Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน
บทที่ 55 ความเสื่อมทรามของธรรมชาติ แลประสิทธิผลของพระหรรษทานแห่งสวรรค์

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของข้าพระองค์ ผู้ทรงเนรมิตสร้างข้าพระองค์ตามพระฉายาแลความเสมือนของพระองค์ ขอทรงประทานพระหรรษทานนี้แก่ข้าพระองค์ ซึ่งพระองค์ได้ทรงสำแดงให้เห็นว่ายิ่งใหญ่แลจำเป็นต่อความรอดพ้นยิ่งนัก เพื่อข้าพระองค์จักได้พิชิตธรรมชาติอันชั่วร้ายของข้าพระองค์ ซึ่งคอยดึงข้าพระองค์ไปสู่บาปแลความพินาศ เพราะข้าพระองค์รู้สึกถึงกฎแห่งบาปในเนื้อหนังของข้าพระองค์ ซึ่งขัดแย้งกับกฎแห่งจิตใจของข้าพระองค์ แลนำพาข้าพระองค์ไปสู่การเป็นเชลยแห่งการเชื่อฟังความใคร่ฝ่ายเนื้อหนังในหลายสิ่ง แลข้าพระองค์ก็มิอาจต้านทานตัณหาของมันได้ เว้นเสียแต่ว่าพระหรรษทานอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระองค์จักมาช่วยเหลือข้าพระองค์ โดยหลั่งไหลเข้ามาในดวงใจของข้าพระองค์อย่างร้อนรน

2. มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพึ่งพาพระหรรษทานของพระองค์ ใช่แล้ว แลในปริมาณอันใหญ่หลวง เพื่อที่ธรรมชาติของข้าพระองค์จักถูกพิชิต ซึ่งมักจะโน้มเอียงไปสู่ความชั่วร้ายตั้งแต่เยาว์วัยของข้าพระองค์ เพราะจากการที่ได้ร่วงหล่นลงผ่านทางอาดัม มนุษย์คนแรก แลเสื่อมทรามลงผ่านทางบาป บทลงโทษแห่งรอยด่างพร้อยนี้จึงตกทอดมาสู่มนุษย์ทุกคน จนทำให้ธรรมชาติเอง ซึ่งถูกสรรค์สร้างมาอย่างดีงามแลถูกต้องโดยพระองค์ บัดนี้ถูกนำมาใช้เพื่อสื่อถึงความเลวทรามแลความอ่อนแอของธรรมชาติที่เสื่อมทราม เพราะการขับเคลื่อนของมันที่ถูกปล่อยไว้ตามลำพัง ย่อมดึงมนุษย์ออกไปสู่ความชั่วร้ายแลสิ่งอันต่ำทราม เพราะพลานุภาพเพียงน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่นั้น เป็นประหนึ่งประกายไฟดวงเดียวที่ซ่อนเร้นอยู่ในกองเถ้าถ่าน นี่คือเหตุผลตามธรรมชาติของมันเอง ซึ่งถูกห้อมล้อมด้วยเมฆหมอกอันหนาทึบ แม้ยังมีวิจารณญาณในการแยกแยะความดีแลความชั่ว ความแตกต่างระหว่างความจริงแลความเท็จ ทว่ามันก็ไร้กำลังที่จะทำให้บรรลุถึงสรรพสิ่งที่มันเห็นชอบได้ แลยังมิได้ครอบครองแสงสว่างอันบริบูรณ์แห่งความจริง หรือความสมบูรณ์แข็งแรงแห่งความเสน่หาของมัน

3. เหตุฉะนี้เอง ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ที่ข้าพระองค์ชื่นชมยินดีในธรรมบัญญัติของพระองค์ตามมนุษย์ภายใน(1) โดยรู้ว่าพระบัญญัติของพระองค์นั้นศักดิ์สิทธิ์ ยุติธรรม แลดีงาม ทั้งยังตำหนิความชั่วร้ายทั้งปวง แลบาปที่สมควรหลีกเลี่ยง: ทว่าในฝ่ายเนื้อหนัง ข้าพระองค์กลับรับใช้กฎแห่งบาป ในขณะที่ข้าพระองค์เชื่อฟังความใคร่ฝ่ายเนื้อหนังมากกว่าเหตุผล เหตุฉะนี้เอง ความปรารถนาที่จะกระทำความดีจึงมีอยู่ในตัวข้าพระองค์ ทว่าข้าพระองค์กลับหาวิธีที่จะกระทำมันมิพบ(2) เหตุฉะนี้ ข้าพระองค์จึงมักจะตั้งใจกระทำสิ่งดีงามหลายประการ ทว่าด้วยเหตุที่ขาดพระหรรษทานมาช่วยเหลือความอ่อนแอของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จึงถอยร่นต่อหน้าการขัดขืนเพียงเล็กน้อยแลล้มเหลวไป เหตุฉะนี้ จึงกลายเป็นว่า ข้าพระองค์ตระหนักถึงมรรคาแห่งความสมบูรณ์ แลเห็นอย่างกระจ่างชัดถึงสิ่งที่ข้าพระองค์สมควรจะกระทำ ทว่าเมื่อถูกกดทับด้วยน้ำหนักแห่งความเสื่อมทรามของตนเอง ข้าพระองค์จึงมิอาจลุกขึ้นไปสู่สิ่งที่สมบูรณ์ยิ่งกว่าได้

4. โอ พระหรรษทานของพระองค์ช่างจำเป็นต่อข้าพระองค์อย่างสิ้นเชิงเพียงใด ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า เพื่อการเริ่มต้นที่ดี เพื่อความก้าวหน้า แลเพื่อการนำไปสู่ความสมบูรณ์ เพราะหากปราศจากสิ่งนี้ ข้าพระองค์ก็มิอาจกระทำสิ่งใดได้เลย ทว่าข้าพระองค์สามารถกระทำสรรพสิ่งได้ผ่านทางพระหรรษทานของพระองค์ที่เสริมกำลังข้าพระองค์(3) โอ พระหรรษทานแห่งสรวงสวรรค์อย่างแท้จริง ซึ่งหากปราศจากสิ่งนี้แล้ว คุณงามความดีของพวกข้าพระองค์ย่อมเป็นความว่างเปล่า แลของประทานแห่งธรรมชาติทั้งปวงก็มิสมควรได้รับการประเมินค่าเลย ศิลปวิทยาการ ความมั่งคั่ง ความงดงาม ความแข็งแกร่ง ปฏิภาณไหวพริบ วาทศิลป์ สรรพสิ่งเหล่านี้ล้วนไร้ประโยชน์ต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า หากปราศจากพระหรรษทานของพระองค์ เพราะของประทานแห่งธรรมชาตินั้นเป็นของทั้งคนดีแลคนชั่วเท่าเทียมกัน ทว่าของประทานที่แท้จริงของผู้ที่ถูกเลือกสรรคือพระหรรษทาน นั่นคือ ความรัก แลบรรดาผู้ที่แบกรับเครื่องหมายนี้ ย่อมถูกถือว่าคู่ควรแก่ชีวิตนิรันดร์ พระหรรษทานนี้ช่างทรงพลานุภาพยิ่งนัก จนหากปราศจากมันแล้ว แม้ของประทานแห่งการเผยพระวจนะ หรือการกระทำอัศจรรย์ หรือการหยั่งรู้ใดๆ ไม่ว่าจะสูงส่งเพียงใด ก็ย่อมปราศจากคุณค่าใดๆ ทั้งสิ้น ทว่าทั้งความเชื่อ ความหวัง หรือฤทธิ์กุศลอื่นใด ก็มิอาจเป็นที่ยอมรับแด่พระองค์ได้ หากปราศจากความรักแลพระหรรษทาน

5. โอ พระหรรษทานอันได้รับบรมสุขที่สุด ที่กระทำให้ผู้ยากจนในวิญญาณจิตมั่งคั่งในฤทธิ์กุศล แลกระทำให้ผู้ที่มั่งคั่งในหลายสิ่งกลายเป็นผู้ถ่อมตนในวิญญาณจิต ขอเสด็จมาเถิด ขอเสด็จลงมาเหนือข้าพระองค์ ขอทรงเติมเต็มข้าพระองค์แต่เนิ่นๆ ด้วยความปลอบประโลมของพระองค์ เกรงว่าวิญญาณจิตของข้าพระองค์จะล้มเหลวไปเพราะความเหนื่อยหน่ายแลความแห้งแล้งแห่งจิตใจ ข้าพระองค์กราบวิงวอนพระองค์ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ขอให้ข้าพระองค์ได้พานพบพระหรรษทานในสายพระเนตรของพระองค์ เพราะพระหรรษทานของพระองค์ย่อมเพียงพอสำหรับข้าพระองค์(4) แม้เมื่อข้าพระองค์มิได้รับสิ่งเหล่านั้นที่ธรรมชาติโหยหา หากข้าพระองค์ถูกผจญล่อลวงแลต้องทุกข์ร้อนด้วยความยากลำบากนานัปการ ข้าพระองค์ก็จะไม่เกรงกลัวความชั่วร้ายใดๆ ตราบที่พระหรรษทานของพระองค์ยังคงอยู่กับข้าพระองค์ สิ่งนี้เพียงอย่างเดียวคือพละกำลังของข้าพระองค์ สิ่งนี้นำมาซึ่งคำปรึกษาแลความช่วยเหลือแก่ข้าพระองค์ มันทรงพลานุภาพยิ่งกว่าศัตรูทั้งปวง แลมีปรีชาญาณยิ่งกว่าผู้มีปัญญาชายทั้งมวลในโลก

6. มันคือนายหญิงแห่งความจริง บรมครูแห่งวินัย แสงสว่างแห่งดวงใจ ความปลอบประโลมแห่งความกระวนกระวาย ผู้ขับไล่ความโศกเศร้า ผู้กอบกู้จากความหวาดกลัว ผู้หล่อเลี้ยงกิจศรัทธา ผู้ดึงหยาดน้ำตาออกมา หากปราศจากมันแล้ว ข้าพระองค์จะเป็นสิ่งใดเล่า นอกเสียจากต้นไม้ที่แห้งเหี่ยว กิ่งก้านที่ไร้ประโยชน์ ที่คู่ควรแก่การถูกโยนทิ้งไป! “เหตุฉะนี้ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ขอให้พระหรรษทานของพระองค์จงนำหน้าแลติดตามข้าพระองค์เสมอ แลกระทำให้ข้าพระองค์มอบตนเองให้แก่กิจการอันดีงามทั้งปวงอย่างต่อเนื่อง ผ่านทางพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระองค์ด้วยเทอญ อาแมน”

(1) โรม 7:12, 22, 25 (2) โรม 7:18 (3) ฟีลิปปี 4:13 (4) 2 โครินธ์ 12:9

 

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต 

1. ข้าพเจ้าพึ่งพาความสามารถทางโลก (ปัญญา, ความมั่งคั่ง, ความสามารถ) ของตนเองเพื่อจะรอดพ้น หรือเชื่อมั่นว่าต้องอาศัยพระหรรษทานของพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว?

2. เมื่อเผชิญกับการผจญล่อลวงหรือความเหนื่อยล้าฝ่ายวิญญาณ ข้าพเจ้าวิงวอนขอพระหรรษทานมาเป็นกำลังเสริม หรือท้อถอยและพ่ายแพ้ต่อเนื้อหนัง?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 55

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์แหล่งความรอดพ้นและพละกำลังเดียวของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ข้าพระองค์เป็นเพียงมนุษย์ที่อ่อนแอและเสื่อมทราม ซึ่งมักจะพ่ายแพ้ต่อกฎแห่งบาปในเนื้อหนังเสมอ

ขอทรงหลั่งพระหรรษทานอันศักดิ์สิทธิ์ลงมาท่วมท้นดวงใจของข้าพระองค์ ขอให้พระหรรษทานนี้เป็นแสงสว่างนำทาง เป็นกำลังต้านทานตัณหา และเป็นความปลอบประโลมเดียวในยามยากลำบาก เพื่อให้ข้าพระองค์สามารถกระทำกิจการอันดีงามได้จนถึงที่สุด

ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน

บทที่ 55 ความเสื่อมทรามของธรรมชาติ แลประสิทธิผลของพระหรรษทานแห่งสวรรค์