“บุตรของเราเอ๋ย เจ้ายังมีอีกหลายสิ่งจำต้องเรียนรู้ ซึ่งเจ้ายังมิได้เรียนรู้อย่างถ่องแท้”
2. สิ่งเหล่านั้นคือสิ่งใดเล่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า?
3. “คือการวางความปรารถนาของเจ้าให้อยู่ภายใต้ความพอพระทัยของเราโดยสิ้นเชิง แลมิเป็นผู้ที่รักแต่ตนเอง ทว่ามุ่งแสวงหาพระประสงค์ของเราอย่างแท้จริง บ่อยครั้งความปรารถนาของเจ้าได้กระตุ้นแลผลักดันเจ้าไปเบื้องหน้า ทว่าจงพินิจพิเคราะห์ในตัวเจ้าเองเถิดว่า เจ้าถูกขับเคลื่อนเพื่อเป้าหมายของเจ้าเองมากกว่าเพื่อเกียรติของเราหรือไม่ หากเป็นเราที่เจ้าแสวงหา เจ้าก็ย่อมพึงพอใจเป็นอันดีไม่ว่าเราจะกำหนดสิ่งใด ทว่าหากมีการแสวงหาเพื่อตัวเจ้าเองแอบแฝงอยู่ภายใน ดูเถิด สิ่งนี้เองที่เป็นตัวขัดขวางแลถ่วงรั้งเจ้าไว้”
4. “เหตุฉะนี้ จงระวังให้ดี เกรงว่าเจ้าจะดิ้นรนอย่างเอาเป็นเอาตายตามความปรารถนาบางประการที่เจ้าคิดขึ้น โดยมิได้ปรึกษาหารือกับเรา เกรงว่าในภายหลังเจ้าอาจจะต้องสำนึกเสียใจ แลสิ่งที่เคยทำให้พึงพอใจกลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่น่าพอใจ ซึ่งแต่ก่อนเจ้าเคยโหยหาประดุจว่าเป็นสิ่งดีงามอันยิ่งใหญ่ ด้วยว่ามิใช่ความเสน่หาทุกประการที่ดูเหมือนจะดีงามนั้นสมควรได้รับการปฏิบัติตามในทันที แลมิใช่ความเสน่หาที่ตรงกันข้ามทุกประการสมควรจะถูกหลีกเลี่ยงในทันที บางคราว การรู้จักยับยั้งชั่งใจแม้ในความปรารถนาแลความมุ่งมาดที่ดีงามก็เป็นสิ่งที่สมควร เกรงว่าด้วยความดื้อดึงเจ้าจะตกไปสู่ความว้าวุ่นแห่งจิตใจ เกรงว่าด้วยความขาดวินัยเจ้าจะกลายเป็นหินสะดุดแก่ผู้อื่น หรือเกรงว่าโดยการต่อต้านของผู้อื่น เจ้าจะถูกรบกวนอย่างฉับพลันแลถูกนำไปสู่ความสับสน”
5. “บางคราวนั้น แท้จริงแล้วเป็นความจำเป็นที่จะต้องใช้ความรุนแรง แลต่อสู้กับตัณหาฝ่ายเนื้อหนังอย่างชายชาตรี แลมิคำนึงว่าเนื้อหนังจะปรารถนาหรือไม่ปรารถนาสิ่งใด ทว่ามุ่งดิ้นรนเพื่อให้มันตกอยู่ภายใต้บังคับของวิญญาณจิต แม้ว่ามันจะไม่เต็มใจก็ตาม แลมันสมควรที่จะถูกตีสอนแลถูกบังคับให้เป็นทาสต่อไปอีกนานเท่านาน จนกว่ามันจะพร้อมสำหรับสรรพสิ่ง แลเรียนรู้ที่จะพึงพอใจกับสิ่งเล็กน้อย ชื่นชมยินดีกับสิ่งที่เรียบง่าย แลไม่พร่ำบ่นต่อความยากลำบากใดๆ เลย”
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ความปรารถนาที่กำลังขับเคลื่อนข้าพเจ้าอยู่ในขณะนี้ เป็นไปเพื่อเกียรติสิริของพระเจ้า หรือมีผลประโยชน์และความรักตนเองแอบแฝงอยู่?
2. ข้าพเจ้าได้ใช้ความเพียรพยายามและระเบียบวินัยเพื่อต่อสู้กับตัณหาฝ่ายเนื้อหนัง ให้ยอมสยบต่อวิญญาณจิต แม้ในยามที่ต้องฝืนใจตนเองหรือไม่?
บทภาวนาประจำบทที่ 11
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์พระผู้เป็นเป้าหมายสูงสุดแห่งดวงใจ ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงโปรดประทานพระหรรษทานให้ข้าพระองค์รู้จักพินิจพิเคราะห์แลควบคุมความปรารถนาทั้งปวง ให้อยู่ภายใต้พระประสงค์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์อย่างสิ้นเชิง
ขออย่าให้ข้าพระองค์ตกเป็นทาสของตัณหาฝ่ายเนื้อหนัง หรือถูกขับเคลื่อนด้วยความเห็นแก่ตัว ทว่าขอทรงประทานความเข้มแข็งให้ข้าพระองค์รู้จักยับยั้งชั่งใจ แม้ในสิ่งที่ดูเหมือนจะดีงาม หากสิ่งนั้นมิได้มาจากพระองค์ ขอทรงสอนให้ข้าพระองค์ยินดีในความเรียบง่าย และน้อมรับสรรพสิ่งด้วยความพึงพอใจ
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน