Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน
บทที่ 34 ว่าด้วยสำหรับผู้ที่รักพระเจ้านั้น พระองค์ทรงหวานชื่นเหนือสรรพสิ่งแลในสรรพสิ่ง

ดูเถิด พระเจ้าทรงเป็นของข้าพเจ้า แลสรรพสิ่งล้วนเป็นของข้าพเจ้า! ข้าพเจ้าจักปรารถนาสิ่งใดมากไปกว่านี้อีกเล่า แลจะมีสิ่งใดที่น่าบรมสุขยิ่งไปกว่านี้ที่ข้าพเจ้าจะพึงปรารถนาได้? โอ ถ้อยคำอันน่ารื่นรมย์แลหวานชื่น! นั่นคือสำหรับผู้ที่รักพระวจนะ มิใช่รักโลก หรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในโลก(1) พระเจ้าของข้าพเจ้า ทุกสิ่งของข้าพเจ้า! สำหรับผู้ที่เข้าใจแล้ว ถ้อยคำนั้นย่อมเพียงพอ แลการกล่าวซ้ำบ่อยๆ ย่อมเป็นที่น่าพอใจแก่ผู้ที่รักมัน เมื่อพระองค์ทรงสถิตอยู่ สรรพสิ่งย่อมเป็นที่น่ารื่นรมย์ เมื่อพระองค์ทรงห่างหายไป สรรพสิ่งย่อมเป็นที่เหนื่อยหน่าย พระองค์ทรงกระทำให้ดวงใจได้พักผ่อน ประทานสันติสุขอันลึกซึ้งแลความชื่นชมยินดีดั่งงานฉลองแก่ดวงใจ พระองค์ทรงกระทำให้มันคิดอย่างถูกต้องในทุกเรื่องราว แลในทุกเรื่องราวได้ถวายคำสรรเสริญแด่พระองค์ แลหามีสิ่งใดที่จะเป็นที่น่าพอใจได้เนิ่นนานหากปราศจากพระองค์ ทว่าหากสิ่งนั้นจะเป็นที่น่ารื่นรมย์แลมีรสชาติอันหวานชื่น พระหรรษทานของพระองค์จำต้องสถิตอยู่ที่นั่น แลปรีชาญาณของพระองค์นี่เองที่จำต้องประทานรสชาติอันหวานชื่นให้แก่สิ่งนั้น

2. สำหรับผู้ที่ได้ลิ้มรสพระองค์แล้ว มีสิ่งใดเล่าที่จักจืดชืด? แลสำหรับผู้ที่มิได้ลิ้มรสพระองค์ มีสิ่งใดเล่าที่จักกระทำให้เขาชื่นชมยินดีได้? ทว่าผู้ที่ฉลาดทางโลก แลบรรดาผู้ที่ชื่นชมยินดีในเนื้อหนัง ย่อมล้มเหลวในปรีชาญาณของพระองค์ เพราะในปรีชาญาณของโลกย่อมพานพบแต่ความว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง แลการมีใจฝักใฝ่ในเนื้อหนังย่อมนำไปสู่ความตาย ทว่าบรรดาผู้ที่ติดตามพระองค์ไปโดยการชิงชังสิ่งของทางโลก แลโดยการทำลายตัณหาฝ่ายเนื้อหนัง ย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นผู้มีปัญญาอย่างแท้จริง เพราะพวกเขาถูกนำพาจากความว่างเปล่าไปสู่ความจริง จากเนื้อหนังไปสู่วิญญาณจิต พวกเขาได้ลิ้มรสว่าองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นประเสริฐ แลความดีงามใดก็ตามที่พวกเขาพานพบในสิ่งเนรมิต พวกเขาล้วนนับว่าเป็นการสรรเสริญแด่องค์พระผู้สร้าง การชื่นชมในองค์พระผู้สร้างกับการชื่นชมในสิ่งเนรมิตนั้นช่างแตกต่างกัน ช่างแตกต่างกันอย่างยิ่งยวด การชื่นชมในนิรันดร์กาลกับกาลเวลา ความสว่างที่มิได้ถูกสร้างขึ้นกับความสว่างที่สะท้อนมา

3. โอ องค์ความสว่างนิรันดร์ ผู้ทรงเลิศล้ำเหนือความสว่างที่ถูกเนรมิตสร้างทั้งปวง ขอทรงเปล่งรัศมีของพระองค์จากเบื้องบน ลงมาทิ่มแทงส่วนลึกสุดแห่งดวงใจของข้าพระองค์ ขอทรงประทานความบริสุทธิ์ ความชื่นชมยินดี ความกระจ่างแจ้ง แลชีวิตให้แก่วิญญาณจิตของข้าพระองค์ เพื่อที่ด้วยพละกำลังทั้งสิ้นของมัน มันจักเกาะติดพระองค์ด้วยความปีติยินดีที่เกินกว่าความเข้าใจของมนุษย์ โอ เมื่อใดเล่าที่โมงยามอันน่าบรมสุขแลเป็นที่โหยหานั้นจะมาถึง เมื่อพระองค์จักทรงทำให้ข้าพระองค์อิ่มเอมใจด้วยการประทับอยู่ของพระองค์ แลทรงเป็นทุกสิ่งในสรรพสิ่งสำหรับข้าพระองค์? ตราบใดที่สิ่งนี้ยังถูกล่าช้าออกไป ความชื่นชมยินดีของข้าพระองค์ย่อมมิอาจสมบูรณ์ได้ ทว่า อนิจจา! มนุษย์เก่ายังคงมีชีวิตอยู่ในตัวข้าพระองค์: เขายังมิได้ถูกตรึงกางเขนจนสิ้น ยังมิได้ตายสนิท เขายังคงเกิดตัณหาอย่างดุเดือดต่อต้านวิญญาณจิต ก่อสงครามภายใน แลมิยอมให้อาณาจักรแห่งวิญญาณจิตได้อยู่อย่างสงบสุข

4. ทว่าพระองค์ผู้ทรงปกครองความบ้าคลั่งแห่งท้องทะเล แลทรงกระทำให้เกลียวคลื่นที่ลุกฮือขึ้นสงบลง ขอทรงลุกขึ้นแลช่วยเหลือข้าพระองค์เถิด ขอทรงทำให้ชนชาติที่ชื่นชอบสงครามกระจัดกระจายไป(2) ขอทรงทำลายพวกเขาด้วยฤทธานุภาพของพระองค์ ข้าพระองค์กราบวิงวอน ขอทรงสำแดงพลานุภาพของพระองค์ แลขอให้พระหัตถ์ขวาของพระองค์ได้รับการรับสิริรุ่งโรจน์ ด้วยว่าข้าพระองค์หามีความหวัง หามีที่ลี้ภัยอื่นใด นอกเสียจากในพระองค์ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของข้าพระองค์

(1) 1 ยอห์น 2:15 (2) สดุดี 68:30

 

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต

1. พระเจ้านั้นเป็น "ทุกสิ่ง" สำหรับข้าพเจ้าแล้วหรือไม่? หรือข้าพเจ้ายังคงรู้สึกจืดชืดเมื่อปราศจากความเพลิดเพลินของโลก?

2. ข้าพเจ้ากำลังต่อสู้กับ "มนุษย์เก่า" ในตนเอง และร้องขอให้พระเจ้าผู้ทรงปกครองคลื่นลมมาสงบพายุในใจข้าพเจ้าอยู่เสมอหรือไม่?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 34

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ความสว่างนิรันดร์และที่พักพิงเดียวของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอให้พระองค์ทรงเป็นความหวานชื่นและความรื่นรมย์สูงสุดในชีวิตของข้าพระองค์

ขอทรงเปล่งรัศมีแห่งพระหรรษทานและความปลอบประโลมของพระองค์ลงมาทิ่มแทงดวงใจของข้าพระองค์ เพื่อทำลายตัณหาและมนุษย์เก่าที่คอยก่อสงครามภายในวิญญาณจิต ขอทรงปกครองเกลียวคลื่นแห่งความว้าวุ่น และประทานสันติสุขอันลึกซึ้งให้แก่ดวงใจของข้าพระองค์

ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน

บทที่ 34 ว่าด้วยสำหรับผู้ที่รักพระเจ้านั้น พระองค์ทรงหวานชื่นเหนือสรรพสิ่งแลในสรรพสิ่ง