Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน
บทที่ 6 ว่าด้วยการพิสูจน์ผู้ที่รักอย่างแท้จริง

“บุตรของเราเอ๋ย เจ้ายังมิได้เข้มแข็งแลรอบคอบพอในความรักของเจ้า”

2. ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า เหตุไฉนจึงเป็นเช่นนั้นเล่า?

3. “เพราะเมื่อเผชิญกับการต่อต้านเพียงน้อยนิด เจ้าก็ละทิ้งความตั้งใจของเจ้าเสีย แลแสวงหาความปลอบประโลมอย่างกระวนกระวายจนเกินไป ผู้ที่รักอย่างเข้มแข็งย่อมยืนหยัดมั่นคงในการผจญล่อลวง แลมิเชื่อในคำชักจูงอันชั่วร้ายของศัตรู ในยามที่ได้รับความรุ่งเรืองเราย่อมเป็นที่พอใจแก่เขา เช่นใด ในยามทุกข์ยากเราย่อมมิเป็นที่ขัดเคืองใจแก่เขา เช่นนั้น”

4. “ผู้ที่รักอย่างรอบคอบย่อมมิได้คำนึงถึงของกำนัลของผู้ให้มากเท่ากับความรักขององค์ผู้ประทาน เขามองหาความเสน่หามากกว่ามูลค่าของสิ่งนั้น แลจัดให้ของกำนัลทั้งปวงอยู่ต่ำกว่าองค์ผู้เป็นที่รักยิ่ง ผู้ที่รักอย่างสูงส่งย่อมมิได้พักพิงอยู่ในของกำนัล ทว่าพักพิงอยู่ในเราผู้ทรงอยู่เหนือของกำนัลทั้งปวง”

5. “ทุกสิ่งมิได้สูญสิ้นไป แม้บางคราวเจ้าจะนึกถึงเราหรือบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของเราน้อยกว่าที่เจ้าควรจะปรารถนา ความเสน่หาอันดีงามแลหวานชื่นที่เจ้าสัมผัสได้ในบางคราวนั้น เป็นผลพวงของพระหรรษทานในปัจจุบัน แลเป็นเสมือนรสสัมผัสล่วงหน้าของแผ่นดินสวรรค์ ทว่าเจ้าอย่าได้พึ่งพาสิ่งนั้นจนเกินไป ด้วยว่ามันมาแล้วก็ไป ทว่าการต่อสู้กับแรงกระตุ้นอันชั่วร้ายของจิตใจที่บังเกิดขึ้นแก่เรา แลการต้านทานคำชักจูงของมารร้าย นั่นแหละคือเครื่องหมายแห่งฤทธิ์กุศลแลบุญกุศลอันยิ่งใหญ่”

6. “เหตุฉะนี้ อย่าให้จินตนาการอันแปลกประหลาดมารบกวนเจ้า ไม่ว่ามันจะมาจากที่ใดก็ตาม จงเฝ้าสังเกตเป้าหมายแลความตั้งใจอันเที่ยงธรรมของเจ้าที่มีต่อพระเจ้าอย่างกล้าหาญ การที่บางคราวเจ้าถูกฉุดดึงเข้าไปสู่ความปีติยินดีอย่างกะทันหัน แล้วถูกพาตัวกลับมาสู่ความไร้สาระตามปกติของจิตใจเจ้าอีกครั้งนั้น มิใช่ภาพลวงตาหรอก ด้วยว่าเจ้าได้ทนรับสิ่งเหล่านั้นด้วยความไม่เต็มใจมากกว่าที่จะเป็นผู้ก่อมันขึ้นมา แลตราบใดที่สิ่งเหล่านั้นทำให้เจ้าไม่พอใจแลเจ้าต่อสู้กับมัน นั่นถือเป็นบุญกุศลแลมิใช่ความสูญเสีย”

7. “จงรู้ไว้เถิดว่าศัตรูเก่าของเจ้าพยายามอย่างเต็มที่ที่จะขัดขวางการแสวงหาความดีของเจ้า แลกีดกันเจ้าจากกิจศรัทธาทุกประการ กล่าวคือ การเพ่งพินิจถึงบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์, การรำลึกถึงพระมหาทรมานของเราด้วยความเลื่อมใส, การทบทวนความผิดบาปอย่างเป็นประโยชน์, การเฝ้ารักษาดวงใจของเจ้าเอง, แลความตั้งใจอันมั่นคงที่จะเจริญขึ้นในฤทธิ์กุศล มันชักจูงเจ้าด้วยความคิดชั่วร้ายมากมาย เพื่อมันจักได้กระทำให้เจ้าเหนื่อยหน่ายแลหวาดกลัว เพื่อดึงเจ้าออกจากการสวดภาวนาแลการอ่านหนังสือศักดิ์สิทธิ์ การสารภาพบาปด้วยความถ่อมใจเป็นสิ่งที่ทำให้มันไม่พอใจแลหากมันทำได้ มันคงทำให้เจ้าหยุดรับศีลมหาสนิทไปแล้ว อย่าเชื่อมันอย่าได้ฟังมัน แม้หลายต่อหลายครั้งมันจะวางกับดักแห่งการล่อลวงไว้ให้เจ้าก็ตาม จงถือว่าความคิดชั่วร้ายแลมลทินนั้นมาจากมัน จงกล่าวแก่ันว่า ‘จงถอยไป เจ้าวิญญาณมลทิน จงอับอายเถิด เจ้าผู้พินาศ เจ้าช่างสกปรกโสมมยิ่งนักที่นำสิ่งเหล่านี้มาสู่หูของข้า จงถอยไปจากข้า เจ้าผู้ล่อลวงที่น่ารังเกียจ เจ้าจะไม่มีส่วนใดในข้า ทว่าพระเยซูจักสถิตอยู่กับข้า ประดุจนายทหารผู้เข้มแข็ง แลเจ้าจักต้องยืนอยู่อย่างอับอาย ข้าขอยอมตายแลทนทุกข์ทั้งปวง ดีกว่าจะยินยอมตามเจ้า จงเงียบเสียงแลเป็นใบ้เสียเถิด ข้าจะไม่ฟังเจ้าอีก แม้เจ้าจะวางกับดักไว้ต่อข้าอีกก็ตาม องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นความสว่างแลความรอดพ้นของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะเกรงกลัวผู้ใดเล่า? แม้กองทัพจะลุกขึ้นต่อสู้ข้าพเจ้า ดวงใจของข้าพเจ้าก็จะไม่เกรงกลัว องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นกำลังแลพระผู้ไถ่ของข้าพเจ้า’(1)”

8. “จงต่อสู้อย่างทหารที่ดี แลหากบางคราวเจ้าพลาดพลั้งเนื่องจากความอ่อนแอ จงสวมใส่ความเข้มแข็งของเจ้าอย่างกล้าหาญยิ่งกว่าเดิม โดยวางใจในพระหรรษทานอันบริบูรณ์ยิ่งกว่าของเรา แลจงระมัดระวังความมั่นใจอันว่างเปล่าแลความจองหองให้มาก เพราะเหตุนี้หลายคนจึงถูกนำไปสู่ความหลงผิดแลบางคราวก็ตกไปสู่ความมืดบอดที่แทบจะแก้ไขมิได้ จงให้ความพินาศของคนจองหองผู้ยกตนขึ้นอย่างโง่เขลา เป็นเครื่องเตือนใจแลคำตักเตือนอันต่อเนื่องให้เจ้ามีความถ่อมใจเถิด”

(1) สดุดี 27:1-3 19:14

 

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต

1. ข้าพเจ้าหวั่นไหวและละทิ้งความตั้งใจที่ดีเมื่อต้องเผชิญกับการต่อต้านหรือความทุกข์ยากเพียงเล็กน้อยหรือไม่?

2. ข้าพเจ้าสามารถแยกแยะและต่อต้านความคิดชั่วร้ายที่มาจากมารร้าย ด้วยความวางใจในพระหรรษทานของพระเจ้า แทนการยอมจำนนต่อความหวาดกลัวหรือความเหนื่อยหน่ายหรือไม่?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 6

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์พระผู้เป็นที่รักยิ่งของข้าพระองค์ พระองค์ทรงเป็นความสว่างและความรอดพ้นของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงประทานความเข้มแข็งให้แก่ข้าพระองค์ เพื่อจะได้ยืนหยัดมั่นคงในการต่อสู้กับความคิดชั่วร้ายและการผจญล่อลวงของมารร้าย

ขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์อย่าได้วางใจในความมั่นใจอันว่างเปล่า หรือหลงระเริงในความจองหอง แต่ขอให้ข้าพระองค์ดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมใจและวางใจในพระหรรษทานอันบริบูรณ์ของพระองค์อยู่เสมอ แม้ในยามที่พระองค์ทรงซ่อนพระพักตร์ หรือในยามที่จิตใจของข้าพระองค์ต้องเผชิญกับความวุ่นวาย ขอทรงประทานฤทธิ์กุศลให้ข้าพระองค์สามารถปฏิเสธสิ่งชั่วร้ายและยึดมั่นในความตั้งใจอันเที่ยงธรรมที่จะติดตามพระองค์จนถึงที่สุด 

ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน

บทที่ 6 ว่าด้วยการพิสูจน์ผู้ที่รักอย่างแท้จริง