชนผู้กระด้างกระเดื่องแลวิปริต หรือกับชนผู้ไร้ระเบียบวินัย หรือผู้ที่ตั้งตนเป็นปรปักษ์ต่อเรา สิ่งนี้แลคือพระสิริคุณอันยิ่งใหญ่ แลเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การสรรเสริญยิ่งนัก ทั้งยังสง่างามที่สุดสำหรับมนุษย์ผู้หนึ่ง

3. มีชนบางคนที่รักษาตนให้อยู่ในสันติสุข แลธำรงสันติสุขร่วมกับผู้อื่นด้วย แลมีชนบางคนที่ตนเองก็หามีสันติสุขไม่ แลยังมิยอมให้ผู้อื่นมีสันติสุขด้วย เขาทั้งหลายเป็นผู้สร้างความวุ่นวายให้แก่ผู้อื่น ทว่ามักเป็นผู้สร้างความวุ่นวายให้แก่ตนเองมากยิ่งกว่า แลมีชนผู้ซึ่งรักษาตนอยู่ในสันติสุข แลเพียรพยายามที่จะนำพาผู้อื่นไปสู่สันติสุข ถึงกระนั้น สันติสุขทั้งปวงของเราในชีวิตอันน่าสลดนี้ ย่อมสถิตอยู่ในการยอมทนทุกข์ด้วยความถ่อมใจ ยิ่งกว่าการมิรู้สึกรู้สาต่อความทุกข์ยาก ผู้ที่ล่วงรู้วิธีที่จะทนทุกข์ได้ดีที่สุด จักเป็นผู้ได้ครอบครองสันติสุขมากที่สุด มนุษย์ผู้นั้นแลคือผู้พิชิตตนเอง แลเป็นเจ้านายเหนือโลก เป็นมิตรสหายของพระคริสต์ แลเป็นผู้รับมรดกแห่งสรวงสวรรค์

 

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต

1. ข้าพเจ้ามักเพ่งเล็งจับผิดข้อบกพร่องของผู้อื่น แลรีบกล่าวแก้ตัวให้ตนเอง หรือได้หันมาพินิจพิเคราะห์แลกล่าวโทษตนเองเป็นอันดับแรกเพื่อให้บังเกิดสันติสุข?

2. ข้าพเจ้ารักที่จะคบหาเพียงผู้ที่เห็นพ้องกับตนเอง หรือพร้อมที่จะบากบั่นอดทนเพื่อรักษาความสงบสุขเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้ที่กระด้างกระเดื่องแลขัดแย้งกับข้าพเจ้า?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 3

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ผู้ประทานสันติสุขอันล้ำลึก ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงโปรดชำระดวงใจของข้าพระองค์ให้ปราศจากความหวาดระแวง แลความมุทะลุรุนแรงอันมักทำลายสันติสุข ขอทรงประทานพระสิริคุณให้ข้าพระองค์ล่วงรู้วิธีที่จะสงบใจตนเอง แลเพียรพยายามเป็นผู้นำพาสันติสุขไปสู่เพื่อนพี่น้อง

ขอทรงสอนให้ข้าพระองค์มองข้ามความบกพร่องของผู้อื่น แลบากบั่นแก้ไขวิญญาณจิตของตนเองอย่างร้อนรน ขออย่าให้ข้าพระองค์ย่อท้อเมื่อต้องทนทุกข์กับชนผู้ดื้อรั้น ทว่าขอให้ถือเป็นวาระแห่งการหล่อหลอมฤทธิ์กุศลแห่งความถ่อมใจแลความพากเพียร

ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 2 บทตักเตือน ว่าด้วยชีวิตภายใน

บทที่ 3 ว่าด้วยชนผู้ดีงามแลรักสันติ