Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน
บทที่ 5 ว่าด้วยพลานุภาพอันอัศจรรย์แห่งความรักของพระเจ้า

ข้าพเจ้าขอถวายพระพรแด่พระองค์ โอ พระบิดาเจ้าสวรรค์ พระบิดาขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าของข้าพเจ้า ผู้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ระลึกถึงข้าพเจ้า ผู้ยากไร้คนนี้ โอ พระบิดาแห่งความเมตตา แลพระเจ้าแห่งความปลอบประโลมทั้งปวง(1) ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณพระองค์ ผู้ทรงหล่อเลี้ยงข้าพเจ้าด้วยความปลอบประโลมของพระองค์ในบางคราว ในยามที่ข้าพเจ้าไม่คู่ควรต่อความปลอบประโลมประการใดเลย ข้าพเจ้าขอถวายพระพรแลสรรเสริญพระองค์อยู่เสมอ พร้อมด้วยพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ แลพระจิตเจ้า ผู้ทรงเป็นองค์ผู้ปลอบประโลม ตลอดนิรันดร โอ องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้า ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งแห่งดวงจิตของข้าพระองค์ ในยามที่พระองค์เสด็จเข้ามาในดวงใจของข้าพระองค์ อวัยวะภายในทั้งมวลของข้าพระองค์ย่อมชื่นชมยินดี พระองค์ทรงเป็นสิริรุ่งโรจน์แลเป็นความชื่นชมยินดีแห่งดวงใจของข้าพระองค์ พระองค์ทรงเป็นความหวังแลที่ลี้ภัยของข้าพระองค์ในวันแห่งความทุกข์ยาก

2. ทว่าเพราะข้าพเจ้านั้นยังอ่อนแอในความรัก แลไร้ซึ่งความบริบูรณ์ในฤทธิ์กุศล ข้าพเจ้าจึงจำเป็นต้องได้รับการเสริมกำลังแลความปลอบประโลมจากพระองค์ เหตุฉะนี้ ขอพระองค์โปรดเสด็จมาเยี่ยมเยียนข้าพระองค์บ่อยครั้ง แลสั่งสอนข้าพระองค์ด้วยวิถีแห่งวินัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ โปรดปลดปล่อยข้าพระองค์จากกิเลสอันชั่วร้าย แลชำระดวงใจของข้าพระองค์ให้บริสุทธิ์จากความเสน่หาที่ไม่เป็นระเบียบทั้งปวง เพื่อที่เมื่อได้รับการรักษาแลชำระให้บริสุทธิ์หมดจดภายในแล้ว ข้าพเจ้าจักได้พร้อมที่จะรัก เข้มแข็งที่จะทนทุกข์ แลมั่นคงที่จะอดทน

3. ความรักเป็นสิ่งอันยิ่งใหญ่ เป็นความดีงามที่เหนือกว่าสิ่งอื่นใด ซึ่งเพียงสิ่งนี้สิ่งเดียวที่ทำให้ภาระอันหนักอึ้งทุกประการกลายเป็นของเบาบาง แลทำให้ทุกสิ่งที่เหลื่อมล้ำมีความเสมอภาค ด้วยว่ามันแบกภาระไว้โดยไม่ทำให้สิ่งนั้นเป็นภาระ มันทำให้ทุกสิ่งที่ขมขื่นกลายเป็นหวานชื่นแลมีรสอันดีงาม ความรักที่เหนือคำบรรยายของพระเยซูนั้นผลักดันให้กระทำกิจการอันยิ่งใหญ่ แลกระตุ้นให้เกิดความปรารถนาอย่างต่อเนื่องถึงความสมบูรณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่า ความรักย่อมปรารถนาจะถูกยกขึ้นสูง แลไม่ยอมถูกรั้งไว้โดยสิ่งต่ำต้อยใดๆ ความรักย่อมปรารถนาจะเป็นอิสระแลปลีกตัวออกจากความเสน่หาทางโลกทั้งปวง เกรงว่าวิสัยทัศน์ภายในของมันจะถูกขัดขวาง เกรงว่ามันจะถูกพัวพันโดยความมั่งคั่งทางโลกหรือถูกพิชิตโดยความทุกข์ยาก หามีสิ่งใดหวานชื่นยิ่งกว่าความรัก หามีสิ่งใดเข้มแข็งกว่า หามีสิ่งใดสูงส่งกว่า กว้างขวางกว่า น่ารื่นรมย์กว่า หรือเต็มเปี่ยมแลดีงามยิ่งกว่า ทั้งในสรวงสวรรค์แลบนแผ่นดินโลก เพราะความรักนั้นบังเกิดจากพระเจ้า แลไม่อาจพักพิงได้หากมิใช่ในพระเจ้า เหนือสรรพสิ่งที่ถูกเนรมิตสร้างขึ้นทั้งปวง

4. ผู้ที่รักย่อมโผบิน วิ่งไป แลเปรมปรีดิ์ เขาย่อมเป็นอิสระแลไร้ซึ่งเครื่องกีดขวาง เขามอบทุกสิ่งเพื่อแลกกับทุกสิ่ง แลมีทุกสิ่งในทุกสิ่ง เพราะเขาพักพิงอยู่ในองค์เดียวผู้ทรงอยู่เหนือสรรพสิ่ง ผู้ซึ่งความดีงามทุกประการหลั่งไหลแลบังเกิดจากพระองค์ เขามิได้มุ่งแสวงหาของกำนัล ทว่าหันเข้าหาองค์ผู้ประทานซึ่งอยู่เหนือความดีงามทั้งปวง ความรักมักไม่รู้จักการวัดตวง ทว่าล้นทะลักอยู่เหนือการวัดตวงทั้งปวง ความรักไม่รู้สึกถึงภาระ ไม่คำนวณถึงความตรากตรำ มุ่งแสวงหามากกว่าสิ่งที่ตนสามารถกระทำได้ ไม่กล่าวคำว่า "เป็นไปไม่ได้" เพราะมันตัดสินว่าทุกสิ่งที่ชอบธรรมสำหรับตนนั้นเป็นไปได้ มันจึงเข้มแข็งในทุกสิ่งแลทำให้หลายสิ่งสัมฤทธิ์ผล แลประสบความสำเร็จในที่ซึ่งผู้ที่ปราศจากความรักล้มเหลวแลยอมจำนน

5. ความรักย่อมเฝ้าระวัง แม้ในยามหลับใหลมันก็ยังคงเฝ้าระวังอยู่ แม้จะเหนื่อยล้าแต่ก็ไม่ท้อถอย แม้ถูกกดดันก็ไม่ยอมจำนน แม้ถูกทำให้ตกใจก็ไม่หวาดกลัว ทว่าดั่งเปลวไฟที่มีชีวิตแลคบเพลิงที่ลุกโชน มันย่อมโชติช่วงขึ้นสู่เบื้องสูงแลมีชัยชนะอย่างปลอดภัย หากมนุษย์ผู้ใดมีความรัก เขาย่อมรู้ว่าเสียงนี้ร้องเรียกสิ่งใด เพราะความเสน่หาที่ร้อนรนแห่งวิญญาณจิตนั้นคือเสียงกึกก้องในพระกรรณของพระเจ้า แลมันกล่าวว่า พระเจ้าของข้าพเจ้า ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของข้าพเจ้า! พระองค์ทรงเป็นทุกสิ่งของข้าพเจ้า แลข้าพเจ้าเป็นของพระองค์ทั้งสิ้น

6. ขอพระองค์ทรงขยายข้าพเจ้าในความรัก เพื่อข้าพเจ้าจักได้เรียนรู้ที่จะลิ้มรสด้วยปากส่วนลึกที่สุดแห่งดวงใจว่า การรัก การถูกละลาย แลการแหวกว่ายอยู่ในความรักนั้นหวานชื่นเพียงใด ขอให้ข้าพเจ้าถูกยึดเหนี่ยวไว้ด้วยความรัก ก้าวข้ามตัวข้าพเจ้าเองผ่านความร้อนรนแลความชื่นชมอันเหลือประมาณ ขอให้ข้าพเจ้าขับร้องบทเพลงแห่งความรัก ให้ข้าพเจ้าติดตามพระองค์ ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของข้าพเจ้าไปสู่เบื้องสูง ให้ดวงจิตของข้าพเจ้าเผาผลาญตนเองในการสรรเสริญพระองค์ โดยเปรมปรีดิ์ด้วยความรัก ขอให้ข้าพเจ้ารักพระองค์ยิ่งกว่ารักตนเอง โดยไม่รักตนเองเว้นแต่เพื่อเห็นแก่พระองค์ แลรักมนุษย์ทุกคนในพระองค์ ผู้ซึ่งรักพระองค์อย่างแท้จริง ดั่งที่ธรรมบัญญัติแห่งความรักได้สั่งไว้ ซึ่งส่องสว่างออกมาจากพระองค์

7. ความรักนั้นว่องไว จริงใจ เลื่อมใส น่ารื่นรมย์ อ่อนโยน เข้มแข็ง พากเพียร ซื่อสัตย์ รอบคอบ อดทน กล้าหาญ แลไม่แสวงหาประโยชน์ส่วนตน เพราะไม่ว่าที่ใดที่มนุษย์แสวงหาประโยชน์ของตน ที่นั่นเขาย่อมตกต่ำจากความรัก ความรักนั้นระแวดระวัง ถ่อมตน แลเที่ยงธรรม ไม่เฉื่อยชา ไม่โลเล ไม่มุ่งเน้นในสิ่งที่ไร้ค่า สุขุม บริสุทธิ์ มั่นคง สงบ แลเฝ้าระวังในประสาทสัมผัสทั้งปวง ความรักย่อมอยู่ภายใต้การปกครองแลเชื่อฟังผู้มีอำนาจ เป็นสิ่งที่ต่ำต้อยแลถ่อมตัวในสายตาของตนเอง มีกิจศรัทธาแลกตัญญูต่อพระเจ้า ซื่อสัตย์แลวางใจในพระองค์เสมอแม้ในยามที่พระเจ้าทรงซ่อนพระพักตร์ เพราะหากปราศจากความโศกเศร้า เราก็มิอาจดำรงชีวิตอยู่ในความรักได้

8. ผู้ใดที่มิพร้อมจะทนทุกข์ในทุกสิ่ง แลหล่อหลอมตนเองให้เข้ากับพระประสงค์ของผู้เป็นที่รักยิ่ง ผู้นั้นก็ไม่คู่ควรที่จะถูกเรียกว่าเป็นผู้รักพระเจ้า เป็นหน้าที่ของผู้ที่รักที่จะโอบกอดทุกสิ่งที่ยากลำบากแลขมขื่นด้วยความเต็มใจเพื่อเห็นแก่ผู้เป็นที่รักยิ่ง แลจะไม่ถูกชักนำไปจากพระองค์เพราะเหตุการณ์อันเลวร้ายใดๆ ทั้งสิ้น

(1) 2 โครินธ์ 1:3

 

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต

1. ข้าพเจ้ากำลังรักพระเจ้าด้วยความรักที่เสียสละและไม่แสวงหาประโยชน์ส่วนตน หรือรักพระองค์เพียงเพื่อได้รับความปลอบประโลมใจและความสำเร็จทางโลก?

2. ข้าพเจ้าพร้อมที่จะโอบกอดความทุกข์ยากและความยากลำบากด้วยความเต็มใจ เพื่อพิสูจน์ถึงความรักและความซื่อสัตย์ที่มีต่อพระองค์หรือไม่?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 5

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์พระผู้เป็นที่รักยิ่ง ผู้ทรงเป็นบ่อเกิดแห่งความรักทั้งมวล ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงโปรดขยายดวงใจของข้าพระองค์ด้วยพระหรรษทานแห่งความรัก เพื่อให้ข้าพระองค์รักพระองค์ยิ่งกว่าสิ่งใด รักพระองค์ยิ่งกว่ารักตนเอง

โปรดให้ความรักของข้าพระองค์เป็นดั่งเปลวไฟที่โชติช่วง มุ่งมั่นโผบินไปสู่พระองค์เหนือความทุกข์ยากและความวุ่นวายทั้งปวงในโลกนี้ ขอทรงประทานความอดทน ความซื่อสัตย์ และความถ่อมใจแก่ข้าพระองค์ เพื่อที่ข้าพระองค์จะสามารถโอบกอดกางเขนแห่งชีวิตด้วยความเต็มใจ ทั้งในยามที่ได้รับความปลอบประโลม และในยามที่พระองค์ทรงซ่อนพระพักตร์ ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน

บทที่ 5 ว่าด้วยพลานุภาพอันอัศจรรย์แห่งความรักของพระเจ้า