ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ยังต้องการพระหรรษทานให้มากยิ่งขึ้น หากข้าพระองค์จะบรรลุถึงที่ซึ่งจะไม่มีมนุษย์หรือสิ่งเนรมิตใดมากีดขวางข้าพระองค์ได้ ด้วยว่าตราบใดที่มีสิ่งใดรั้งข้าพระองค์ไว้ ข้าพระองค์ก็มิอาจโผบินไปหาพระองค์ได้อย่างอิสระ ผู้ที่ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะโผบินไปเช่นนี้ ได้ร้องออกมาว่า โอ หากข้าพเจ้ามีปีกดั่งนกพิราบ ข้าพเจ้าก็จักโผบินไปแลพานพบที่พักพิง มีสิ่งใดเล่าที่จะสงบสุขไปกว่าดวงตาที่จับจ้องเพียงสิ่งเดียว? แลมีผู้ใดเล่าที่จะเป็นอิสระมากไปกว่าผู้ที่มิปรารถนาสิ่งใดบนแผ่นดินโลก? เหตุฉะนี้ มนุษย์จึงจำต้องลุกขึ้นเหนือสิ่งเนรมิตทั้งปวง แลสละละทิ้งตนเองอย่างสมบูรณ์ แลยืนอยู่ด้วยจิตใจที่ปลีกตัวออกห่าง เพื่อเพ่งพินิจว่าพระองค์ องค์พระผู้สร้างสรรพสิ่ง หามีสิ่งใดในหมู่สิ่งเนรมิตของพระองค์ที่เสมอเหมือนพระองค์เลย แลหากมนุษย์มิได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากสิ่งเนรมิตทั้งปวง เขาก็มิอาจเอื้อมไปหาสิ่งที่เป็นของพระเจ้าได้อย่างอิสระ เหตุฉะนี้ จึงมีผู้คนเพียงน้อยนิดที่อุทิศตนให้แก่การเพ่งพินิจ เพราะมีน้อยคนนักที่รู้วิธีจะแยกตนเองออกอย่างสิ้นเชิงจากสิ่งที่กำลังพินาศแลสิ่งเนรมิตทั้งหลาย
2. สำหรับการนี้ จำเป็นต้องมีพระหรรษทานมากยิ่งนัก ซึ่งจะยกวิญญาณจิตขึ้น แลยกระดับมันให้อยู่เหนือตัวมันเอง แลหากมนุษย์มิได้ถูกยกขึ้นในวิญญาณจิต แลได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากสิ่งเนรมิตทั้งปวง แลหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าอย่างสิ้นเชิงแล้วไซร้ ไม่ว่าเขาจะล่วงรู้สิ่งใด หรือแม้แต่มีสิ่งใด สิ่งนั้นย่อมไร้ความหมาย ผู้ใดที่ยกย่องว่าสิ่งใดประเสริฐยิ่ง นอกเสียจากองค์ความดีงามอันเป็นนิรันดร์ แลมิอาจหยั่งรู้ได้เพียงผู้เดียวนั้น ผู้นั้นย่อมจะเป็นผู้ต่ำต้อยแลนอนราบอยู่กับพื้นไปอีกเนิ่นนาน เพราะสิ่งใดก็ตามที่มิใช่พระเจ้าย่อมเป็นความว่างเปล่า แลสมควรถูกนับว่าเป็นความว่างเปล่า ความแตกต่างระหว่างมนุษย์ที่มีความยำเกรงพระเจ้า ผู้ถูกส่องสว่างด้วยปรีชาญาณ กับนักปราชญ์ผู้เรียนรู้ในสรรพวิชาแลหมกมุ่นอยู่กับตำรานั้นช่างยิ่งใหญ่นัก คำสอนที่หลั่งไหลลงมาจากความบริบูรณ์แห่งสวรรค์เบื้องบน ย่อมสูงส่งประเสริฐกว่าสิ่งที่ได้มาโดยความตรากตรำจากการศึกษาของมนุษย์มากนัก
3. มีคนจำนวนมากที่ปรารถนาการเพ่งพินิจ ทว่าพวกเขามิได้บากบั่นที่จะปฏิบัติสิ่งเหล่านั้นซึ่งเป็นที่ต้องการเพื่อการนั้น อีกทั้งยังเป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวง ที่ผู้คนให้ความสำคัญแก่สัญลักษณ์แลเครื่องหมายภายนอกมากเกินไป แลให้ความสำคัญต่อการทำลายกิเลสอย่างถ่องแท้น้อยเกินไป ข้าพระองค์มิรู้ว่าเป็นเช่นไร แลโดยวิญญาณจิตดวงใดที่เราถูกนำทาง แลพวกเราที่ถูกมองว่าเป็นศรัทธาชนกำลังมุ่งหวังสิ่งใดอยู่ เราจึงได้มอบความตรากตรำอย่างใหญ่หลวงแลความพะวักพะวงอย่างกระตือรือร้น ให้แก่สิ่งที่มิยั่งยืนแลไร้ค่า แลแทบจะมิเคยรวบรวมประสาทสัมผัสของเรา เพื่อพินิจพิเคราะห์ถึงสภาวะภายในของเราเลย
4. อนิจจา! ทันทีหลังจากที่ได้สงบสติอารมณ์เพียงเล็กน้อย เราก็รีบรุดออกไปภายนอก แลมิได้นำการกระทำของเรามาตรวจสอบอย่างเข้มงวด เรามิได้ใส่ใจว่าความเสน่หาของเราถูกตั้งไว้ที่ใด แลเรามิได้หลั่งน้ำตาเลยว่าสรรพสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรานั้นมัวหมองเพียงใด ด้วยเหตุที่เนื้อหนังทั้งสิ้นบนแผ่นดินโลกได้กระทำตนให้เสื่อมทรามไป มหาอุทกภัยจึงได้บังเกิดขึ้น เหตุฉะนี้ เมื่อความเสน่หาภายในสุดของเราเสื่อมทรามลงอย่างยิ่ง ย่อมตามมาด้วยความจำเป็นที่การกระทำของเราก็จะเสื่อมทรามลงด้วย ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความเข้มแข็งภายในที่บกพร่อง จากดวงใจที่บริสุทธิ์เท่านั้น จึงจะบังเกิดดอกผลแห่งการดำเนินชีวิตที่ดีงามได้
5. เราเรียกร้องอยากรู้ว่ามนุษย์ผู้หนึ่งได้กระทำสิ่งใดไปมากเท่าใด ทว่าเขากระทำไปด้วยฤทธิ์กุศลมากเพียงใดนั้นกลับมิได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนนัก เราไถ่ถามว่าเขาเข้มแข็ง ร่ำรวย รูปงาม ฉลาดเฉลียว หรือเป็นนักเขียนที่ดี นักร้องที่ดี ช่างฝีมือที่ดีหรือไม่ ทว่าเขาอาจจะยากจนในวิญญาณจิตเพียงใด พากเพียรแลอ่อนโยนเพียงใด มีกิจศรัทธาแลรักการรำพึงเพียงใด ในสิ่งเหล่านี้ผู้คนจำนวนมากกลับนิ่งเงียบ ธรรมชาติย่อมมองดูที่รูปลักษณ์ภายนอกของมนุษย์ ทว่าพระหรรษทานย่อมหันความคิดของมันไปที่ดวงใจ สิ่งแรกนั้นบ่อยครั้งตัดสินผิดพลาด ทว่าสิ่งหลังนั้นวางใจในพระเจ้า เพื่อที่มันจักไม่ถูกหลอกลวง
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ข้าพเจ้าปรารถนาเสรีภาพฝ่ายวิญญาณ แต่ยังคงยึดติดอยู่กับความสุขหรือการปลอบประโลมจากเพื่อนมนุษย์และสิ่งเนรมิตอยู่หรือไม่?
2. ข้าพเจ้าตัดสินคุณค่าของตนเองและผู้อื่นจากความสำเร็จภายนอก หรือจากฤทธิ์กุศลและความบริสุทธิ์ของดวงใจ?
บทภาวนาประจำบทที่ 31
ข้าแต่พระผู้สร้างสรรพสิ่ง องค์ผู้ทรงเป็นความดีงามนิรันดร์และเหนือสิ่งเนรมิตทั้งปวง ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงประทานพระหรรษทานให้ข้าพระองค์สามารถสละละทิ้งความผูกพันต่อสิ่งชั่วคราวและของโลกนี้อย่างแท้จริง
ขอทรงนำวิญญาณจิตของข้าพระองค์ให้หลุดพ้นจากการยึดติด เพื่อให้ดวงใจของข้าพระองค์สะอาดบริสุทธิ์และพร้อมสำหรับการเพ่งพินิจถึงพระองค์แต่เพียงผู้เดียว ขออย่าให้ข้าพระองค์หลงใหลในความสำเร็จและสัญลักษณ์ภายนอก ทว่ามุ่งแสวงหาความเจริญขึ้นในฤทธิ์กุศล
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน